Editor-talk

ปะทะเดือด

27 พฤศจิกายน 2019 เวลา 07:57 น.
เปิดอ่าน 7657

พลังประชารัฐ ต้องสร้างงาน แต่พรรคร่วมเอาแต่สร้างภาพ สุดท้ายลุงตู่ต้องยุบสภา

ครม.เริ่มมีอาการเจ

 

เมื่อแต่ละฝ่ายอยากจะสร้างผลงาน อยากให้พรรคได้คะแนนนิยม เพื่อหวังผลการเลือกตั้งในครั้งหน้า ที่จะมีขึ้นอีกไม่นาน

 

พรรคแกนนำอย่างพลังประชารัฐ นอกจากสวมหมวกพรรคการเมือง ยังสวมหมวกรัฐบาลอีกด้วย

 

ของเดิมเวลาจะออกแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมาตรการอะไร จะออกในนามรัฐบาล เพราะไม่มีพรรคร่วมมาแบ่งเค้ก

 

แต่ว่ารัฐบาลประยุทธ์2 มีพรรคร่วมมาแบ่งเค้ก มันจึงมีปัญหาการทำงาน

 

พรรคประชาธิปัตย์ได้เค้กไป2ชิ้นคือ เกษตรฯและพาณิชย์

 

พรรคภูมิใจไทยได้เค้กไป2ก้อนคือ ท่องเที่ยวฯและคมนาคม

 

 

ถ้าเอาคนที่มีกึ๋นมีฝีมือมาเป็น เอามืออาชีพมาเป็นรัฐมนตรี ก็ไม่มีปัญหา การทำงานแม้นว่าไม่ประสานกันก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างทำ แต่หากมีผลงานก็เป็นผลงานของรัฐบาล

 

แต่พรรคร่วมก็เอาหัวหน้ากับเลขาและนายทุนมาเป็นรัฐมนตรี งานจึงไม่เดิน

 

พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำรัฐบาล จึงรับภาระหนักในการเข็ญเศรษฐกิจที่กำลังตกสะเก็ต ขณะที่พรรคร่วมก็ทำงานภายใต้การ”หาเสียง”และ”สร้างภาพ”ให้กับพรรคตัวเอง

 

นี่ยังไม่พูดถึงผลประโยชน์ที่แอบแฝงอยู่

 

ด้วยเหตุนี้ในครม.ที่ผ่านมา จึงมีปัญหา”วิวาทะ”กันระหว่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์

 

เพราะว่า ดร.สมคิด ต้องการงัดมาตรการมาช่วยชาวนา โดยจะให้เงินค่าเกี่ยวไร่ละ500บาท ไม่เกินครอบครัวละ20ไร่ แต่ จุรินทร์ โดดขวาง เพราะเห็นว่าควรเป็นงานของเกษตรฯที่ประชาธิปัตย์ดูแลอยู่

 

แต่รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงพรรคแต่คำนึงถึงประชาชน

 

จุรินทร์ บอกว่าหากจะทำต้องให้เขาทำ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เลยโดดออกมาช่วย ดร.สมคิด โดยบอกว่า หากกระทรวงเกษตรฯหรือพาณิชย์เอาไปทำต้องจ่ายไร่ละ3,500บาทนะ

 

แต่จุรินทร์ก็ไม่ยอม แถมสั่งว่าห้ามแถลงเรื่องนี้

 

 

สุดท้าย ดร.อุตตม สาวนายน รมว.คลังก็ไปแถลงมาตรการต่างๆเกือบแสนล้านโดยมีเรื่องจ่ายค่าเกี่ยวข้าวชาวนารวมอยู่ด้วย

 

ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้พรรคประชาธิปัตย์เพราะไม่ได้คะแนน

 

พลังประชารัฐต้องทำเพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจปัญหาใหญ่ ตัวเลขจีดีพีไม่ดี แถมฝ่ายค้านจ้องจะซักฟอกเรื่องนี้อยู่ด้วย พรรคร่วมก็ไปคนละทาง ไม่เป็นทีม ทำงานแบบสะเปะสะปะ

 

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เปิดแนวรบกับ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ กรณีเลิกไม่เลิก3สารพิษ ด้วยการเอาประชาชนมาบังหน้า ฝ่ายเลิกก็บอกว่าเพื่อประชาชน ฝ่ายไม่เลิกก็บอกว่าเพื่อประชาชน

 

ประชาชนเลยงงว่า ตกลงประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือว่าพ่อค้าได้

 

นี่คือภาวะที่เป็นอยู่ของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะหากเมื่อไหร่นักการเมืองหรือพรรคการเมือง คำนึงถึงผลประโยชน์ของพรรคของตนเองแต่ไม่คำนึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ก็ป่วยการที่จะอยู่ต่อไป

 

พลังประชารัฐสร้างงาน แต่พรรคร่วมเอาแต่สร้างภาพ

 

สุดท้าย ลุงตู่ คงยุบสภา ให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งหน้า.