ประชาสัมพันธ์

ชวน ปิดประชุม AIPA ส่งมอบเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป

29 สิงหาคม 2019 เวลา 12:01 น.
เปิดอ่าน 1

ชวน ปิดประชุม AIPA ส่งมอบเวียดนามเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป ยัน ผลักดันให้ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกับฝ่ายบริหารแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างประชาคมอาเซียนยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.00น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 40  ได้กล่าวปิดการประชุมพร้อมกับส่งมอบตำแหน่งประธานAIPAให้แก่ประธานรัฐสภาเวียดนาม ที่โรงแรมแชงกรีลา

 

ทั้งนี้ นายชวน กล่าวตอนหนึ่งว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความท้าทายใหม่ๆกำลังห้อมล้อมเราทุกด้าน นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประวัติศาสตร์อาเซียน เรากำลังเผชิญกับการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ทำให้เราต้องรับมือก่อน เพื่อไม่ให้น้อยหรือสายเกินไป ภัยคุกคามและโอกาสเหล่านี้คอยเตือนเราว่าประชาคมที่ยั่งยืนยาวนานนั้นไม่แน่นอน

 

นายชวน กล่าวอีกว่า ประชาคมจะไม่ยั่งยืนหากไม่มีรากฐานที่มั่นคงที่สร้างจากฐานล่างขึ้นไป ในฐานะสมาชิกรัฐสภาความเชื่อโยงของเราต่อประชาชนทำให้ AIPA มีความสำคัญอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยแง่คิดที่เราได้แบ่งปันกันในสัปดาห์นี้ ได้วาดภาพสะท้อนถึงสถานการณ์และความสำคัญที่หลากหลายของเรา  หากเราต้องการจะก้าวย่างไปข้างหน้าร่วมกัน โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของเรา เราจะต้องพึงระลึกว่าคำตอบสำหรับการเจรจาที่ยากนั้น ไม่ใช่ด้วยการพูดคุยที่น้อยลง แต่เป็นการพูดคุยที่มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ายังคงมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องทำ แต่การพัฒนาก้าวหน้ายังคงเกิดขึ้น

 

“ในปีนี้เราประสบความสำเร็จในการจัดให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเลขาธิการอาเซียน นับเป็นก้าวแรกสู่การร่วมมือครั้งสำคัญ อีกทั้งเรายังประสบความสำเร็จในการตกลงในการสร้างคลังข้อมูลกฎหมายนานาชาติ นั้นเป็นความสำเร็จด้านการสื่อสาร เพื่อให้แน่ใจว่าการอ้างอิงสถานการณ์ทางกฎหมายในแต่ประเทศสามารถทำได้อย่างมีมาตราฐานมากขึ้น” นายชวน กล่าว

 

ประธานรัฐสภาของไทย กล่าวอีกว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเรา เราได้วางตัวเพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสให้ได้มากที่สุดด้วยการสนับสนุนเสาธุรกิจที่สำคัญ หากเราต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน มันจำเป็นที่เราจะทำมันอย่างมีส่วนร่วม เราไม่สามารถเสี่ยงให้มีช่องโหว่ของความเลื่อมล้ำเหลืออยู่ได้ อีกทั้งเราร่วมกันเป็นหนึ่งด้วยการก้าวสู่ตลาดการบินร่วม

 

“เราไม่สามารถสร้างประชาคมที่ยั่งยืนได้หากประชากรว่ากอีกครึ่งหนึ่งของเรายังคงไม่มีสิทธิมีเสียง และในปีนี้เราได้ดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ถูกกีดกันจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคเทคโนโลยีนวัตกรรม นี้เป็นความพยายามที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวพันธ์กับหลายๆแง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ดังนั้นเราจึงได้เสนอให้ขยายการเข้าถึงสถาบันการศึกษา การดูแลสุขภาพ การเงิน การเมือง และความยุติธรรม เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของพวกเขา”

 

นายชวน กล่าวสรุปว่า เราได้ก้าวสู่ภูมิภาคอาเซียนปลอดยาเสพติด ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาทางเลือก ทดแทนการผลิตยาเสพติด การเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน จะช่วยชีวิตได้อย่างนับไม่ถ้วนในแต่ละปี และปกป้องกลุ่มที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เด็ก ผู้สูงอายุ และ แรงงานต่างชาติ นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเท่าเทียมกันทางสังคม ไกลไปกว่านั้นเรายังได้เพิ่มความสำคัญต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าโลกของเรานั้นสามารถอยู่ได้สำหรับรุ่นต่อไปในอนาคต

 

ต่อมาในเวลา 11.00น.ประธานรัฐสภา แถลงข่าวถึงภาพของการประชุมAIPAที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยได้มอบภารกิจให้กับประธานรัฐสภาเวียดนามแล้ว การประชุมครั้งนี้ได้เตรียมการกันมาหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งของประเทศไทย ในโอกาสขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันจัดงานกันในครั้งนี้ ซึ่งทุกประเทศได้ยอมรับการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย

 

นายชวน กล่าวว่า AIPA ตั้งมานานกว่า 40 ปีก็จริงแต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักองค์กรนี้มากนัก ดังนั้น เราจะต้องสร้างผลงานในฐานะที่พวกเราเป็นคนที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงมีความคิดว่าจะจัดเวทีเพื่อสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างเลขาธิการAIPA และเลขาธิการ ASEAN โดยจะเป็นช่องทางที่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติส่งปัญหาและข้อเสนอแนะไปให้ฝ่ายบริหาร

 

