Editor-talk

มันเป็นแค่เกมส์

7 กันยายน 2019 เวลา 12:34 น.

มันเป็นแค่เกมส์

 

ประชาธิปัตย์ยื่นญัตติขอศึกษาแก้รัฐธรรมนูญแล้ว

 

เป็นญัตติที่สองต่อจากญัตติฝ่ายค้าน

 

เนื้อหาและแนวทางคล้ายกันคือให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาว่าจะแก้อย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ให้แก้ยาก

 

ถ้านายกฯไม่เอาก็จบ!!!!

 

ประชาธิปัตย์ก็รู้ ฝ่ายค้านก็ทราบ

 

แต่ก็ต้องทำก็ต้องยื่น เพราะว่า ฝ่ายค้านประกาศเอาไว้ว่าจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ยึดรูปแบบสสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในแบบรัฐธรรมนูญปี2540

 

ส่วนประชาธิปัตย์ ก็ยื่นเป็นเงื่อนไขว่า หากไม่แก้รัฐธรรมนูญจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ดังนั้น ในนโยบายเร่งด่วนข้อสุดท้ายจึงเขียนไว้เอาใจประชาธิปัตย์ อย่างเสียมิได้

 

ถามนายกฯลุงตู่ กี่ครั้งก็ได้รับคำตอบแบบกลายๆว่า ไม่แก้

 

พราะฝ่ายค้านต้องการแก้ที่มาของสว. 250 คนที่อยู่ในอำนาจของนายกลุงตู่แต่เพียงผู้เดียว มันยากนะที่จะให้สว. เกือบร้อยคนมาลงชื่อเพื่อแก้รัฐธรรมนูญลดอำนาจตัวเอง

 

แถมยังจะแก้บทที่ว่าด้วยการนิรโทษกรรมคนทำปฏิวัติอีก ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

 

แนวทางฝ่ายค้านตัดทิ้งได้เลย

 

สำหรับประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในพรรคก็ไม่เป็นเอกภาพ ความบาดหมางมีมาตั้งแต่เลือกหัวหน้าพรรค การเข้าร่วมรัฐบาลและวันนี้แย่งเก้าอี้สส. กัน กดดันให้คนเป็นรัฐมนตรีลาออกจากสส. บัญชีรายชื่อ

 

คนที่เห็นว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่มีอำนาจแล้ว คนมีอำนาจคือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน แต่ดูจะไม่กระตือรือร้น

 

เพราะวันนี้มัวยุ่งกับการสร้างผลงานและหาทุนเตรียมเลือกตั้งใหม่ การให้ เทพไท เสนพงศ์ ไปยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เพียงเพื่อไม่ให้ถูกชาวบ้านทวงถามว่า ไม่รักษาสัญญา

 

มุมหนึ่งมองว่า พรรคร่วมกดดันนายกฯ แต่อีกมุมหนึ่งนายกฯก็เข้าใจว่าเขาต้องแอคชั่น เพราะพูดเอาไว้แล้ว ก็ต้องปล่อยไป

 

เพราะพลังประชารัฐ ยังยืนยันว่าไม่แก้ จึงต้องถามกลับไปว่าระหว่างการเป็นรัฐบาล กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่ความบาดหมางระหว่างพรรคร่วมด้วยกัน ประชาธิปัตย์คงเลือกร่วมรัฐบาลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

สุดท้ายแค่ปาหี่และเกมส์การเมืองตื้นๆเท่านั้นเอง