การเมือง

เบื้องหน้าและเบื้องหลังตั้งกมธ.ปราบโกงสว. กับข้อสงสัย”พวกเขากลัวอะไร"

12 กันยายน 2019 เวลา 06:09 น.

"มานะ นิมิตรมงคล" เผยเนชั่นสุดสัปดาห์ถึงเงื่อนงำมือมืดเขี่ยทิ้ง ปานเทพ- ประมนต์-พะจุณณ์ พ้นกมธ.ปราบโกงวุฒิสภา

การตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาลประชาธิปไตย ที่มีกลไกทั้ง ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ กำลังได้รับการท้าทายอีกครั้ง

 

ภายหลังจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันตั้งข้อสังเกตที่ประชุมวุฒิสภาได้คัดเลือก”กรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล"  โดยเขี่ยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบทุจริตออกนอกวงโคจร

 

ตั้งแต่ ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ประมนต์ สุธีวงศ์ อดีตประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และ พล.ร.อ.  พะจุณณ์ ตามประทีป กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

 

เท่านั้นไม่พอ ที่ประชุมเลือก พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายคนรองของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็นประธานกรรมาธิการชุดดังกล่าว  

 

นี่ไม่ใช่กรณีแรก เพราะในการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการของวุฒิสภาคณะอื่นๆ ปรากฎว่า มีการล็อคสเป็คให้สว.ระดับนายพล "บิ๊ก"ตำรวจ คุมสภาพทั้งหมด  เพียงแต่ว่า กรณีคณะกรรมาธิการปราบโกง ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ เพราะ นี่คือหนึ่งในกลไกติดตามตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นของสภาสูง    

 

คำถาม กำลังเกิดอะไรขึ้น  ทำไมถึงกระทำแบบนี้ ?!?

 

ดร.มานะ นิมิตรมงคล  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยผ่านเนชั่นสุดสัปดาห์ ว่า  แวดวงการต่อต้านคอร์รัปชันระแคะระคายเรื่องนี้มา 1-2 เดือนแล้ว ทราบว่ามีการบล็อคโหวต จะมีการผลักดันใครมาเป็นประธานกมธ. แต่ไม่คาดคิดจะมีการกันบุคคลทั้งสามท่านออกจาก กมธ.ชุดนี้

 

“3 ท่านที่กล่าวมา ล้วนอยู่ในวงการปราบปรามการทุจริต จะรู้ดีว่ากลไกการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจะทำอะไรให้มีประสิทธิภาพ และจะยกระดับพัฒนาขึ้นมาอย่างไร เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้วย จึงรู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง เมื่อถูกกันออกไปคนที่มาจะเรียนรู้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน”  

 

สำหรับกมธ.ตรวจสอบทุจริตชุดนี้ มีจำนวน 19 คน ครึ่งหนึ่งเป็นทหารและตำรวจ เหนืออื่นใดกว่านั้น คนเป็นประธานกมธ.ชุดปราบโกงเป็นน้องชายของ “ บิ๊กป้อม”

 

 

ดร.มานะ เล่าว่า อดีต สนช. มีกมธ.16 คณะ การคัดเลือกบุคคลในกรณีที่มีผู้สนใจเป็นกมธ. ชุดใดเกินโควตาจะใช้วิธีจับสลากออกซึ่งสว.ชุดนี้ก็มี กมธ.ต่างประเทศที่ใช้การจับสลาก นอกนั้นใช้วิธีคัดเลือกกันเองจนเกิดกรณีบล็อกโหวตขึ้นสองคณะ

 

ในทางปฏิบัติเจตนารมณ์การตั้งกมธ. ต้องการให้ สว.ที่มีประสบการณ์สูงเข้าไปเป็นกมธ.แต่ละด้านเพื่อให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมตามเป้าหมายและภารกิจ แต่สำหรับกมธ.ชุดนี้ กลับตรงกันข้าม   

 

“พวกเขากลัวอะไร “ ดร.มานะกล่าวเชิงตั้งคำถามอีกครั้งผ่านเนชั่นสุดสัปดาห์  โดยก่อนหน้านี้ เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความลงในเพจส่วนตน ถึงประเด็นนี้เช่นกันว่า  “ พวกเขากลัวอะไร จึงต้องขนคนมายึดกมธ. ชุดนี้ แล้วเขี่ยสามขุนพลที่มีชื่อเสียงที่ทุกคนยอมรับในประวัติและผลงาน ทำไมถึงลงทุนทำเรื่องพิลึกโดยไม่สนสายตาประชาชน”

 

“เป็นเรื่องที่เครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชันต้องตั้งคำถามเพราะการคัดบุคคลากรที่มีประสบการณ์โดยตรงออกจากกมธ. ถือเป็นประเด็นสำคัญ การทำแบบนี้ไม่สง่างาม”

 

“ที่ผ่านมากระบวนการแต่งตั้งสว.ถูกสังคมตั้งคำถามอยู่แล้วว่าที่มาถูกต้องหรือไม่ แต่งตั้งเข้ามาเพื่อทำประโยชน์ส่วนรวมหรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจ ตั้งแต่เริ่มต้นก็ไม่สง่างามแล้ว ยังทำให้ภาพรวมสว.ดูไม่ดีอีก จึงจำเป็นที่ผมต้องพูดให้สาธารณชนรับทราบ”

 

 

ดร.มานะ อธิบายถึงความสำคัญของกมธ.ชุดนี้ ว่า บทบาทสว.ชุดตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น มีอำนาจอิทธิพลมากทั้งสามารถหยิบยกเรื่องที่เห็นว่าไม่ชอบมาพากลขึ้นมาตรวจสอบ ติดตามกำกับการปฏิรูปประเทศและพิจารณาเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นขึ้นสู่ที่ประชุมสว.

 

“ฉนั้นการนำคนที่มีชื่อเสียงในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้ง 3 ท่านออกทำให้เรากังวลใจ ต้องการปิดกั้นประเด็นอะไรหรือมไม่ ถ้าหากคนที่คุมเกมอยู่ ต้องการยึดคุมประตูไว้ เท่ากับว่า ชี้ซ้ายชี้ขวาได้เลยทันที" 

 

 

นอกจากนี้ การที่น้องชายพล.อ.ประวิตร เข้ามายึดเก้าอี้ประธานกมธ.ฯ เป็นประเด็นที่สังคมเห็นถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้  

 

“สภาพ ณ วันนี้ การที่คนมีอำนาจกำหนดสัดส่วนบุคคลากรเข้าไปคุมกลไกต่างๆ ย่อมเกิดข้อกังขาถึงความน่าเชื่อถือ แล้วต่อไปจะไม่ได้รับความร่วมมือ  ไม่ศรัทธา  ว่าสิ่งที่คุณพูดมีจริงหรือเท็จ ย่อมมีผลต่อการปฏิรูปประเทศในระยะยาวด้วย “ ดร.มานะ กล่าว

 

เมื่อถามว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจะให้ความร่วมมือกับกมธ.ชุดสีเทานี้หรือไม่  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า  องค์กรทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายภาคประชาชน ข้าราชการ รวมถึงฝ่ายการเมืองและยังทำงานร่วมกับเครือข่ายนานาชาติด้วย

 

“แต่ภาคการเมืองไม่สง่างาม เราก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถ้าการเมืองสง่างามย่อมได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เรายินดีให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบกับสว. เพราะมันทำให้เกิดความระแวงสงสัย” ดร.มานะ กล่าวย้ำ  

 

 

“ผมไม่เข้าใจกลไกทางการเมืองแต่ขอยืนยัน 3 ท่านสู้ไม่ถอย พวกท่านทั้งสามทุ่มเทความคิด เวลา ในการเอาชนะคอร์รัปชัน แต่จากนี้วิธีการทำงานคงเปลี่ยนไป”

 

 “วันนี้เราต้องพูดดังๆ ให้ประชาชนฟังเยอะๆ การปราบปรามคอร์รัปชันไม่ง่ายหากจะฝากคนกลุ่มนี้ไม่ได้  เมื่อกลไกสว.เป็นแบบนี้ มันก็เหมือนเป็นการปิดปากมัดมือ”  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวทิ้งท้าย