การเมือง

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เล่าเบื้องหลัง ความสำเร็จ "อาเซียน"

8 พฤศจิกายน 2019 เวลา 17:27 น.
เปิดอ่าน 3266

พล.อ.ประยุทธ์ จะมีสไตล์ในการเข้าหาผู้นำด้วยกันหรือแขกคนสำคัญแตกต่างไปจากผู้นำคนอื่นๆ

     การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.ผ่านไปได้ด้วยดี ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม

     “เนชั่น สุดสัปดาห์” คุยกับ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ในฐานะประธานอาเซียน ไปเกือบทุกการประชุม เพื่อจะได้รู้ถึง สิ่งที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการประชุม รวมถึงเปิดเบื้องลึกเบื้องหลัง การทำหน้าที่ประธานอาเซียนของ พล.อ.ประยุทธ์ แบบ Exclusive

 

ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

 

     ดร.นฤมล ชี้แจงว่า ในเวทีอาเซียนมีข้อตกลงที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ ใน 3 เสาหลัก

     1.ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเมือง โดยสมาชิกประเทศอาเซียนได้มาพูดคุยถึงการดูแลแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เช่น ข้อพิพาททะเลจีนใต้ โดยเห็นว่าควรจะเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ที่มาจากการเดินเรือ การเดินทางทางอากาศ เป็นต้น

     2.เศรษฐกิจ โดยมีการเจรจาข้อตกลง RCEP ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของประเทศอาเซียนบวกกับอีก 6 ประเทศ ให้เป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก กินขนาดของ GDP ทั่วโลกถึง 1 ใน 3 หรือ กว่า 33 เปอร์เซ็นต์ โดยมี 15 ประเทศเห็นชอบการหารือ 20 ข้อ เหลือเพียงอินเดีย ที่ขอเวลาพิจารณาเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นประเทศใหญ่มีประชากรมาก ซึ่งคาดว่าความตกลงนี้ จะสามารถลงนามได้ในปี 2563

     RCEP จะทำให้นักลงทุนไทยมีตลาดด้านการลงทุนที่ใหญ่มากขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการส่งออก โดยไทยตั้งเป้าที่จะมุ่งเน้นการส่งออกเกษตรแปรรูป เกษตร BCG หมายถึง เกษตรชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเมื่อนักลงทุนไทยมีโอกาสมากขึ้น ก็จะทำให้มีการจ้างงานมากขึ้นและแรงงานมีรายได้สูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

     3.ด้านสังคมและวัฒนธรรม มีการพูดถึงการดูแลประชาชนในการเคลื่อนย้ายไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น การไปท่องเที่ยว เดินทางไปศึกษา แรงงาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ อาเซียนเห็นชอบตั้ง 3 ศูนย์ในประเทศไทย 1.ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและคิดค้นเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2.ศูนย์อาเซียนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและนวัตกรรม 3.ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนเพื่อสวัสดิการและความคุ้มครองทางสังคม

     โฆษกรัฐบาล ระบุว่า นอกจากนี้ การประชุมสุดยอดอาเซียน ยังมีข้อตกลงที่น่าสนใจ เช่น ด้านความเชื่อมโยงแห่งภูมิภาค โดยทางกายภาพ ประกอบด้วย ความเชื่อมโยงทางถนน อากาศ การเดินเรือ จากนั้น จึงจะมีความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับจีน อินเดีย รวมถึงประเทศคู่เจรจาอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือและความเชื่อมโยงทางด้านดิจิทัล เช่น การซื้อขายระหว่างกันผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล  การคุ้มครองสิทธิ์บนพื้นที่ดิจิทัล เพราะมีการหารือถึงความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์  ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่

     บทบาทนำของประเทศไทยในฐานประธานอาเซียน “ดร.นฤมล” เล่าว่า ได้รับคำชมเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมประชุม ว่าเราสามารถจัดการประชุมได้อย่างเรียบร้อย สมบูรณ์ สามารถบรรลุข้อตกลงสำคัญๆได้เป็นอย่างดี

     ดร.นฤมล ยังเล่าเบื้องลึกการเจรจาของ พล.อ.ประยุทธ์ กับผู้นำประเทศต่างๆว่า ในระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ มีบุคลิกที่สามารถเข้ากับผู้นำหลายๆประเทศชาติได้เป็นอย่างดี เช่น ผู้นำบางประเทศที่คนอาจคิดว่าน่าจะเข้าถึงยาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเดินเข้าไปหา แล้วควงแขนพูดคุยกันได้ทันที ยกตัวอย่าง นายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดคุยอย่างถูกคอ แบบคนเคมีตรงกัน เช่นเดียวกับนายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ โอบไหล่กอดกันหลายรอบ

     “พล.อ.ประยุทธ์ จะมีสไตล์ในการเข้าหาผู้นำด้วยกันหรือแขกคนสำคัญแตกต่างไปจากผู้นำคนอื่นๆ เช่น เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ภายหลังการประชุมอาเซียน นาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ทำให้นายกฯจูงมือเดินพาชมทำเนียบฯ พูดคุยให้ความเป็นกันเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ

     ระหว่างที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียน จะมีการพบและหารือทวิภาคีติดต่อกันถึง 12 คิว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ดูโพยเลยแม้แต่คิวเดียว แต่จำได้ว่าจะพูดอะไรกับผู้นำประเทศใด และมีเรื่องใดบ้างที่คุยค้างไว้ในการหารือครั้งก่อน ซึ่งต้องใช้พลังเป็นอย่างมาก จึงทำให้ตกเย็น พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มเหนื่อยบ้างเหมือนกัน”

     ดร.นฤมล เล่าตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ หารือกับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯว่า ระหว่างหารือกับนายวิลเบอร์ รอสส์ (Wilbur Ross) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และ นายโรเบิร์ต ซี โอไบรอัน (Robert O’Brien) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ มีเทคนิคคือ การชวนแขกพูดคุยในเรื่องอื่นๆ กระทั่งจวนจะจบการสนทนา จึงวกมาประเด็นที่สหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย

     "ประมาณว่าพูดเรื่องอื่นก่อน พูดไปนานๆ แล้วพอจะจบ ก็พูดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจว่า  คือมีเรื่องหนึ่ง ที่สหรัฐฯ ตัดสิทธิ GSP แก่ประเทศไทย โดยส่วนตัวแล้วเข้าใจดีว่าเป็นสิทธิ์ของทางการสหรัฐฯ และก็ยอมรับโดยไม่มีปัญหา แต่ประเด็นนี้ประชาชนยังไม่ค่อยเข้าใจ แม้เราจะพยายามอธิบายให้ประชาชนเข้าใจแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็เล่าว่า ไทยกับสหรัฐฯรักกันมา 200 กว่าปี มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ฉะนั้นแล้ว ขอให้ช่วยดูประเด็นนี้ด้วย ซึ่งเมื่อทั้ง 2 คน เห็น พล.อ.ประยุทธ์ พูดเช่นนี้ ก็รับปากว่าจะดูให้"

     ส่วนที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตัวเองนั้น ดร.นฤมล เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งหนังสือผ่านนายโรเบิร์ต ซี โอไบรอัน ถึง พล.อ.ประยุทธ์ 2 ฉบับ พร้อมมอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยตัวเอง ฉบับที่ 1 ชี้แจงเหตุผลที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตัวเอง 2.อธิบายให้เข้าใจว่าสหรัฐฯให้ความสำคัญกับอาเซียน จึงอยากให้มีการประชุมอาเซียน-สหรัฐฯ ที่สหรัฐอเมริกา จึงเรียนเชิญผู้นำอาเซียน เยือนสหรัฐฯ ในเวลาอันใกล้นี้  

     ส่วนการที่ประเทศอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกปี 2034 หากได้รับการพิจารณาจากฟีฟ่า จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอาเซียนมหาศาล นอกจากนี้ ยังสร้างความสามัคคีให้แก่ประชาชนในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี เพราะกีฬาเป็นเครื่องหมายของความสามัคคี

     ดร.นฤมล อธิบายว่า นอกจากข้อตกลงและการหารือของผู้นำอาเซียน สิ่งที่ไทยได้จากการเป็นประธานอาเซียน คือทำให้ชาวโลกได้เห็นว่าประเทศไทย มีศักยภาพในการจัดการประชุมขนาดใหญ่ได้อย่างสวยงามสมเกียรติ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขณะที่เนื้อหาในการประชุม ล้วนเป็นประเด็นที่ชาวโลกให้ความสนใจ นอกจากนี้ ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม อัตลักษณ์ไทย ผ้าไทย ประชาสัมพันธ์ความเป็นไทยด้วย