เศรษฐกิจ

เล่ห์กลพิลึก udrink idrive เพื่อนรัก กับการแทงข้างหลัง

4 พฤศจิกายน 2019 เวลา 10:54 น.
เปิดอ่าน 623

มหากาพย์ U drink I drive ยังคงเป็นตำนานของเพื่อนรักเพื่อนแค้นหักเหลี่ยมโหด ที่ยากจะสมานรอยร้าวและมิตรภาพความเป็นเพื่อนให้แนบสนิทเฉกเช่นดั่งเดิม

 

ใครจะไปคิดว่า ก่อนการไกล่เกลี่ย ซึ่งหลายคนที่ติดตามมหากาพย์เรื่องนี้ ต่างนึกว่าอาจจะมีบทสรุปหรือข้อตกลงอะไรบ้างเกิดขึ้นเพื่อยุติปมขัดแย้งดราม่าเช่นนี้

 

ก่อนถึงวันนัด กลับกลายเป็นการเปิดศึกอีกรอบจากฟากฝั่งของ จิรายุ พิริยะเมธา และทีมผู้บริหารของ U drink I drive ด้วยการฟ้องกลับ สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 18 ก.ย.62 ในข้อหา “เบิกความเท็จต่อศาล” ในการไต่สวนขอความคุ้มครองชั่วคราว โดยให้เหตุผลที่ว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 ไม่ได้มีการประชุมผู้ถือหุ้น” จนถึงกับต้องอุทานว่า “อะไรกันเนี่ย? ”

 

เมื่อเรื่องราวกลับตาลปัตร ใครบางคนอาจจะคิดว่า "คนนอก" คงไม่มีวันรับรู้หรือได้เห็นเรื่องราวที่แท้จริง  แต่พอดีวันนั้นจิ้งจกตัวใหญ่เกาะเพดานอยู่ ส่งเสียงทักไขข้อกระจ่าง

 

 

การที่ทีมผู้บริหาร U drink I drive อ้างเหตุการณ์วันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ สิรโสมย์ ไปขอคุ้มครองฉุกเฉินจากมติที่ประชุมวันนั้น ว่าไม่มีมติใดๆ แต่ความจริงอยู่ที่ว่า สิรโสมย์ ไม่ได้เข้าที่ประชุม เพราะจดหมายเชิญประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือส่งมาน้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม ทั้งๆที่สิรโสมย์ ได้ส่งจดหมายให้กรรมการอีกทั้ง 2 ท่าน เรียกประชุมผู้ถือหุ้นโดยด่วนตั้งแต่วันที่ 14 พค 2562 แต่ทั้ง 2 คนกลับรอถึง 30 วัน แถมยังเรียกประชุมมาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก

 

อีกอย่างที่ผ่านมา ทางสิรโสมย์เอง ก็ไม่เคยได้รับเอกสารรายงานการประชุมใดๆทั้งสิ้น รวมถึงการประชุมก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน ที่มีการโหวตเรื่องการจะขายสินทรัพย์ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาด้วย จึงเกิดคำถามว่าหากไม่มีอะไรในก่อไผ่แล้ว ไม่ใช่หน้าที่อันพึงกระทำของกรรมการหรอกหรือ ในการส่งรายงานมติที่ประชุมให้กับผู้ถือหุ้นรับทราบทุกครั้ง

 

 

นอกจากนี้ยังรวมถึง การอัพเดทถึงสถานะการขาย วันเซ็นต์สัญญาต่างๆ แม้กระทั่งผู้ซื้อ สิรโสมย์ก็ไม่เคยได้เจอหน้า หรือมีโอกาสได้เจรจากับผู้ซื้อเลย จึงทำให้การขายครั้งนี้ แลดูมีจุดที่ไม่ชอบมาพากลหลายจุด แม้แต่การร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารต่างๆ ไปทางบริษัท น.ส.อภินรา และ นาย จิรายุ ก็ไม่ยอมส่งเอกสารให้ตามคำขอ โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดหมายศาลอีกด้วย

 

นั่นหมายความว่า สิรโสมย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ทีมผู้บริหารชุดนี้กลับเอาไปยื่นที่ศาลหลังที่ 
สิรโสมย์ได้รับคุ้มครองแล้ว เพื่อขอเพิกถอน โดยพลิกเรื่องเป็นว่า "วันนั้นไม่มีมติใดๆ ทั้งๆที่หนังสือเชิญประชุมมีวาระนั้นๆปรากฎอยู่”