ภาพเป็นข่าว

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือ คุมเข้มป้องกัน ไฟป่าและหมอกควัน แนะ ถอดบทเรียนแก้ปัญหา

10 ตุลาคม 2019 เวลา 13:14 น.
เปิดอ่าน 35

(10 ต.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปราชการ ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ  โดยประชุมรับทราบสถานการณ์และมอบนโยบายกับส่วนราชการต่างๆ ที่ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

 

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำถึง ความกังวลและห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล ต่อผลกระทบปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่ผ่านมา โดยรัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน  จึงย้ำให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ ในการป้องกันและรับมือกับปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง  โดยให้เตรียมข้อมูลพื้นฐานจากดาวเทียมและถอดบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา พัฒนาแผนงานและกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม มีการแบ่งมอบความรับผิดชอบและบูรณาการทำงานร่วมกันให้ชัดเจนมากขึ้นในระดับพื้นที่  ควบคู่กับให้ความสำคัญในการสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างเครือข่ายจิตอาสาและยุวชนในพื้นที่มากขึ้น ทั้งการร่วมเฝ้าระวังป้องกันและแก้ปัญหา

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร  กำชับขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพหลัก ประสานความร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงและส่วนราชการต่างๆ ร่วมกันเฝ้าระวังและแก้ปัญหาไฟป่า ทั้งพื้นที่ภายนอกและในประเทศ  โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าที่เกิดจากคน บุกรุกแผ้วถางเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย ต้องไม่ให้มีโดยเด็ดขาด  โดยให้นำเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการเพื่อลดจุดความร้อนในพื้นที่  และให้เตรียมความพร้อมระดมสรรพกำลัง ร่วมทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาที่ต้องมีความชัดเจน รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์  และต้องเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ทั้งการพยากรณ์ รวมทั้งการแก้ปัญหาสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมความพร้อมการทำฝนหลวงในช่วงวิกฤตหมอกควัน พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชน เร่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตร 9 จังหวัดภาคเหนือไปสู่การเป็นเกษตรปลอดการเผาใน 3 ปี

 

ขณะเดียวกัน ขอให้กระทรวงมหาดไทย ลงขับเคลื่อนงานท้องถิ่นถึงระดับตำบลและหมู่บ้านมากขึ้น ในการจัดระเบียบควบคุมและเฝ้าระวังการเผาพืชไร่  พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพของศูนย์บัญชาการระดับจังหวัด ติดตามเข้าควบคุมการเผา รวมทั้งปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุ โดยให้มีแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  พร้อมทั้งขอให้กระทรวงกลาโหม สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาทางพื้นดินและทางอากาศ  โดยเฉพาะการอำนวยการควบคุมพื้นที่ที่ขยายวงกว้างและมีผลกระทบในหลายจังหวัด

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธาน ปล่อยขบวนคาราวาน จากความร่วมมือของทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการเผาและลดหมอกควันในพื้นที่ โดยย้ำว่าความสำเร็จของการป้องกันและแก้ปัญหา ต้องมีความเข้าใจ ร่วมตระหนักต่อปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเองและสังคม จึงต้องการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน ทั้งมาตรการทางสังคมและกฎหมาย