วิเคราะห์ประเด็นร้อน

จับตา 4 ก๊กสว. แบ่งเค้ก26กมธ.

9 กันยายน 2019 เวลา 20:33 น.

สัปดาห์นี้วุฒิสภามีวาระกำลังภายในนัดสำคัญ คือ การเลือกประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 26 คณะ ภายหลังมีการประกาศใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.2562 อย่างเป็นทางการ

 

ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาฉบับใหม่ข้อ 78และ79 กำหนดให้คณะกมธ.สามัญหนึ่งคณะมีกมธ.ได้ไม่เกิน 30 คน โดยส.ว.หนึ่งคนเป็นกมธ.สามัญได้ไม่เกินสองคณะ 

 

สำหรับสถานการณ์ท้าชิงตำแหน่งประธานกมธ.ในสภาสูงของปีนี้ เป็นอีกครั้งที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แม้ว่าวุฒิสภาชุดนี้จะมาจากแม่น้ำสายเดียวกัน คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตาม 

 

กลุ่มการเมืองของวุฒิสภาในเวลานี้แบ่งออกมาเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2.กลุ่มอดีตสมาชิกปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)  3.กลุ่มอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา และ 4.กลุ่มส.ว.ที่เคยดำรงตำแหน่งในแม่น้ำ 5 สาย 

 

เบื้องต้นส.ว.ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่าการเลือกประธานกมธ.อยากให้คำนึงว่าต้องได้คนที่เคยมีประสบการณ์การทำงานด้านบริหารและนิติบัญญัติมาพอสมควร เพื่อให้การประสานงานกับรัฐบาลมีความคล่องตัว โดยเฉพาะในอนาคตที่ต้องคอยประสานงานให้หัวหน้าส่วนราชการระดับสูงมาชี้แจงและตอบข้อภซักถามของคณะกมธ.

 

แม้คณะกมธ.จะมีอำนาจตามพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการให้หัวหน้าส่วนราชการให้ความร่วมมือกับคณะกมธ.ก็ตาม แต่หากคณะกมธ.ของวุฒิสภาใช้อำนาจตามกฎหมายมากเกินไป อาจจะสร้างปัญหาต่อการประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารและวุฒิสภาในระยะยาวได้

 

ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องได้คนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและประสบการณ์การทำงานด้านนิติบัญญัติและบริหารพอสมควรเพื่อมาเป็นประธานคณะกมธ. 

 

โดยเวลานี้ส.ว.แต่ละกลุ่มก็มีการแสดงเจตนาในการเข้ามาทำหน้าที่ประธานกมธ.แตกต่างกันออกไป 

 

เช่น กลุ่มอดีตรัฐมนตรีมีความประสงค์เข้ามาเป็นประธานกมธ.คณะใหญ่ที่มีหน้าที่กำกับดูแลงานของฝ่ายบริหารโดยตรง โดยอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการประสานงานกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เช่น คณะกมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 

 

กลุ่มอดีตสมาชิกสนช. และ สปช.และสปท.ให้ความสนใจกับประธานคณะกมธ.ที่มีหน้าที่ติดตามการปฏิรูปประเทศและการเร่งรัดแผนยุทธศาสตร์ชาติและงานการเมือง อาทิ คณะกมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ 

 

ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงคณะกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ มีหน้าที่พิจารณาศึกษาเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามนโยบายด้านกฎหมาย การบริหารงานยุติธรรม การเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

 

ส่วนคณะกมธ.ที่เกี่ยวกับงานสังคมและเศรษฐกิจ เช่น คณะกมธ.การศึกษา คณะกมธ.การสาธารณสุข คณะกมธ.การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม ควรให้เป็นไปในสัดส่วนของส.ว.ที่เป็นอดีตแม่น้ำ 5 สาย และส.ว.ที่เคยมีประสบการณ์งานด้านบริหารองค์กรเอกชน

 

วุฒิสภาด้านหนึ่งอาจจะดูแบ่งเป็นกลุ่มก๊วน แต่ภายในกลับมีความเป็นเอกภาพอย่างเต็มที่ เพราะต่างมีศัตรูคนเดียวกันที่จ้องรอเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญล้างบางส.ว.ตามบทเฉพาะกาล จึงทำให้ต้องกอดลงเรือลำเดียวและเก็บน้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก เพื่อให้วุฒิสภายังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มการเมืองที่ทรงอิทธิพลต่อไป