ภาพเป็นข่าว

รัฐบาลดัน 'กองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา' เพิ่มมูลค่าไม้เท่าทองคำ

20 ตุลาคม 2019 เวลา 16:52 น.
เปิดอ่าน 24

กอบศักดิ์ เปิดตัวกองทุนต้มไม้ร่วมพัฒนา ให้ต้นไม้เป็นหลักทรัพย์เทียบเท่าทองคำ

เมื่อวันที่ 20  ต.ค. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ตนพร้อมด้วยนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ร่วมเปิดตัว “กองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา” ซึ่งจะเป็นความร่วมแรงร่วมใจของคนกองทุนหมู่บ้านทั้งประเทศ 13 ล้านคนกับภาคีเครือข่ายด้านป่าและต้นไม้ คือ กรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานความหลายหลายทางชีวภาพ สำนักงานก๊าซเรือนกระจก ที่จะร่วมกันแสดงพลังสืบสานปณิธานของรัชกาลที่ 9 ในการอนุรักษ์ป่า ดิน และน้ำ ด้วยการปลูกต้นไม้ร่วมกันนับร้อยล้านต้น คืนต้นไม้ให้แผ่นดินไทย ให้เป็นสมบัติของตนเอง ครอบครัว ชุมชนต่อไป 

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้นไม้มีค่า เช่น สัก พยุง ยางนา ประดู่ ชิงชัน และไม้ท้องถิ่นบางชนิด เมื่อปลูกไป 15-20 ปี จะมีราคาประมาณ 15,000-25,000 บาท เท่ากับราคาทองคำ 1 บาท  ดังนั้นเมื่อต้นไม้กลับมาภัยพิบัติก็จะลดน้อยลง หนึ่งในผลงานสำคัญของรัฐบาลที่ผ่านมา คือ การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีการใช้ต้นไม้เป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันการกู้ยืมผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)  ทำให้ธนาคารต้นไม้ที่พี่น้องประชาชนขับเคลื่อนมาในหลายๆ ปี สามารถออกดอก ออกผล กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญของทุกคน เป็นแหล่งออมเงินชั้นดีอย่างแท้จริง

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการเปิดตัวกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา ที่บ้านหนองหิน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบ ได้ร่วมกันริเริ่มแนวคิด คันนาทองคำที่จะเปลี่ยนคันนาจากเดิมโล่งๆ ไม่ปลูกอะไร หรือปลูกยูคาลิปตัส ไปสู่การทำคันนาใหญ่ ปลูกป่าบนคันนา ปลูกต้นไม้มีค่าคู่กันเป็นทางไป  ซึ่งลองคิดดูว่าเพียงคันนาเดียว ถ้าเราปลูกต้นไม้ได้ 100 ต้น ภายในระยะเวลา 15-20 ปีต่อจากนี้ไปครอบครัวก็จะมีทองคำถึง100 บาท

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ขอเชิญทุกคนมาร่วมกันแสดงพลังคืนต้นไม้ให้แผ่นดินไทย มาสร้างสินทรัพย์ใหม่ให้คนไทย มาร่วมใจสืบสานปณิธานของพ่อหลวง  ด้วยการมารวมพลังเพาะกล้าไม้ คนละ 10 ต้น 20 ต้น 30 ต้น ตามกำลัง  เพื่อที่เราจะลงมือปลูกพร้อมกันในช่วงต้นฝนปีหน้า เดือนก.ค.63 ในพื้นที่หลังบ้าน ในสวน ในไร่ ในคันนา เพราะต้นไม้เหล่านี้มีค่ามาก ถ้ามูลค่าเพิ่มเพียงวันละบาทต่อต้น ถ้าปลูกได้ร้อยล้านต้น ปีหนึ่งประเทศก็จะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีกเกือบ4หมื่นล้านบาท ถ้าเราร่วมกันปลูกได้ 300 ล้านต้น ทุกปีคนไทยก็จะรวยขึ้นอย่างน้อยแสนล้านบาท 10ปี ก็เป็นเงินล้านล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้จะเป็นเงินออมเพื่อใช้ในยามยาก ในยามต้องปลดหนี้ และในยามชราของทุกคน