วิเคราะห์ประเด็นร้อน

ความเป็นเอกภาพของวุฒิสภาที่มาจาก คสช.กำลังถูกสั่นคลอน

11 กันยายน 2019 เวลา 10:46 น.

ความเป็นเอกภาพของวุฒิสภาที่มาจาก คสช.กำลังถูกสั่นคลอนครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากการชิงไหวชิงพริบในตำแหน่งประธานคณะ กมธ.

 

วุฒิสภาชุดปัจจุบัน แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่ามาจากการสรรหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกอบกับเมื่อครั้งการลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีส.ว.คนไหนแตกแถว อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพ แต่มาถึงเวลานี้ความเป็นเอกภาพของส.ว.กำลังอยู่บนเส้นด้ายอย่างมีนัยสำคัญ

 

เส้นด้ายที่นำมาซึ่งความเปราะบางของส.ว.นั้น คือ การตั้งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ 26 ตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา

 

การเลือกประธานคณะกมธ.จะผ่านไปแบบราบรื่นและใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ปรากฎว่ามีคณะกมธ.3 คณะที่มีความไม่ลงรอยกันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ 1.คณะกมธ.การต่างประเทศ 2.คณะกมธ.การปกครองท้องถิ่น และ 3.คณะกมธ.การศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

 

กรณีของประธานกมธ.ต่างประเทศ เป็นการชิงตำแหน่งกันระหว่าง กิตติ วะสีนนท์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ อดีตส.ว.พิษณุโลก โดยต่างฝ่ายต่างมีเสียงของสว.ในกมธ.สนับสนุนใกล้เคียงกัน

 

กลุ่มส.ว.ที่สนับสนุนอดีตสมาชิกสนช.รายนี้ให้เหตุผลว่าเนื่องจากที่ผ่านมามีประสบการณ์ด้านงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายสมัย ขณะเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้ทำหน้าที่ให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยข้อแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ที่รัฐสภาไทยเพิ่งเป็นเจ้าภาพด้วย

 

ส่วนฝ่ายส.ว.ที่สนับสนุนพิกุลแก้วมองว่านางพิกุลแก้วเคยเป็นส.ว.และดำรงตำแหน่งประธานกมธ.การต่างประเทศมาเป็นเวลาประมาณ 6 ปี (พ.ศ.2551-2557) จึงควรให้ทำหน้าที่ดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันว่าในเมื่อทั้งสองคนมีความสามารถที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย จึงควรแบ่งการดำรงตำแหน่งประธานคนละครึ่งวาระหรือประมาณ 2 ปีครึ่งจากวาระการดำรงตำแหน่งของส.ว.ทั้งหมด 5 ปี โดยให้อดีตส.ว.พิษณุโลกได้ทำหน้าที่ก่อน

 

ขณะที่ คณะกมธ.การปกครองท้องถิ่น เป็นอีกหนึ่งคณะกมธ.ที่มีแข่งกันดุเดือด ถึงขั้นที่มีการเขี่ยชื่อคู่แข่งออกจากสารบบการแข่งขันตั้งแต่ขั้นตอนของการสมัครเข้ามาเป็นกมธ.เลยทีเดียว

 

เดิมทีพีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธานสนช.ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นคู่แข่งกับ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โดยส.ว.ที่สนับสนุนอดีตรองประธานสนช. เห็นว่าเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองประธานสนช.ได้ทำโครงการสนช.พบประชาชนทั่วประเทศ จนสามารถสร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้มาทำงานร่วมกับสนช.เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลในอดีตต่อประชาชนในหลายพื้นที่

 

ด้านส.ว.ที่สนับสนุนพล.อ.เลิศรัตน์ มองว่าเคยเป็นอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน (ชุดที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน) ซึ่งจะช่วยให้การทำงานของคณะกมธ.ที่จำเป็นต้องศึกษากฎหมายท้องถิ่นฉบับใหม่หลายฉบับได้มีความเข้าใจมากขึ้น นอกจากนี้ พล.อ.เลิศรัตน์ ยังเป็นอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่หลายฝ่ายให้ความนับถือ

 

แต่กระนั้นการชิงตำแหน่งประธานกมธ.ของคณะกมธ.ชุดนี้ ตกเป็นของพล.อ.เลิศรัตน์ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเมื่อครั้งที่วุฒิสภาเปิดโอกาสให้ส.ว.แสดงความจำนงในการสมัครเป็นกมธ. ปรากฎว่าในส่วนของคณะกมธ.การปกครองส่วนท้องถิ่นมีผู้สมัครจำนวน 22 คน เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ 19 คน ส่งผลให้ส.ว.ที่สมัครทุกคนต้องเลือกว่าจะให้ส.ว.คนใดได้เข้ามาเป็นประธานกมธ. ซึ่งผลของการเลือกกมธ.19 คน คือ นายพีระศักดิ์ ไม่ได้รับเลือกจากผู้สมัครส.ว.ให้เข้ามาเป็นกมธ.แต่อย่างใด

 

เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ทีอดีตรองประธานสนช.ถูกหักเหลี่ยมโหดอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เมื่อครั้งตั้งวุฒิสภาใหม่ๆ อดีตรองประธานสนช.เตรียมประกาศตัวเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา แต่เจอผู้มากบารมีนอกสภาขอไว้ ทำให้พีระศักดิ์ต้องยอมถอย แต่มาถึงตอนนี้กลับไม่มีที่ยืนให้กับอดีตรองประธานสนช.แม้แต่ตำแหน่งประธานกมธ. จึงไม่ต่างอะไรกับการเสร็จนาฆ่าโคทึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล

 

ด้าน คณะกมธ.การศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ก่อนหน้านี้ ประมนต์ สุธีวงศ์ ซึ่งเคยเป็นประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)  และ ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้สมัครเข้ามาเป็นกมธ.ชุดนี้

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากได้มีส.ว.เข้ามาเป็นกมธ.คณะนี้จำนวนมากถึง 22 คน ทำให้ส.ว.ที่ทำการสมัครต้องมาออกเสียงกันว่าจะให้ใครเข้ามาเป็นกมธ.ในคณะ 19 คน ซึ่งปรากฎว่าทั้งประมนต์ และ ปานเทพ ไม่ได้รับการเลือกจากส.ว.ด้วยกันให้เข้ามาเป็นกมธ. ก่อนที่ส.ว.จะโหวตให้พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตสมาชิกสนช.และน้องชายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานกมธ.

 

สภาพของวุฒิสภา ภายนอกที่เห็นเงียบๆนิ่งๆแบบนี้ แต่ข้างในก็ดุเดือดไม่ต่างกับนักการเมือง