ภาพเป็นข่าว

"อังคณา"ออกโรงเสนอ 4 ข้อ แก้ปัญหากลุ่มคนร้ายลอบทำร้ายกองกำลังพลเรือน

8 พฤศจิกายน 2019 เวลา 17:05 น.
เปิดอ่าน 2603

อดีตกสม.เผยดีกว่าแค่ประนามหรือสร้างไอโอเพื่อสร้างความเกลียดชังนักสิทธิมนุษยชน

 

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 62    นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Angkhana Neelapaiji มีเนื้อหาดังนี้ เหตุการณ์ยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ และบาดเจ็บอีก 5 คน ที่ลำพะยาเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อคนทั่วประเทศ ชรบ. อรบ. และ อส. ถือเป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือน #Militias ที่จัดตั้งโดยกระทรวงมหาดไทย โดยคาดหวังให้ประชาชนปกป้องตัวเอง ทำหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้าน รวมถึงเป็นกำลังเสริมในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

 

ต้องยอมรับว่ากองกำลังพลเรือนเหล่านี้เป็นอาสาสมัคร ได้รับการฝึกฝนน้อยทั้งเรื่องการใช้อาวุธ และทักษะ มีงบประมาณไม่เพียงพอ และขาดอุปกรณ์ต่างๆในการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ทุกฝ่ายคงต้องถามตัวเองว่า #นอกจากการออกมาประนามผู้ก่อเหตุ และสร้าง #FakeNews #FalseNews เพื่อสร้างความเกลียดชังต่อนักปกป้องสิทธิแล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีมาตราใดบ้างในการในการแก้ปัญหา ส่วนตัวในฐานะที่ติดตามปัญหา จชต. มายาวนาน มีข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่าย คือ

 

1) นอกจากการฝึกใช้กำลังอาวุธ กองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนควรได้รับ #การฝึกเพื่อเสริมทักษะในดูแลความปลอดภัยของตัวเอง เช่น การไม่จัดประชุมหรือมีการรวมกลุ่มกันในเวลาเดิมๆโดยเฉพาะในเวลาค่ำจนทำให้ง่ายแก่การถูกจ้องโจมตี


2) กองกำลังฝ่ายพลเรือนควร #มีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอเพื่อปกป้องตนเอง เช่น #เสื้อเกราะกันกระสุน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ (สังเกตุผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่สวมเสื้อเกราะกันกระสุน)


3) #การปฏิรูปงานการข่าว ปัญหาปฏิรูปงานการข่าวเป็นเรื่องที่พูดกันมานานมาก มีการของบประมาณเพื่องานการข่าวจำนวนมากในทุกปี แต่ยังเกิดเหตุร้ายขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถป้องกันได้ (เหตุการณ์ยิง ชรบ. ครั้งนี้เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนมาก ทั่งคนดูต้นทาง คนโรยตะปูเรือใบ เผายางรถยนต์ฯ ทำให้สามารถปฏิบัติการได้ในเวลารวดเร็ว)


4) #การแก้ปัญหาโดยใช้การเมืองนำการทหาร ยอมรับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย (Inclusiveness) เปิดใจกว้างและอดทนอดกลั้นในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ไม่มองคนคิดต่างเป็นศัตรู หยุดสร้างวาทกรรมการเกลียดชัง (hate speech) เพราะอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง (hate crime) ซึ่งยากจะแก้ไข

 

ทั้งหมดนี้น่าจะดีกว่าแค่การประณาม หรือการสร้าง #IO เพื่อสร้างความเกลียดชังนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการโยนความผิดให้คนทำงานสิทธิ ทั้งที่ #รัฐเองมีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิในชีวิตของบุคคลทุกคน