การเมือง

เตือน “เสรีพิศุทธ์” ถ้า “บิ๊กป้อม” เอาคืน สะเทือนกว่า “6.4 ริกเตอร์”

21 พฤศจิกายน 2019 เวลา 16:51
เตือน “เสรีพิศุทธ์” ถ้า “บิ๊กป้อม” เอาคืน สะเทือนกว่า “6.4 ริกเตอร์”
เปิดอ่าน 4,545

การออกคำสั่งเชิญของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องระวังเพราะกำลังกระทำขัดต่อกม.โทษจำคุก10ปี

 

“6.4 ริกเตอร์” คือแรงสั่นไหวจากภัยธรรมชาติในประเทศลาว สืบเนื่องจากเพื่อนบ้านเราเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลสั่นสะเทือนมาไกลถึงกรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 

ทว่าแรงสั่นสะเทือนการเมืองไทย กลับสั่นไหวกว่า 6.4 ริกเตอร์ เมื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงอาการหงุดหงิดกับพฤติการณ์ของอดีตนายตำรวจ “สุภาพบุรุษนาแก” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่เล่นเกมการเมืองไม่รู้จักจบรู้จักสิ้น ออกหนังสือเชิญให้ตนและ “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปชี้แจงกรรมาธิการรอบแล้วรอบเล่า

 

“บิ๊กป้อม” โต้ทันควันว่า “ก็จบไปแล้ว เราก็ชี้แจงไปหมดแล้วจะเชิญอะไรอีก และรอบนี้เป็นรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ยังไม่เชิญ”

 

ทั้งนี้ ในการประชุมกรรมาธิการฯ วันที่ 20 พ.ย. “พล.อ.ประยุทธ์” และ “พล.อ.ประวิตร”  มอบหมายให้ “นายประสาน หวังรัตนปราณี” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ส่งหนังสือชี้แจงต่อกรรมาธิการ กระนั้นก็ดูเหมือนว่า ผู้นั่งหัวโต๊ะอย่าง “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” จะยังไม่พอใจ จึงมีโอกาสสูงที่ส่งหนังสือเรียกเป็นรอบที่ 4

 

โดยเกมนี้พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ส่งสอง ส.ส.ตัวจี๊ด คือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.เข้าไปเป็นตัวป่วน หวังกวนประสาท “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

 




 

ขณะที่ “นายประสาน หวังรัตนปราณี” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ต้องหอบเอกสารไปอาคารรัฐสภา เพื่อชี้แจงกรรมาธิการถึง 3 ครั้ง คาดว่าเอกสารคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร คงจะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างน่าจะได้ข้อยุติ

 

เขา ยังเตือน “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ให้ตระหนักถึงการใช้อำนาจประธานกรรมาธิการ โดยต้องไม่เกินขอบเขต มิเช่นนั้น คนที่จะงานเข้า ย่อมจะเป็น “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” เอง

 

เพราะต้องไม่ลืมว่า การเรียกล่าสุดนั้น “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ประกอบ มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554

 

ข้อกฎหมายนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า ได้บัญญัติให้คณะกรรมาธิการมีอำนาจ ”สอบสวน “ ซึ่งเป็นการขัดต่อเอกสารหลักฐานความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ที่อธิบายไว้ ว่าเจตนารมย์แห่งรัฐธรรมนูญ วางหลักการใหม่ให้คณะกรรมาธิการไม่มีอำนาจ”สอบสวน” แต่ให้มีอำนาจเพียง”สอบหาข้อเท็จจริง” เท่านั้น

 

จึงทำให้ พ.ร.บ คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ มาตรา 6 ซึ่งปรากฏให้คณะกรรมาธิการมีอำนาจ”สอบสวน” ขัดต่อความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 129

 

นายประสาน กล่าวว่า การจะออกคำสั่งเชิญผู้ใดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ต้องดูว่าเรื่องที่จะเชิญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯหรือไม่ เพราะกรรมาธิการ มีหน้าที่ศึกษาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ “สอบสวน”  

 

“หาก พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ ยังจะเชิญอีก ต้องระมัดระวัง เพราะในมาตรา 5 พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ในส่วนของ กมธ.เองนั้น มีกฎหมายเขียนบังคับไว้ว่า ถ้าปฏิบัติหน้าที่หรือเชิญผู้ใดโดยมีเจตนาไม่สุจริต จะมีโทษทางอาญารุนแรง จำคุก 1-10 ปี สิ่งที่ พล.ต.อ.เสรีศุทธ์ ดำเนินการเรื่องนี้มาทั้งหมด ถ้าว่ากันตามกฎหมาย ก็มิชอบโดยกฎหมาย”

 

ประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นที่พรรคพลังประชารัฐ จะเล่นต่อไป โดยก่อนหน้านี้ “นายสิระ เจนจาคะ” ออกมาระบุว่า “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์” อำนาจเกินขอบเขต เพราะออกคำสั่งเรียกโดยใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของกรรมาธิการฯ เพราะในที่ประชุมกรรมาธิการ “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์”  ไม่ได้ขอความเห็นชอบว่าจะใช้กฎหมายดังกล่าว

 

ดังนั้น จึงได้เรียกร้องเปิดคลิปวิดีโอการประชุม ซึ่งจะทำให้รู้ว่า “พล.ต.อ.เสรีศุทธ์” ใช้อำนาจโดยพลการ

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน