การเมือง

ศึกวันเพื่อไทย "นวัธ" ฟาดปาก "ยุทธพงศ์"

10 กันยายน 2019 เวลา 16:39 น.

"ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง" น่าจะเหมาะกับสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในเวลานี้

ภายหลัง 'ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร' ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน มีปัญหาวิวาทกับ 'นวัธ เตาะเจริญสุข' ส.ส.ถึงขั้นการทำร้ายร่างกายกันที่พรรคเพื่อไทย

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ยุทธพงศ์ ลำดับเหตุการณ์และเล่าแก่ผู้สื่อข่าวว่า  ตอนเช้าได้ประชุมกรรมการบริหารพรรคกับหัวหน้าพรรค พอประชุมเสร็จหลังรับประทานอาหารกลางวัน ได้มานั่งที่ห้องหัวหน้าพรรคที่ห้องหัวหน้าพรรคที่ชั้น4 มีประเสริฐ จันทรรวงทอง เกรียง กัลป์ตินันท์  ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นั่งกินกาแฟ ได้พูดคุยเรื่องทั่วไป

 

จากนั้นนวัธ ที่มีปัญหากับผม ในเรื่องการอภิปรายในสภาฯเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เมื่อเดินเข้ามา เห็นผมก็เดินออกไป แล้วพาชายแปลกหน้าอีก2คน ลักษณะคล้ายมือปืน มาล็อกตัวผม ต่อหน้าหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค

 

ยุทธพงศ์ เล่าอีกว่า แม้หัวหน้าไปห้ามปราม แต่ชายลักษณะมือปืน2คน ที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ได้ล็อกตัวผมแล้วส.ส.นวัธ มาทำร้ายร่างกายผม ตบหัวผมอย่างแรง ซึ่งผมเอง ไม่กล้าออกไปไหน ต้องนั่งในห้องหัวหน้าพรรค เราไม่รู้ว่ามีคนมากี่คน เป็นการกระทำอุกอาจมาก กระทำการในพรรค ในห้องหัวหน้าพรรค แม้หัวหน้าพรรคขอร้อง ก็ไม่ได้ให้ความยำเกรง ผมได้โทรไปหาผู้กำกับสน.มักกะสัน ว่าถ้าออกมา อาจถูกทำร้ายร่างกาย เพราะนายนวัธ ยังมาเดินป้วนเปี้ยน

 

"ผมเลยต้องขอให้ตำรวจมารับตัวผม จากนี้จะเดินทางไปสน.มักกะสันเพื่อไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย ไม่เช่นนั้น อาจเกิดอันตรายได้ เพราะเรื่องนี้มีตัวตนชัดเจน และบุคคลทั้ง2ที่คล้ายมือปืน ไมรู้ว่า พกปืนเข้ามาในพรรคหรือไม่ เราจำเป็นต้องปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรา เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นต่อหัวหน้าหลักผู้ใหญ่ของพรรค"

 

ยุทธพงศ์  เล่าต่อไปว่า ขณะเกิดเหตุหัวหน้าได้เข้าไปห้ามปรามและท่านก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น การทำงานของผมในฐานะกรรมาธิการและส.ส. เมื่อเขากล่าวหา ก็จำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของเรา หลังจากนั้นมา จบในสภาฯ ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น

 

เมื่อถามว่าเป็นการทำให้พรรคเสียภาพลักษณ์หรือไม่  ยุทธพงศ์ กล่าวว่า คือเรื่องนี้ไม่มองเป็นการเสียภาพลักษณ์ของพรรค แต่ผมจะอยู่นิ่งได้หรือครับ ถ้าไม่ให้ตำรวจมา ออกไปแล้วอาจถูกยิงตายก็ได้ ขนาดในห้องหัวหน้าพรรคยังกล้าบุกเข้าไป ที่ไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยเจตนา  ซึ่งนวัธ ก็ต่อว่าผม ที่ไปอภิปรายในสภาฯ แต่ผมก็ไม่ได้ตอบโต้ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เพราะหัวหน้าพรรค บอกให้ยุติไป เรื่องจบแล้วก็จบกันไป ได้ชี้แจงในสภาฯ แต่นายนวัธ ไม่ยอมจบ มั่นใจว่านายนวัธ เริ่มก่อน

 

