Editor-talk

อนค.กับ จิตร ภูมิศักดิ์

7 พฤศจิกายน 2019 เวลา 08:20 น.
เปิดอ่าน 1962

การที่พรรคอนาคตใหม่ ตั้งชื่อห้องประชุมว่า จิตร ภูมิศักดิ์ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างไร

มีสส.ในพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ทวิตเตอร์ภาพห้อง จิตร ภูมิศักดิ์ ที่ตั้งอยู่ภายในที่ทำการพรรคถนนเพชรบุรีตัดใหม่

 

มีรายละเอียดว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องประชุม

 

พอเห็นภาพก็นึกถึง”สามสหาย” แห่งธรรมศาสตร์ ทันที

 

ความจริงหากใครได้ศึกษาเรื่องราวของ จิตร ภูมิศักดิ์ อย่างถ่องแท้ จะเห็นว่า ผลงานของ จิตร ภูมิศักดิ์ โดดเด่นทางด้านการชำระประวัติศาสตร์ การเป็นคนที่มีหัวคิดก้าวหน้า มีผลงานด้านภาษาศาสตร์ถึงขั้นอัจฉริยะเลยทีเดียว

 

ในวิกีพีเดีย บันทึกประวัติโดยย่อเอาไว้ดังนี้

 

ชื่อเสียงของ จิตร ภูมิศักด์ น่าจะโด่งดังในสาธารณชนวงกว้างเป็นครั้งแรก จากกรณี โยนบก เมื่อครั้งที่เขาเป็น"สาราณียากร" ให้กับหนังสือประจำปี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2496

 

ในครั้งนั้นเขาได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่ "ซ้ำ ๆ ซาก ๆ" ของหนังสือประจำปี โดยลงบทความสะท้อนปัญหาสังคม ประณามผู้เอารัดเอาเปรียบในสังคม ซึ่งรวมถึงรัฐบาลด้วย รวมทั้งชี้ให้เห็นค่านิยมอันไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้คนนับถือกันมานาน

 

 

โดยบทความเหล่านั้น มีทั้งที่จิตรเขียนเอง ร่วมแก้ไข หรือเพื่อน ๆ คนอื่นเขียน ผลก็คือระหว่างการพิมพ์หนังสือได้ถูกตำรวจสันติบาลอายัด และมีการ "สอบสวน" จิตรที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ในเหตุการณ์นั้น จิตรถูกกลุ่มนิสิตที่นำโดย"นายสีหเดช บุนนาค" คณะวิศวกรรมศาสตร์ตั้งศาลเตี้ยจับ "โยนบก" ลงจากเวทีหอประชุม ทำให้จิตรได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่หลายวัน ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษและมีมติให้จิตร ภูมิศักดิ์ถูกพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี คือในปี พ.ศ. 2497

 

ระหว่างถูกพักการเรียน จิตรได้ไปสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนอินทร์ศึกษา แต่สอนได้ไม่นาน ก็ถูกไล่ออกไป เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีหัวก้าวหน้ามากเกินไป จิตรจึงไปทำงานกับหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เอง ที่จิตรได้สร้างสรรค์ผลงานการวิจารณ์ที่มีคุณค่าต่อวงวิชาการไทยหลายเรื่อง เช่น การวิจารณ์วรรณศิลป์ วิจารณ์หนังสือ วิจารณ์ภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกา "บุ๊คแมน" และ "มูฟวี่แมน"

 

ปี พ.ศ. 2498 เขากลับเข้าเรียนอีกครั้งและสำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิตในปี พ.ศ. 2500 จากนั้นก็เข้าเป็นอาจารย์ที่"วิทยาลัยเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์"และศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร

 

จนกระทั่งถูกจับในข้อหา "สมคบกันกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน และภายนอกราชอาณาจักรและกระทำการเป็นคอมมิวนิสต์" เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2501 เขาถูกคุมขังอยู่จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2507 จึงได้รับการปลดปล่อยและพ้นจากข้อหาของทางการ

 

เนื่องจากเขาถูกติดตามคุกคามจากทางการและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างหนักทำให้เดือนตุลาคม พ.ศ. 2508 จิตรได้เดินทางสู่ชนบทภาคอีสาน เพื่อเข้าร่วมต่อสู้กับการปกครองด้วยระบบทหาร ในนาม สหายปรีชา

 

 

ต่อมาด้วยการคุกคามจากอำนาจรัฐ จิตรถูกอดีตกำนันตำบลคำบ่อ อาสาสมัคร และทหาร ล้อมยิงจนเสียชีวิตที่ทุ่งนากลางป่าละเมาะใน"บ้านหนองกุง" ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509

 

นี่คือชีวิตของ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่ตอนหลังงานเขียนของเขา มีคุณูปการต่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ให้กับนักเรียนนิสิตนักศึกษา

 

บทกวีของ จิตร ภูมิศักดิ์  ถูกวงดนตรีเพื่อชีวิตหลายวงนำไปขับร้องเป็นเพลง หนึ่งในนั้นคือ วงคาราวาน

 

คนรุ่นหลังจดจำความรู้ความสามารถของ จิตร ภูมิศักดิ์ ในแง่ของหลักฐานทางวิชาการ

 

การที่พรรคอนาคตใหม่ นำชื่อของ จิตร ภูมิศักดิ์ จึงไม่ทราบว่า พรรคอนาคตใหม่ มีเจตนาอย่างไร เพื่อผลประโยชน์อะไร เป็นการเชิดชูให้เกียรติแก่ จิตร ภูมิศักดิ์ หรือว่าต้องการที่จะโหนชื่อเสียงของ จิตร ภูมิศักดิ์ หรือว่าหวังผลทางการเมืองอะไร

 

ธนาธร ช่วยตอบที.