ภาพเป็นข่าว

"จุรินทร์" มอบนโยบายลุยช่วยเกษตรกรและแก้อุปสรรคปัญหาร่วมทุกฝ่าย

9 สิงหาคม 2019

ขอกรมศุลกากรตรวจน้ำมันปาล์มหก พร้อมแจ้งผู้ว่าทุกจังหวัดเช็คสินค้าท้องถิ่นจดสิทธิ GI โดยโมบายเคลื่อนที่ไปบริการ 

8 ส.ค. 62 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ในการประชุมชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง ที่อิมแพคเมืองทองธานี โดยภายหลังการมอบนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศใช้นโยบายประกันรายได้เกษตรกร รัฐบาลเขียนเป็นนโยบายเร่งด่วนชัดเจน มีพืชสำคัญ 5 ตัวคือ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม ยางพารา และ ข้าวโพด โดยใช้ส่วนต่างของราคาเพื่อช่วยเกษตรกร 

 

โดยได้ดำเนินการประชุม 3 ฝ่ายพร้อมตัวแทนกษตรไปแล้ววานนี้ (7สิงหาคม2562)โดยกำหนดรายได้ประกันที่กิโลกรัมละ 4 บาทที่น้ำมัน 18% โดยจัดประกันรายได้ให้ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย การคิดคำนวณส่วนต่างนี้ดำเนินโดยคณะกรรมการฯแล้วโอนผ่านเงินส่วนต่างเข้าบัญชีของเกษตกรโดยตรงด้วยธนาคาร ทุกระยะ 3 เดือน แต่ถ้าสถานการณ์ราคาปาล์มสูงกว่าหลักรายได้ที่ประกันเกษตรสามารถขายได้ราคาที่ไม่มีเงินส่วนต่างไม่มีภาระงบประมาณ 

 

" เป็นมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลโดยจะมีมาตรการเสริมเข้ามาทำให้ราคาดีขึ้นหากราคาดีขึ้นก็จะลดภาระรัฐบาลแต่ถ้าราคาเลยรายได้ที่ประกันรัฐบาลก็จะไม่มีภาระงบประมาณแต่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร" นายจุรินทร์ กล่าว 

 

พร้อมมาตรการใช้ไบโอดีเซล ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานที่จะร่วมผลักดันมาตรการใช้น้ำมันบี 10 เป็นภาคบังคับโดยเปลี่ยนจากน้ำมันบี7 เป็นบี 10 ให้ได้ ซึ่งต้องขอบคุณนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หากสามารถใช้มาตรการร่วมกันได้จะทำให้ราคาปาล์มผลผลิตเข้าสู่ดุลยภาพ อีกมาตรการคือ นำปาล์มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นมติจากคณะรัฐมนตรีชุดก่อนหน้านี้แต่ยังสามารถทำต่อเนื่องได้ ซึ่งจะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพลังงานการแก้ไขปัญหาจะเดินหน้าได้

 

ส่วนมาตรการต่อมาคือการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่เปลี่ยนเป็นการส่งออกผ่านไปประเทศที่ 3 นั้นนายจุรินทร์ได้กล่าวถึงกรณีนี้โดยเรียกว่า "น้ำมันปาล์มหก" เหลือไว้ในประเทศทำให้มีการมากดราคาผลปาล์มในประเทศเพราะการรับซื้อจะน้อยลงนั้นจึงขอฝากกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร ให้ช่วยตรวจสอบตัวเลขกันนำเข้ากับการส่งออกไม่ให้เกิดปัญหา มาตาราการต่อมาคือการกำกับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มที่ฟอกแล้วจะใช้เครื่องมือทางอิเล็คทรอนิกส์ หรือ ใช้เกวัด เข้ามาตรวจวัดแทนการใช้กำลังคนเพื่อมาตรฐานการตรวจสอบที่แม่นยำ

 

และที่เกี่ยวพันต่อเนื่องในเรื่องนี้รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการกระทรวงเกษตร เพราะนอกจากเรื่องตามแล้วยังมีเรื่องเกี่ยวกับผลไม้ทั้ง ลำไย ทุเรียนและหลายชนิดที่ปัจจุบันประเทศต้องพึ่งพาการส่งออกและตลาดใหญ่สุดอยู่ที่ประเทศจีน แต่เกิดปัญหาคือตอนนี้ทางประเทศจีนเริ่มขึ้นผลักดันมาตรฐานผลไม้และสินค้าเกษตรส่งออกโดยขอเอกสาร GAT หรือมาตรฐานสินค้า เอกสารนี้กระทรวงเกษตรเป็นผู้ออกโดยกรมวิชาการเกษตร แต่ที่ผ่านมามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะผู้ส่งออกอยากให้เร่งรัดดำเนินการออกเอกสาร ในทางที่ไม่ต้องการให้เรื่องนี้ติดเป็นคอขวดเพราะจะกลายเป็นปัญหาต่อการส่งออก จึงขอให้กระทรวงเกษตรไปดำเนินการแก้ไขปัญหา

 

รองนายกรัฐมนตรี ยังฝากเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือ เซฟการ์ด กรณีสินค้าที่นำเข้ามาอย่างผิดปกติสามารถใช้มาตรการนี้ตรวจสอบได้เพื่อไม่ให้กระทบกับสินค้าเกษตรภายในประเทศแต่กระทรวงเกษตรจะต้องเป็นผู้ดำเนินการออกมาตรการนี้ ขอให้ดำเนินการโดยเร่งรัด

 

ต่อมาคือมาตรการด้าน การส่งออกสินค้าและบริการ ซึ่งแม้เป็นโจทย์ยากท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนแต่เป็นเรื่องที่จะต้องทำนอกจากตั้งยุทธศาสตร์รักษาตลาดเดิมขยายตลาดเดิมแล้ว ต้องเพิ่มตลาดใหม่และพื้นตลาดเก่า เช่น ตลาดข้าวอิรัก กับการเปิดตลาดที่จอร์แดน เซาท์แอฟริกา อินเดีย เป็นต้น และสิ่งสำคัญคือการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนเพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกที่เร็วได้อีกทางหนึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพถ้าหากได้รับความร่วมมือในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตจังหวัดชายแดน โดยจะบูรณาการร่วมทุกประเทศที่เกี่ยวข้องและทุกฝ่ายซึ่งอยู่ในองค์การประโยชน์ของประเทศเราเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งที่ติดขัดให้สามารถผ่านไปได้

 

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยระบุว่สจะมีหนังสือประสานจากปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ช่วยรวบรวมจัดทำบัญชีรายการสินค้าท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ไข่เค็มไชยาทเป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้ามาจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างมูลค่าและจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาตามท้องถิ่นภูมิศาสตร์ว่า GI (Geogrphical Indications) ซึ่งจะให้กระทรวงพาณิชย์จัดโมบายไปให้บริการประชาชน อำนวยความสดวกถึงที่ 

 

สุดท้ายเรื่องเศรษฐกิจทันสมัย คือ อีคอมเมอร์ซ หรือในเรื่องการค้าออนไลน์ ที่จะทำงานเชิงรุกจะได้มีประสานงานกับกระทรวงและฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่สร้างมูลค่าสินค้าโดยเฉพาะตัวอย่างที่เคยหารือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ศอ.บต.เพื่อการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

 

สุดท้ายรองนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเสริม ถึงกรณีผลผลิตพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่จะอยู่ในโครงการประกันรายได้ว่าจะดำเนินการตามมา ส่วนพืชเศรษฐกิจชนิดที่ไม่ได้อยู่รายการ ระกันรายได้จะมีมาตรการเฉพาะด้านดูแลโดยรัฐบาลเช่นกัน