Editor-talk

ไม่ทุกข์-ไม่ร้อน

9 กันยายน 2019 เวลา 06:42 น.

คดีของบุญทรง คงจะโทษใครไม่ได้


ต้องโทษตัวเอง เพราะถ้าว่ากันตามพรรคษาการเมือง ณ เวลานั้น วันที่ 2พี่น้องเป็นนายกฯ บารมีของบุญทรงยังไม่ถึงขั้นรัฐมนตรีว่าการฯ
 

รุ่นราวคราวเดียวกันยังแค่รมช. บางคนช้าหน่อยก็แค่เลขานุการรัฐมนตรี
 

แต่ที่ บุญทรง ได้เป็นรัฐมนตรี เพราะ”ตัวจริง”เขาไม่ยอมเป็น ที่เขาไม่ยอมเป็นคงเพราะมีเหตุผลหรือคิดวางแผนเอาไว้แล้วว่า ไม่เป็น เนื่องจากมีงานใหญ่รออยู่
 

เป็นรัฐมนตรีว่าการไม่ว่ากระทรวงไหน ใครก็อยากเป็นทั้งนั้น
 

นี่จึงเป็นที่มาที่ว่า พอ บุญทรง มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงต้องมา “รับกรรม” ทำตามคำสั่งในการระบายข้าวรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี
 

จากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองชั้นอุทธรณ์ ระบุบางช่วงบางตอนว่า 
 

“การเลือกวิธีจ่ายเงินด้วยแคชเชียร์เช็ค แทนที่จะเปิดแอลซี เท่ากับว่าเป็นการตัดการโอนเงินต่างประเทศ ข้าวก็ไม่ได้ส่งไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการนำข้าวมาเวียนขายในประเทศในราคาที่ได้ส่วนต่างจากราคาตลาด”
 

ศาลฯท่านยังระบุชัดอีกว่า “จำเลยไม่สามารถทำได้เฉพาะลำพังคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการร่วมกันทุจริตระหว่างนักการเมือง ข้าราชการประจำและนักธุรกิจ”
 

คำว่าจำเลยทำคนเดียวไม่ได้นั้นย่อมชัดเจนว่า ลำพังบุญทรง ทำเองไม่ได้ต้องมีคนวางแผนและบุคคลที่เป็นคีย์แมนคนสำคัญของการทุจริตก็คือ หมอโด่ง พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ  วัจนะพุกกะ ที่ถูกส่งมาเป็น เลขานุการ ของ บุญทรง แต่หนีไปแล้ว
 

ยังไม่ทราบชะตากรรมว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
 

ถ้าได้ตัว”หมอโด่ง”มา จะทราบทันทีว่า นายคนไหน เจ๊คนไหน เป็นคนสั่งการให้ดำเนินการแบบที่ว่านี้ แผนการดังกล่าว ถูกวางไว้จากต่างประเทศ มีคนบินไปรับแผนแล้วนำมาดำเนินการ ขนาดพ่อค้าข้าวยังต้องบินไปรับออเดอร์ที่โน่นเลย
 

ใครไม่เชื่อให้เข้าเรือนจำไปถาม”เสี่ยเปี๋ยง” หรือว่าจะถามอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ที่ยังมีชีวิต อยู่ก็ได้ 
 

บุญทรงถูกตัดสินเพิ่มโทษเป็นจำคุก48 ปี เดินคอตกเข้าเรือนจำ
 

วันรุ่งขึ้น อุ้งอิ้ง โพสต์ภาพพ่อแม้วกับอาปู นั่งกินปูม้านึ่งอย่างมีความสุขในต่างประเทศ