Editor-talk

ลาทีปีหมู สู่ปีหนูไฟ

29 ธันวาคม 2019 เวลา 16:53
ลาทีปีหมู สู่ปีหนูไฟ
เปิดอ่าน 765

ปีนี้การเมืองวุ่นวาย แม้นเรือเหล็กลุงตู่จะแล่นผ่านปีนี้ไปได้ แต่ปีหนูยังมีประเด็นการเมืองแรงๆรออยู่ รับรองร้อนเป็นไฟ

ปี2562นับว่าเป็นปีแห่งการเมืองไทยจริงๆ

 

เรามีการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ5ปี หลังจากปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศภายใต้อำนาจรัฐถาธิปัตย์

 

สภาพการเมืองเหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยนกออกจากกรง ที่พรรคการเมือง และนักการเมือง เข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้งหลังเว้นวรรคไปนาน

 

แต่ครั้งนี้เลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ ที่นักการเมืองไม่ชอบ แต่จำยอมจำใจต้องปฏิบัติตาม หลังเลือกตั้งก็เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญเขียนหรือวางกรอบเอาไว้ว่า

 

จะได้รัฐบาลผสมแบบเบี้ยหัวแตก

 

มันจึงทำให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่มีเอกภาพและไม่มีเสถียรภาพ การทำงานของรัฐบาล การทำงานของสภา จึงเต็มไปด้วยปัญหาสารพัด

 

ครม.แย่งเก้าอี้ สภาล่ม

 

รัฐบาลจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ไม่เต็มที่ เพราะรัฐบาลไม่มีทีมเศรษฐกิจเนื่องจากเก้าอี้กระทรวงเศรษฐกิจต้องยกต้องแบ่งให้พรรคร่วมรัฐบาล ที่ข่มขู่เอา

 

บางพรรคส่งคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาเป็นรัฐมนตรี บางคนมีคดีติดตัว บางคนมีความอื้อฉาว ทำให้ตัวรัฐมนตรีเอง ไม่เป็นอันทำงานเพราะถูกตรวจสอบจากสื่อและฝ่ายค้าน

 

กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

 




 

การที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เปรียบรัฐบาลเป็น “เรือเหล็ก” ต่อเนื่องจาก “เรือแป๊ะ” จึงเห็นภาพได้ชัด เรือเหล็ก จะแล่นฉิวหรือเรือเหล็กจะมีสนิม หรือเรือเหล็กจะรั่ว

 

จึงมีการยกสุภาษิตว่า สนิมเกิดแต่เนื้อในตน ดังนั้นการที่เรือเหล็กหรือรัฐบาลจะล่มหรือไปไม่ตลอดรอดฝั่ง ก็ขึ้นกับคนในรัฐบาลก็คือพรรคร่วมรัฐบาล

 

แล้วก็ได้เห็นฤทธิ์พรรคร่วมรัฐบาล จนทำให้สภาล่ม และเราได้เห็นบรรยากาศการแย่งเก้าอี้กันเองทั้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลและภายในพรรคพลังประชารัฐอันเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลเอง

 

จึงเป็นสภาพที่ทุลักทุเลมากสำหรับรัฐบาลลุงตู่

 

กว่าจะก้าวข้ามปี2562ไปได้ จะต้องมีการแจกกล้วยให้ลิง และเกิดปรากฎการณ์”งูเห่า” ถึงขนาดต้องขับสส.ออกจากพรรค อย่างกรณีของพรรคอนาคตใหม่

 

เอาละไหนๆเรือเหล็กลุงตู่ก็แล่นผ่านปี2562ไปแล้ว

 

ไปรอดูกันว่า ปี2563 ปีหนูไฟ การเมืองน่าจะร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี

 

ประเด็นแรกคือ การที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองหรือที่พรรคอนาคตใหม่เรียกคดี “อิลลูมินาติ” ในวันที่21มกราคม

 

ประเด็นต่อมาคือ ฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอกรัฐมนตรี ที่คาดว่าจะได้ซักฟอกราวๆปลายเดือนกุมภาพันธ์

 


 

แม้นว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรที่ถึงขนาดยื่นไม่ไว้วางใจก็ตาม แต่ญัตติแบบนี้เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล

 

ด้วยความที่นายกฯลุงตู่ อาจจะติดภาพทหาร ยังไม่ได้กลมกลืนกับความเป็นนักการเมือง เกมนี้อาจจะยุ่งพอสมควร และหากเสียงไว้วางใจรัฐมนตรีแต่ละคนแตกต่างกันก็ถูกนำมาเปรียบเทียบและเป็นประเด็นทางการเมืองอีก จะทำให้พรรคร่วมเกิดการกินแหนงแคลงใจกัน

 

ด้วยจำนวนเสียงของฝ่ายค้าน ต่อให้มีหลักฐานอย่างไร พอโหวต ยังไงเสียงไม่ไว้วางใจก็ไม่เกินกึ่งหนึ่งอยู่ดี แต่ฝ่ายค้านก็ยื่นไม่ไว้วางใจได้สองครั้งในปีหน้า

 

ย่อมจะทำให้นายกฯลุงตู่ระคายเคือง

 

เกมในสภาจะร้อนแรง ยังมีเกมนอกสภา ให้จับตาว่า ธนาธร จะพาคนลงถนนหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่

 

ประกอบกับขณะนี้ พรรครวมพลังประชาชาติไทยของ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เดินสายปลุกพลังมวลชนต้าน”ลัทธิชังชาติ”

 

ขณะที่ฝ่ายค้านบางพรรคถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกชังชาติ เราจึงจะได้เห็นการแปลงร่างของกลุ่มการเมืองนอกสภาสองกลุ่มเดิมคือ เหลืองกับแดง

 

หากการเมืองในสภาเล่นกันไม่ได้ แล้วไปเล่นกันบนนถนน รับรองว่าปีหน้าปีหนู การเมืองจะร้อนแรงลุกเป็นไฟ.

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน