การเมือง

แฉแคมเปญถล่ม "บิ๊กตู่-บิ๊กแดง" ฝีมือ "เคมบริดจ์ แอนะลิติกา" เมืองไทย

12 สิงหาคม 2019

หลายวันมานี้ สื่อในเครือข่ายตรงข้ามรัฐบาล เน้นนำเสนอข่าว และความเห็นของบุคคล ที่โจมตีประเด็นการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

หากใครได้ดูหนังเรื่อง The Great Hack ก็น่าจะทราบดีถึงกิตติศัพท์ของ บริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองที่ชื่อ เคมบริดจ์ แอนะลิติกา สัญชาติอังกฤษแต่มีสำนักงานในสหรัฐอเมริกา

 

หนังได้ตีแผ่เบื้องหลังขบวนการผลิต”แคมเปญ” เพื่อโจมตีคู่แข่งทางการเมือง แบบหมดใส้หมดพุง

 

กลับมาที่เมืองไทย หลังจาก บิ๊กแดง ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ใน 2 ประเด็นคือ เรื่องที่พรรคการเมืองตั้งใหม่ ใช้สื่อโซเชียล กระหน่ำแคมเปญฝังหัวคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง สิ่งนี้ บิ๊กแดง ขนานนามว่า เป็น”สงครามลูกผสม”(Hybrid War)

 

อีกประเด็นที่ บิ๊กแดงพูดถึงคือ การปฏิวัติ

 

จากนั้น”แคมเปญถล่ม บิ๊กแดงและบิ๊กตู่  ก็ถูกส่งกันออกมาเป็นทอดๆผ่านสื่อในเครือและสื่อโซเชียล ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

1. เสธ.แมว เย้ย มีแต่ข่าวเศร้า บิ๊กตู่ ผิดรธน.แต่ทำเฉย บิ๊กป้อมก็รับ เสียท่าการข่าวใน 3 จว.ใต้

2.พล.ท.พงศธร สอนมวยบิ๊กแดง ไฮบริดวอร์คืออะไร ชี้อ้างผิดๆแบบไม่เข้าใจ มองเยาวชนเป็นศัตรู

3.“เก่ง” งง “บิ๊กแดง” คุยสื่อนอก แทนที่จะตำหนิ ครม.ปมถวายสัตย์ กลัลโยนบาปนักการเมือง

4.โฆษกประชาชาติชี้ บิ๊กแดง เล่นการเมือง แถมประเมินคนรุ่นใหม่ ต่ำเกินไป

5.จตุพร ชี้ ปล่อยผ่านไม่ได้ บิ๊กตู่ แถลงนโยบายไม่บอกที่มารายได้ ถวายสัตย์ไม่ครบ

6.”ศิโรตม์” ชี้ ผบ.ทบ.ไม่มีหน้าที่โจมีตีพรรคใหม่ “ปลุกปั่น

7.อดีตปธ.สภานิสิตจุฬาฯ จี้ “บิ๊กตู่” ต้องลาอกสถานเดียว ปมถวายสัตย์ไม่ครบ

 

 

นี่เป็นเพียงสื่อกระแสหลักเท่านั้น แต่ว่า เนื้อหาในสื่อกระแสหลัก ยังถูกแชร์ไปในสื่อโซเชียลทั้ง เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ ไลน์  เพื่อให้เครือข่ายได้กระจายข่าวในทางร้ายออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

 

อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็น “แคมเปญ” ที่ไม่มีอะไรผิดกฎหมายเพราะไม่มีข้อมูลว่า กลุ่มคนที่ต้องการให้ข้อความเหล่านี้แพร่กระจายออกไป มีการซื้อข้อมูลส่วนบุคคลจากสื่อโซเชียล เฟสบุ้คหรือไลน์ เหมือนกรณีของ เคมบริดจ์ แอนะละติกา ที่ซื้อข้อมูลบุคคลจากเฟสบุ้ค 87 ล้านคน

 

ในหนังเรื่อง The Great Hack เล่าเรื่องว่า เมื่อ เคมบริดจ์ แอนะลิติกา ได้ข้อมูลบุคคลจากเฟสบุ้ค ก็มีการนำ”แคมเปญ” ส่งตรงไปยังบุคคลเป้าหมายเหล่านั้น ทั้งข้อความ คลิป เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้คนเหล่านั้นเห็นความเลวร้ายของคู่แข่งทางการเมือง และเห็นความดีของคนที่ตนเองสนับสนุน

 

ที่สำคัญบริษัทนี้รับจ้างทำ เบร็กซิท โดนัล ทรัมป์ และเลือกตั้งในหลายประเทศทั่วโลก อย่างมาเลเซีย รวมถึงการทำแคมเปญสร้างความเกลียดชังให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วย

 

ไม่แน่ใจว่าการประท้วงที่ฮ่องกง จะมีการใช้สื่อโซเชียลปลุกระดมหรือไม่

 

เพราะว่า การปลุกระดมบ่อยขึ้นคนจะคล้อยตาม มันเหมือนกับการล้างสมอง อย่างที่ บิ๊กแดง ให้สัมภาษณ์เอาไว้

 

ของไทยเราเองในอดีต เคยมีข้อกล่าวหาว่า พรรคการเมืองหนึ่ง ได้ใช้เครือข่ายมือถือ ส่งข้อความไปให้ผู้ใช้บริการเพื่อเลือกพรรคของตนเอง ซึ่งทำสำเร็จมาแล้ว

 

ครั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ ก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่โซเชียลมันพัฒนาอย่างรวดเร็ว เลยทำให้เขาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่”หัวอ่อน”และมีแนวโน้มจะถูกล้างสมองได้ง่ายกว่าในอดีต

 

ถึงขนาดที่ว่า เงินที่ยืมมาถูกนำไปใช้ในการลงทุนทางไซเบอร์ กกต.ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทำให้พรรคการเมืองนั้นได้รับการเลือกตั้งเกินความคาดหมาย ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้เงินซื้อเสียงเลย

 

สิ่งที่เหมือนกันในหนังเรื่อง The Great Hack ก็คือ การใช้”แคมเปญ” กระหน่ำผ่านช่องทางโซเชียล แต่สิ่งที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้คือ มีการใช้เงินซื้อข้อมูลบุคคล อันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่

 

หากมีใครไปร้องกกต.ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ และพบว่ามีการกระทำจริง จะมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค และมีโทษจำคุกในคดีอาญาด้วย

 

ดังนั้น สิ่งที่ บิ๊กแดง ออกมาเตือนและออกมาพูด จึงไม่ใช่เรื่องปั้นแต่ง แต่อย่างใด หรือหากใครจะโจมตีว่า บิ๊กแดง เป็นทหาร ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง ก็ขอบอกว่านี่ไม่ใช่การเมือง ไม่ใช่แค่ต้องการชัยชนะได้เป็นสส.ได้เป็นรัฐบาล แต่มันหมายถึงการได้อำนาจรัฐเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการล้มล้าง มันคือภัยต่อความมั่นคงที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ บิ๊กแดง จะทำได้

 

อันตรายกว่าอดีตผู้นำที่คอรัปชั่นเสียอีก!!!!