ยุทธพงศ์  กล่าวว่า หลังจากถูกตบศีรษะก็ไม่ได้พูดตอบอะไร  แต่การพาคนลักษณะคล้ายมือปืน ไม่รู้มีปืนมาหรือเปล่า ชายแปลกหน้า 2 คน เป็นคนล็อกตัวผม แล้วนายนวัธ มาทำร้ายร่างกาย เมื่อกระทำการต่อหน้าหัวหน้าพรรค เชื่อว่าหัวหน้าพรรคก็คงมีมาตรการ ส่วนตัวผมเองก็ต้องปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากการทำหน้าที่

 

จากนี้ในแง่ความสัมพันธ์กับนายนวัธจะเป็นอย่างไร  ยุทธพงศ์  กล่าวว่า ก็ไม่มีอะไร ก็เป็นส.ส.ด้วยกัน ปัญหาเกิดจากวันพฤหัสบดีที่แล้ว แต่ผมก็ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ เพราะเขากล่าวหารุนแรง เมื่อคุณนวัธ กล่าวหาว่า มีการไปรับผลประโยชน์ ถ้ามีหลักฐาน ก็ไปดำเนินการแจ้งความ เอาผิดเลย แต่กลับไม่ดำเนินการ มาใช้อาญาเถื่อนเลย นี่ขนาดเป็นผู้แทนราษฎร เป็นส.ส. เป็นรองหัวหน้าพรรค ยังโดนขนาดนี้ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร คดีนี้เป็นคดีอาญา ไม่มีการยอมความ ในวันที่ 11ก.ย.จะเดินทางไปพบ ผบ.ตร.ขอให้คุ้มครองความปลอดภัย ไม่อย่างนั้น ไปไหนมาไหน ผมอาจถูกยิงตายก็ได้ 

 

ด้าน นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย   บอกว่า การที่ยุทธพงศ์ ไปแจ้งความก็เป็นเรื่องของเขา เป็นสิทธิของเขา ตอนนี้(16.10น.)ยังประชุมพรรคอยู่ ไม่ทราบเรื่อง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น เขาอยากพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป เขาอยากดัง ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบออกสื่อ จะพูดอะไรก็เรื่องของเขา ผมไม่มีอะไรจะชี้แจง ไม่ซีเรียส

 

 

 

 

ย้อนกลับไปดูต้นเหตุความไม่ลงรอยกันระหว่างส.ส.อีสานสองคนนี้ ปรากฎว่าปะทุกันมาตั้งแต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ระหว่างการพิจารณาพิจารณารายงานเรื่อง การขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่มี ‘วีระกร คำประกอบ’ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยการประชุมสภาฯในครั้งนั้น 'นวัธ' ได้ใช้สิทธิ์อภิปรายพร้อมกับระบุว่ามีกรรมาธิการบางคนมีประโยชน์ส่วนได้เสีย

 

 

นวัธ กล่าวต่อที่ประชุมสภาฯตอนหนึ่งว่า "ท่านประธานทราบไหมครับ ผมเดินออกไปหน้าสภา เดินออกไปทานข้าว คุยกับเพื่อนฝูงต่างพรรคหลายๆพรรค คุยไปคุยมาเขาลือกันทั้งสภาแล้วครับ เขาบอกว่าคณะกรรมาธิการบางท่าน มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องการต่อสัมปทานครั้งนี้ เขาพูดกันอย่างนั้นครับท่านประธาน ผมยังไม่ได้กล่าวหานะครับเป็นแค่ข่าวลือ"

 

ด้าน ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะกมธ.วิสามัญฯ ตอบโต้ว่า "การพาดพิงกรรมาธิการแบบนี้คณะกรรมาธิการเกิดความเสียหาย ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนวัธเลยครับ ถ้าท่านมีหลักฐาน ผมท้าเลยให้ไปดำเนินคดีและเอาไปติดคุกเลย ท่านอย่าปล่อยไว้”

 

“เพราะท่านบอกว่ามีคนมาคุยกับท่าน แสดงว่ามันต้องมีตัวตน ผมท้าครับ อย่าปล่อยไว้ครับ ในกรรมาธิการชุดนี้รับรองได้ว่าไม่มีใครคดโกง และไม่มีใครไปพัวพันกับคดีฆ่าคนตายด้วยครับ” นายยุทธพงศ์ กล่าวตอบโต้

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้างมากเห็นด้วยกับข้อสังเกตในรายงานของคณะกมธ.วิสามัญฯ 412 ต่อ 25 คะแนน โดยมีส.ส.งดออกเสียง 20 คน  ก่อนที่ประธานสภาฯจะส่งรายงานพร้อมกับข้อสังเกตุของคณะกมธ.วิสามัญฯไปยังรัฐบาลต่อไป