การเมือง

จับสัญญาณ พท.ฝุ่นตลบ ปลดแอกใต้เงา "ชัชชาติ"

9 ตุลาคม 2019 เวลา 19:47 น.
เปิดอ่าน 1814

สถานการณ์เพื่อไทยที่เปลี่ยนไปครั้งนี้ กำลังขยายความไม่ลงรอยภายในมากขึ้นเรื่อยๆ

"การที่มี ส.ส.กทม. บางคนได้ให้ข่าวเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เรื่องการจะส่งผู้ว่าฯกทม.ตามที่เป็นข่าว ขอเรียนชี้แจงว่า พรรคยังไม่เคยมีมติในเรื่องการจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. และข่าวที่ออกมาไม่มีมูลความจริง มีแต่สร้างความสับสนให้เกิดขึ้น จึงขอเรียนชี้แจงมาในชั้นต้น จนกว่าจะมีการประชุมหารือของพรรคเสียก่อน จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน"

 

คำแถลงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ออกมาสยบกระแสความเคลื่อนไหวภายในพรรค ท่ามกลางประเด็นทางการเมืองจากเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทนชื่อ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศตัวลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระไปก่อนหน้านี้

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากสถานการณ์ของเพื่อไทยที่เปลี่ยนไปครั้งนี้ กำลังขยายความไม่ลงรอยภายในมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกลุ่ม ส.ส.กทม. อดีตผู้สมัคร ส.ส. ส.ก. ออกแถลงการณ์ยืนยันมติสรรหาผู้สมัครลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยเตรียมเสนอรายชื่อให้พรรคพิจารณาอย่างเป็นทางการ เป็นจุดหักเหของ "เอกภาพ" ภายในพรรคเพื่อไทยถึงแม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่า เมื่อชัชชาติเลือกไปสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่เพื่อไทยจะส่งผู้สมัครไปตัดคะแนนกันเอง

 

แต่วันนี้เมื่อสถานการณ์กำลังจะเปลี่ยน จากท่าทีกลุ่ม ส.ส.กทม. โดยเฉพาะ "สุรชาติ เทียนทอง" รองเลขาธิการพรรค อดีตส.ส.เขตหลักสี่ อีกหนึ่งบุคคลที่ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยไว้วางใจ ได้แจ้งไปยังพรรค จะสรรหาบุคคลที่จะมาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพื่อรั้งฐานเสียงในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เลือกตั้ง 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเคยออกตัวสนุนให้ชัชชาติเป็นผู้สมัครในนามเพื่อไทย แต่เมื่อชัชชาติเลือกลงสมัครในนามอิสระ ก็เคารพการตัดสินใจ

 

"ขอยืนยันว่าเราไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กับคุณชัชชาติ ส่วนตัวยังรักและให้เกียรติคุณชัชชาติเสมอมา ถือว่าเป็นผู้ที่เติบโตและได้รับโอกาสทางการเมืองจากพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ดังนั้นคุณชัชชาติ จะยังคงเป็นมิตรที่ดีสำหรับพวกเราเสมอ" สุรชาติ ระบุ

 

 

กลายเป็นทางแยกที่ กลุ่ม กทม.เพื่อไทยเลือก "ปลดแอก" จากกระแสชัชชาติที่มีก่อนหน้านี้ เพราะคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 3 มี.ค.2556 จากที่ "พงศพัศ พงษ์เจริญ" เคยทำไว้มากถึง 1,077,899 เสียง เป็นฐานสำคัญที่ ภาคกทม.ยังมั่นใจ เมื่อรวมกับ 9 ที่นั่งกทม.ในผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค. เป็นฐานเสียงสำคัญที่เพื่อไทยยังมีโอกาสในเวทีสนามเลือกตั้งเมืองหลวง แต่หาก เพื่อไทย อนาคตใหม่ หรือชัชชาติ มาแข่งในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในฐานะขั้วเดียวกันเอง จะสุ่มเสี่ยงเพลี่ยงพล้ำทั้งกระดานได้ทุกเมื่อ

 

ถึงนานี้ยังรอความชัดเจนว่ามติพรรคเพื่อไทยจะออกหน้าไหน แต่จุดยืนที่ กลุ่ม กทม.ได้ส่งสัญญาณไป ถือเป็นแรงกดดันไปถึงแกนนำพรรค ทำให้ภายหลังข่าวออกไปภาคกทม.จะไปทำความเข้าใจกับแกนนำถึงจุดยืนในครั้งนี้ จนถึงพรรคมีมติพิจารณาเป็นทางการว่า จะไฟเขียวส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.หรือไม่

 

"ขั้นตอนต่อไปยังรอมติพรรค จากระบบที่ระบบภาค กทม.มีมติออกไป เพื่อให้พรรคพิจารณา เราทำหน้าที่ภาค กทม.เท่านั้น มาจากการประชุมระดับภาค กทม.มีผู้เสนอประเด็นนี้เข้ามาเสนอ แต่สุดท้ายมติพรรคมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ" แหล่งข่าวจากเพื่อไทยระบุ

 

แม้แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. "ภูมิธรรม เวชยชัย" ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมายืนยันพร้อมสนับสนุนนายชัชชาติในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นการตัดสินใจถูกจังหวะ ถูกที่ ถูกเวลา กลายเป็นช่องวางภายในพรรคเพื่อไทยที่ยังไร้รอยต่อ เพื่อหาข้อสรุปว่า สุดท้ายจะมีมติส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ หรือหากมีมติไม่ส่งผู้สมัคร เพื่อไทยจะอธิบายฐานเสียงในกรุงเทพฯ อย่างไร โดยเฉพาะความเป็นพรรคการเมืองที่เครือข่าย ส.ส. ส.ก. ส.ข.ที่ทำงานในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน

 

เป็นจุดหักเหที่แกนนำเพื่อไทยกำลังเดินไปสู่ข้อสรุป ในสถานการณ์ฝุ่นตลบภายในพรรคที่ยังไร้ข้อยุติ