ภาพเป็นข่าว

ชวน ลุยสอบ 'ไวจพน์' เข้าสภาทั้งที่มีหมายจับ

6 ธันวาคม 2019 เวลา 16:00
ชวน ลุยสอบ 'ไวจพน์' เข้าสภาทั้งที่มีหมายจับ
เปิดอ่าน 111

ชวน สั่งสอบสภาปล่อย 'ไวพจน์' เข้าประชุม เล็งตรวจกรณีส.ส.เพื่อไทยเสียบบ้ตรคาเครื่อง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่มี ส.ส.เรียกร้องให้ตรวจสอบ กรณีของพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ทั้งนี้มีหมายจับของศาล ว่า ตนให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าทำให้ถึงปล่อยให้บุคคลที่มีคดีเข้าเข้ามายังสภาฯ และเข้ามาในห้องประชุมเพื่อดำเนินการเรื่องอะไร ทั้งนี้ในวันดังกล่าวตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ เข้ามาในห้องประชุมสภาฯ จริงหรือไม่ เพราะไม่ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เนื่องจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าวตนจะพิจารณาหลังจากที่ได้รับรายงานจากทางสภาฯ อีกครั้ง  

 

เมื่อถามว่าจะตรวจสอบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องรอการรายงานและตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้บุคคลที่มีคดีความแล้ว ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงปล่อยตัวและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามในการเข้าประชุมสภาฯ นั้นยังถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามสถานะของส.ส.ได้




 

สำหรับกรณีที่นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดาธานี พรรคเพื่อไทย เสียบบัตรแสดงตนทิ้งไว้ในห้องประชุม ระหว่างแสดงตนนับองค์ประชุมสภาก่อนลงมติในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาตรา 44 นายชวน กล่าวว่า หากมีผู้ร้องเข้ามายังตน พร้อมจะตรวจสอบให้ ทั้งนี้ตนมองว่าการเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งของส.ส.นั้น เป็นเรื่องปกติ และทำได้ ซึ่งตนเคยเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งเช่นกัน เพราะส.ส.มีที่นั่งประจำเมื่อมีการแสดงตนหรือลงคะแนนต้องกดบัตรในที่นั่งบริเวณเดิม โดยไม่มีใครกดบัตรแล้วดึงบัตรออกมาเก็บไว้ ยกเว้นจะเปลี่ยนที่นั่ง 


“กรณีนี้หากคุณขจิตร หรือใครที่ได้รับผลกระทบว่ามีคนขโมยบัตรเพื่อไปออกเสียงหรือแสดงตน ถือว่าเป็นผู้ที่เดือดร้อน และสามารถส่งเรื่องให้ผมตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามการเสียบบัตรคาไว้ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลงคะแนนหรือกดบัตรแสดงตนแทนกัน ผมเข้าใจว่าคงไม่มีแมลงหรือตัวอะไรที่กดปุ่มให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้อย่าใช้คำว่าสมมติ ขอให้เจ้าตัวทำเรื่องเข้ามา ทั้งนี้สิ่งที่ก่อนหน้านี้คุณขจิตร ระบุไปอาจจะไม่ใช่ดังนั้นหากมีเรื่องร้องต้องตรวจสอบ” นายชวน กล่าว 


ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.เพื่อแลกกับเสียงลงมติ จะกระทบภาพลักษณ์ของสภาฯ หรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่กรณีดังกล่าวขอให้แยกเรื่องตัวบุคคลออกจากภาพของสภาฯ  เนื่องจากยอมรับว่าในแวดวงต่างๆ อาทิ ข้าราชการ, นักการเมือง, สื่อมวลชน หรือนักธุรกิจย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี  ดังนั้นต้องแยกออกจากกันและอย่าเหมารวม


นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ เตรียมเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ หลังจากที่การประชุมครั้งที่ผ่านมาพบปัญหาในการวินิจฉัยเนื้อหา โดยเฉพาะ ข้อ 85 ว่าด้วยการนับคะแนนใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวสามารถเสนอได้ และที่ผ่านมาตนเคยย้ำกับส.ส. และผู้ที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมแล้วว่า หากจะแก้ไขต้องแก้ไขให้มากกว่าเดิมไม่ใช่แก้ไขเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเข้าใจว่าการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ​โดยคณะยกร่างนั้นอาจมีเหตุผลที่เขียนเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว เช่น กรณีขอกระทู้ หรือ ญัตติ  กรณีของการขยายเวลาอภิปราย ที่ต้องพิจารณาประเด็นที่เป็นผลกระทบกับประชาชนวงกว้าง มากกว่ากระทบเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน