การเมือง

ต้องเผ่นกระทู้สักกี่ครั้ง จึงเรียกได้ว่า “นายกฯหนีสภา”

18 สิงหาคม 2019 เวลา 08:19 น.

พรรคฝ่ายค้านชี้พฤติกรรม "บิ๊กตู่" ไม่มาตอบกระทู้ถามสด ปมถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนด้วยการโจมตี "นายกฯหนีสภา" ทว่าที่ผ่านมา"อดีตนายกฯ"คนไหนบ้างหนีสภามากที่สุด

พลันที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายในสภา กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ได้กลายเป็นประเด็นเกาะติดกวนใจ พล.อ.ประยุทธ์ มาอย่างต่อเนื่อง

 

โดยฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามสดนายกฯเพื่อเคลียร์ในเรื่องนี้ตามด้วยการเข้าชื่อยื่นญัติติต่อประธานสภาฯเพื่อขอให้เปิดอภิปรายเป็นการทั่วไปนายกฯซะเลย

 

นอกจากนี้ ความพยายามให้” บิ๊กตู่” มาตอบกระทู้ แต่พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธในเบื้องต้นยังไม่ขอตอบ  ทำให้ฝ่ายค้านมีพัฒนาการทางวาทกรรมขึ้นมาอีกว่า ” บิ๊กตู่หนีสภา”  เกิดการนำไปติดแฮชแท็กทางการเมือง

 

ทั้งนี้ คงต้องกลับไปพิจารณาเหมือนกันว่า การปฏิเสธไม่ตอบกระทู้ ซึ่งเป็นเพียงแค่กระทู้ถามนายกฯครั้งแรกหลังมีสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการหนีสภาแล้วหรือ 

 

พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ว่า “การตอบกระทู้หรือไม่นั้น  ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติสภาฯ แต่เรื่องเข้ากระบวนการแล้ว ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายที่รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อไป”

 

เมื่อ พิจารณาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตั้งและการตอบกระทู้ถามสดตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ซึ่งสภาฯชุดปัจจุบันได้นำมาบังคับระหว่างการรอข้อบังคับการประชุมสภาฯฉบับใหม่ จะพบในข้อ 147 ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ต้องมาตอบด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯและให้กำหนดว่าจะตอบเมื่อใด

 

อีกอย่าง กับการที่ฝ่ายค้านด่วนสรุป “นายกฯหนีสภา”  จะเร็วเกินไปหรือไม่  เนื่องจากนายกฯเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึงเดือน

 

ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ อดีตผู้นำไล่ตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ จนมาถึงปัจจุบันต้องมาตอบกระทู้ในสภา ก็มีเรื่องราวที่น่าบันทึกไว้ว่า อะไรคือการหนีสภา และต้องมาตอบกระทู้ทุกครั้งหรือไม่

 

 

 

ข้อมูลของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บันทึกไว้ว่า ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ให้ความร่วมมือตอบกระทู้มากที่สุด ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าตอบกระทู้น้อยที่สุด

 

เฉพาะ ยิ่งลักษณ์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯเมื่อปี 2554 โดยสภาฯมีอายุอยู่ได้ 3 ปี ปรากฏว่ายิ่งลักษณ์เคยมาตอบกระทู้สดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงสองครั้งเท่านั้น

 

ครั้งที่ 1  เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2554 สมัยประชุมสามัญทั่วไป ซึ่งเป็นช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยได้มาตอบกระทู้ถามสดของ พายัพ ปั้นเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่อง การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2555 สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ โดยได้มาตอบกระทู้สดของ รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ความเหมาะสมในการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นลินี ทวีสิน)

 

ในการตอบกระทู้ถามสดครั้งที่ 2 ของยิ่งลักษณ์มีช่วงหนึ่งได้ยืนยันต่อที่ประชุมสภาฯว่า “ยืนยันว่าเคารพสภาและยินดีปฏิบัติตาม แต่การบริหารงานของรัฐบาล มีการแบ่งงาน และมอบหมายภารกิจ ให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน”

 

ส่วนการตอบกระทู้ถามมีเพียงประโยคสั้นจากยิ่งลักษณ์ว่า “การคัดเลือกผู้มาเป็นรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ เป็นคนมีความรู้ มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ โดยดูจากการศึกษา ซึ่งจากการพิจารณาตามคุณสมบัติถือว่ามีความเหมาะสม และไม่พบว่ามีส่วนใดที่ขัดกับกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ”

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสองครั้งในการมาตอบกระทู้ถามสดของยิ่งลักษณ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นเวลาร่วม 3 ปี

 

เช่นเดียวกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯอีกคน ซึ่งเป็นหนึ่งในนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดถึง 6 ปี แต่ปรากฏว่ามาตอบกระทู้ถามสดของสภาฯด้วยตัวเองแค่ 6 ครั้งเท่านั้น

 

 

กรณีของการถวายสัตย์ฯ  วิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า  นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าไปตอบในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะไปตอบเอง เพียงแต่อาจจะตอบสองสามประโยค แล้วให้คนอื่นชี้แจงแทน เพราะคนที่รู้มีเยอะ

 

 "ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้หนีสภาตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ที่ผ่านมาอดีตนายกฯ หลายคนก็ไม่เข้าไปตอบกระทู้เพราะติดภารกิจ อย่างสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกถามเรื่องโรงแรมโฟร์ซีซั่น ก็ให้คนอื่นไปตอบแทน" วิษณุ กล่าว เมื่อวันที่ 17 ส.ค.62 

 

จากการประมวลทั้งหมด ทำให้ตั้งปุจฉา "ผู้นำ"ลักษณะแบบไหน สมควรเรียกได้ว่า ”นายกฯหนีสภา”