ด้าน นายกิตติ วะสีนนท์ ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยข้อแถลงการณ์ร่วมAIPA กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านต่างๆทั้ง 4 คณะ ได้มีข้อมติร่วมกันดังนี้ 1. คณะกรรมาธิการด้านสมาชิกรัฐสภาสตรีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน มีความเห็นร่วมกันในการผลักดันเรื่องความเท่าเทียมกันและการลดช่องว่างในด้านความเหลื่อมล้ำทางเพศ  2.คณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน ได้พิจารณาลงลึกไปถึงโอกาสที่จะสนับสนุนให้ประเทศอาเซียนมีความก้าวหน้าในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเตรียมการรับมือในอนาคตที่เรียกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และช่วยเหลือเอกชนระดับเล็กและระดับย่อยเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับดิจิทัล

 

นายกิตติ กล่าวว่า 3.คณะกรรมาธิการด้านสังคม พิจารณาในเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อให้กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก หรือสภาพภูมิอากาศที่อาเซียนเริ่มประสบปัญหาแล้ว เช่นเดียวกับ การเคลื่อนย้ายของแรงงานต่างชาติที่แต่ละประเทศเป็นผู้ทั้งผู้รับและส่งแรงงาน ที่สำคัญมีการตอบรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยอมรับการพัฒนาแบบทางเลือกด้วยการน้อมนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา  และ 4.คณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน   มีการหารือกันถึงการปรับปรุงกลไกการทำงานของAIPAและASEN ร่วมกันเพื่อให้ต่างฝ่ายเกิดการทำงานแบบเกื้อกูลกัน โดยให้รัฐสภามีส่วนในการเสริมสร้างความเป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“รัฐสภาชุดนี้ตั้งมาแค่ 3 เดือนแต่ได้ทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพภายใต้การนำของประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา จนสามารถทำงานได้อย่างเป็นผลสำเร็จเป็นอย่างดี” นายกิตติ กล่าว 

 

จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม โดยผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ในประเด็นที่ AIPA มีมติในการขับเคลื่อนงานร่วมกันมีความชัดเจนในเรื่องใดบ้าง นายกิตติ กล่าวว่า ในส่วนของAIPA จะเป็นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะดูว่าจะมีส่วนช่วยเสริมอย่างไร เช่น การออกกฎหมาย เพื่อช่วยในหลายภาคส่วน เป็นต้น เราต้องทำงานร่วมสภาอีก 10 ประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนให้อาเซียนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

 

นายชวน กล่าวว่า ประเด็นหนึ่งที่ยกขึ้นมา คือ หญิงไทยถูกหลอกไปขายบริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชั่วร้ายมาก ไม่รู้ว่าคดีมีความคืบหน้าไปอย่างไร ในที่ประชุม AIPAได้คุยกันว่าหากเรารับรู้ความชั่วร้ายร่วมกัน เพราะการดำเนินการนี้มีการทำเป็นขบวนการ ก็ควรจะต้องมีการสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยกัน เช่น การหยิบขึ้นมาและตั้งกระทู้ถามฝ่ายบริหาร เพื่อกระตุ้นให้ฝ่ายบริหารแก้ไขปัญหา  ส่วนกรณีประเด็นโรฮิงญานั้น ยังไม่บทสรุปใดๆ อย่างไรก็ตามในประเด็นของการประชุมไอป้า ของกรรมาธิการด้านการเมือง ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงตามกฎบัตรไอป้าที่ต้องให้ประเทศสมาชิก 10 ประเทศเห็นร่วมกันทั้งหมด เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียไม่ยินยอม

 

 

ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร  ประธานกรรมาธิการด้านการเมือง AIPA ชี้แจงด้วยว่าการประชุมกรรมาธิการด้านการเมืองไม่สามารถจัดการประชุมเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันได้ว่า เนื่องจากตัวแทนของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาอินโดนีเซีย ได้ยื่นคำแถลงการณ์ต่อประเด็นเรื่องของโรฮิงญาให้กับที่ประชุม พร้อมยื่นเงื่อนไขว่าหากที่ประชุมไม่รับแถลงการณ์จะไม่ยอมรับข้อตกลงที่เสนอมาทั้งหมด ทั้งนี้ตนพยายามพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน แต่ตัวแทนของประเทศอินโดนีเซียไม่ยอมและระบุว่าหากไม่รับข้อเสนอจะวอล์คเอาท์ออกจากที่ประชุม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อกฎบัตรอาเซียน 

 

“พฤติกรรมของตัวแทนประเทศอินโดนีเซียถือว่าไม่น่ารัก เพราะเอาเงื่อนไขของตัวเองเป็นที่ตั้ง และเอาเรื่องอื่นเป็นตัวประกัน ซึ่งไม่มีใครทำแบบนั้น ขณะที่ประเด็นซึ่งเตรียมเสนอต่อที่ประชุม อาทิ การต่อต้านก่อการร้ายข้ามชาติ,  การต่อต้านการติดสินบนและการป้องกันการทุจริต ไม่สามารถพิจารณาและไม่เกิดเป็นประเด็นที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ผมพยายามอธิบายแล้วว่าประเด็นโรฮิงญาตามที่แถลงการณ์ของอินโดนีเซียนั้นเป็นที่ไม่ก้าวหน้า เพราะปัจจุบันการแก้ปัญหาโรงฮิงญานั้นก้าวหน้าไปไกลแล้ว โดยประเทศไทยส่งเงินช่วยเหลือต่อประเทศเมียนมาร์ เป็นเงินกว่า 4 ล้านเหรียญ” นายเกียรติ กล่าว