การเมือง

72 ปี "สนธิ ลิ้มทองกุล" แก้รัฐธรรมนูญสำหรับผม มันไร้สาระ"

7 พฤศจิกายน 2019 เวลา 17:20 น.
เปิดอ่าน 2994

การแก้ไขธรรมนูญของฝ่ายค้าน คือการแก้ข้อเสียเปรียบ เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

 

7 พฤศจิกายน "สนธิ ลิ้มทองกุล" อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เปิดบ้านพระอาทิตย์ทำบุญวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี รับฟังพระธรรมเทศนา จาก "หลวงปู่เจริญ ราหุโล" วัดป่าพระธาตุเขาน้อย จ.ราชบุรี

 

"สนธิ" ผู้ซึ่งเพิ่งพ้นคุกเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากต้องคดีความผิดเกี่ยวกับ กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ถือโอกาส เปิดใจกับมิตรรักพันธมิตรและพนังงาน ASTV ว่า เป็นการฉลองวันเกิดที่ประทับใจมาก เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวันเกิดคราวใด ก็ได้แต่มองดูตัวเองผ่านลูกกรงห้องขัง  ได้แต่นั่งภาวนาในเรือนจำและปฎิบัติธรรมอย่างหนัก เพราะคนติดคุกนั้น ทำอะไรไม่ได้ ชีวิตจำเจอยู่อย่างนั้น แต่ยังโชคดีที่สติสตังอยู่ครบ จิตใจสงบ ซึ่งทำให้เห็นอนิจจัง

 

เขา เล่าว่า ตลอดเวลา 3 ปีที่เข้าไปอยู่ในคุก ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก และเมื่อได้ออกจากคุกแล้ว จึงตั้งใจว่าจะมุ่งให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการพูดเพื่อนำเสนอข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์

 

สนธิ กล่าวถึงก้าวต่อไปของ ASTV ว่า ASTV เป็นจุดเริ่มต้นของเคเบิลทีวี ที่ทุกคนเลียนแบบ เพียงแต่ว่า ตั้งแต่ปี 2548 กระทั่งถึงปัจจุบัน เขาไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะมัวแต่ลงถนน เพื่อประท้วง เรียกว่า งานการไม่ทำ ซึ่งถือเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันประชาชนหลายคนกลับบอกว่า สิ่งที่เขาทำเมื่อได้ลงถนนนั้น ถือว่ายิ่งใหญ่ กว่างานใน ASTV เสียอีก

 

"แต่อยากให้พี่น้องเพื่อนฝูงจำเอาไว้ว่า  ขณะที่เราเอ็นจอย คนที่เจ็บตัวคือสนธิ ลิ้มทองกุล เพียงคนเดียว ฉะนั้น ระหว่างที่เราตบมือด้วยความมันส์ แล้วบอกให้คุณสนธิลงถนน ขอให้รู้ว่าคุณสนธิเจ็บปวดใจเหลือเกิน ซึ่งถ้าไม่ใช่ภาระต่อชาติบ้านเมือง ก็จะไม่ทำเช่นนี้

 

"วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะส่วนตัวแล้ว การแก้ไขธรรมนูญของฝ่ายค้าน คือการแก้ข้อเสียเปรียบ เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ ขณะที่รัฐบาล ไม่อยากให้แก้เพราะตัวเองได้เปรียบอยู่แล้ว ไม่อยากแก้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันไร้สาระ  เพราะสิ่งที่เป็นสาระสำหรับผม คือการที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่ไม่มีใครเป็นตัวแทนของประชาชน"

 

 

เมื่อเข้าสู่ประเด็นทางการเมือง "สนธิ" ได้หยิบยกความเบื่อหน่ายออกมาพูดว่า

 

"ผมเห็นการเมืองมานานแล้ว ผมเคยเห็นนายบรรหาร ศิลปอาชา ตอนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม คลานเหมือนหมา ไปที่ประธานสภา เพื่อไปสะกิดขา แล้วบอกว่าให้ปิดประชุม กระทั่งออกจากคุกมาเมื่อไม่นานมานี้ แล้วมาเห็นการเมือง ก็พบว่า ไม่ได้เปลี่ยนห่าอะไรเลย เหมือนกับตอนที่คณะรักษาความสุขแห่งชาติ(คสช.) เข้ามายึดอำนาจ ผมก็ได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นเรื่องของสมบัติพลัดกันชม ซึ่งพอถึงวันนี้ก็เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามนั้น

 

ในช่วงท้าย "สนธิ" เล่าว่า ได้บอกกับรุ่นน้องไปว่า รู้สึกสงสารเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหารของไทยเบฟเวอเรจ และเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพราะพวกเขายังจนอยู่  ซึ่งถ้าไม่จน ก็คงไม่ขมักเขม้นทำโครงการจำนวนมากขนาดนั้น

 

"น่าเห็นใจมาก เพราะเขาเป็นคนจน ไม่เหมือนกับพวกเรา ที่เป็นคนรวยในความสุข จิตสงบ"  นายสนธิ กล่าว