Editor-talk

คุยอะไรกัน

3 ธันวาคม 2019 เวลา 14:09 น.
เปิดอ่าน 1655

ส.ศิวรักษ์ เพิ่งยุติคดี112 เพราะศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ส่วนธนาธรและปิยบุตร มีแนวคิดต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ภาพการหารือระหว่าง 3 เกลอหัวแข็ง ส.ศิวรักษ์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เหมือนเจตนาจะเผยแพร่

 

ในข่าวบอกว่าทั้ง 3 คน นัดพบกันที่ร้านอาหารย่านสีลม

 

และมีข่าวสั้นๆออกมาว่ามีการพูดคุยเรื่องการทำปฏิทินของ มูลนิธิเสถียรโกเศศ นาคะประทีป เป็นปฏิทิน “ไทยใหม่2563”

 

เป็นการจัดทำปฏิทินป๋วย เพื่อรำลึก สืบสานและต่อยอด ความคิดและอุดมคติของ อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์

 

“การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นการเปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกกันในเวลานี้ว่า “ประชาธิปไตย””

 

นี่คือบทเริ่มต้นของการจัดทำปฏิทิน

 

มีคำถามว่า แล้ว ธนาธร และ ปิยบุตร เกี่ยวข้องอะไรกับกิจกรรมดังกล่าว การพบกันของ3คนมีการตั้งข้อสงสัยและตามมามากว่า คุยอะไรกันมากกว่าเรื่อง ปฏิทินไทยใหม่

 

 

หากทั้ง 3 คน คุยเรื่องการเมือง จะเป็นการเมืองแบบไหน เป็นการเมืองแบบใหม่ ที่ ธนาธรและ ปิยบุตร บอกว่าพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ

 

ธนาธร เคยบอกว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475   คณะราษฎร ยังทำไม่สำเร็จ จะต้องทำต่อให้สำเร็จ ปิยบุตร เคยพูดถึงระบบกษัตริย์ไทย ในงานทางวิชาการและการบรรยายในอดีตหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะมาเป็นพรรคอนาคตใหม่

 

แนวทาง แนวคิด และอุมดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ยังยึดติดอยูกับการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ ธนาธร ใช้คำว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศ

 

ธนาธร มีสื่ออยู่ในมือที่คอยสนับสนุนส่งเสริมและเผยแพร่แนวคิดของตนเอง และคนที่เป็นหุ้นส่วนในสื่ออนาคตใหม่ก็คือคนที่ให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง

 

หากเอาคำนิยมของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มาใช้คำว่า ปฏิกษัตริย์

 

ก่อนหน้านี้ ส.ศิวรักษ์ เพิ่งยุติคดีหมิ่นสมเด็จพระนเรศวรฯ ตามาตรา 112 เพราะว่า ศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง

 

 

ส.ศิวรักษ์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า  การตัดสินใจของอัยการทหาร เป็นผลมาจากการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 

"ผมเชื่อว่า พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ในหลวงองค์นี้ท่านทำอะไรต่างๆ ปิดทองหลังพระเยอะ และคดีผมเนี่ย ถ้าไม่ได้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมไม่มีทางหลุด เพราะว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนแหย เป็นคนไม่คิดอะไรที่กล้าหาญชาญชัย กลัว ถ้าไม่ได้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม คดีผมไม่มีทางสิ้นสุดหรอก"  

 

นอกจากนี้ ส.ศิวรักษ์ ยังได้พูดถึงอำนาจเผด็จการและรัฐบาลเผด็จการอีกด้วย

 

ช่างสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ ธนาธร ปิยบุตรและ อนาคตใหม่ โดย ธนาธร ประกาศทิ้งการเมืองในระบบรัฐสภา ออกมาเล่นการเมืองนอกสภาหรือการเมืองข้างถนน จะไปอยู่กับประชาชน และจะต้อสู้กับเขาคนนั้นและพวกเขา

 

คำพูดของ ธนาธร ที่ว่า ไม่ต้องการเป็นสส. ไม่ต้องการเป็นนายกฯ แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นคำพูดที่น่าคิด

 

น่าคิดพอๆกับหนังสือชื่อ  Portrait ธนาธร ที่บางตอนของหนังสือมีการ off the record ยิ่งทำให้น่าค้นหาว่า ช่องว่างดังกล่าว ธนาธร พูดถึงใคร

 

ฉะนั้นการพบปะกันของ 3 คนนี้ ไม่ทราบว่าฝ่ายความมั่นคงสนใจบ้างหรือเปล่า.