Editor-talk

ฝ่ายค้าน "ตีรวน"

29 พฤศจิกายน 2019 เวลา 12:02 น.
เปิดอ่าน 3936

การตีรวนของฝ่ายค้านต้องประณามเพราะหากต่อไป ส.ส.รัฐบาลไม่เข้าประชุม สภาก็เปิดไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ไม่ได้อภิปรายญัตติที่ตัวเองเสนอ

การวอล์คเอ้าท์เพื่อตีรวนสภาเป็นเกมการเมืองในยุคไดโนเสาร์เลยก็ว่าได้

 

ในทุกยุคทุกสมัยก็ใช้วิธีการแบบนี้ไม่เปลี่นนแปลง

 

การวอล์คเอ้าท์มีจุดประสงค์เพื่อให้สภาล่ม แล้วก็ใช้ได้ผลกับสภาที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ยังไงก็แก้ยาก

 

ในอดีตมักมีการประชุมหารือกัน3ฝ่ายคือ สภา วิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้งานสภาเดินหน้า

 

เวลาจะมีญัตติสำคัญๆเข้าสภาเขามักจะมีการ "วิป” กันก่อน

 

ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเช่นญัตติมาตรา44 ที่ผ่านมาที่ทำให้สภาล่มถึง2ครั้ง

 

จะว่าไปแล้วจะโทษรัฐบาลหรือโทษฝ่ายค้าน นั้นโทษได้ทั้งสองทาง เพราะทั้งสองฝ่ายคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมมีหน้าที่ในการทำให้สภาดำเนินงานไปด้วยความเรียบร้อย

 

ในอดีตมีการ”ประจาน” คนโดดร่ม โดดประชุมสภา

 

ครั้งนี้อยากให้นำกลับมาใช้ ด้วยการติดบอร์ดประจานเลยว่า ใครมาประชุม ใครไม่มาประชุม ประชาชนจะได้ตรวจสอบว่า สส.ที่เลือกมาให้มาทำหน้าที่ในสภา ถ้าไม่มีแสดงว่าไม่ชอบสภา พอเลือกตั้งครั้งหน้าก็อย่าเลือกมาอีก

 

แต่เกมการเมืองในสภา ที่มักนำมาเล่นกันก็คือการเสนอให้นับองค์ประชุม หากองค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็ประชุมต่อไปไม่ได้

 

ตามข้อบังคับการประชุมสภา จะมีอยู่2กรณีที่นับองค์ประชุมคือ

 

ก่อนเปิดสภา และก่อนลงมติ

 

ฉะนั้นการที่ฝ่ายค้าน เล่นเกมตีรวน ด้วยการเดินออกจากห้อง เพื่อไม่ให้มีการนับคะแนนใหม่ ในญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้มาตรา44

 

จุดประสงค์คือ เมื่อองค์ประชุมไม่ครบก็นับคะแนนไม่ได้

 

สภาจึงล่มถึงสองครั้ง

 

แต่อย่าลืมว่า สัยงฝ่ายค้านกับเสียงรัฐบาล ก็ปริ่มน้ำพอๆกัน หากฝ่ายรัฐบาลจะเล่นเกมนี้คืนบ้างก็ย่อมทำให้ กล่าวคือ เมื่อฝ่ายค้านเสนอญัตติอะไรเข้าสภา ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ต้องมาประชุม ก่อนประชุม ประธานก็จะต้องเช็กองค์ประชุมก่อน ลำพังเสียงฝ่ายค้านไม่ถึง250อยู่แล้ว

 

องค์ประชุมก็ล่ม ญัตติของฝ่ายค้านก็ไม่ได้อภิปรายในสภา ทำแบบนี้ไปตลอด ก็จะทำให้งานสภาไม่เดิน ฉะนั้นการที่ฝ่ายค้าน ทำให้สภาล่ม2 ครั้งติด จึงสมควรถูกประณาม

 

ครั้งต่อไป ประธานชวน จะต้องเป็นเจ้าภาพประสานไม่ให้เกิดความแตกแยกแบบนีอีก.