Inside ครม.

มท.แจงขั้นตอนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000 บาท

8 ตุลาคม 2019 เวลา 09:28 น.
เปิดอ่าน 217

วางกรอบวงเงิน 2 พันล้านจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมครัวเรือนละ 5,000 บาท 

7 ตุลาคม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรี ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดีกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา กระทั่งตอนบ่าย “ผู้นำ” จึงลงมายืนบนโพเดียม แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท 

 

งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทนั้น แบ่งเป็นงบกลาง 518,770 .9 ล้านบาท งบกระทรวงศึกษาธิการ ได้มากที่สุด 386,660 ล้านบาท ตามด้วยกระทรวงมหาดไทย 353,007 ล้านบาท กระทรวงการคลัง 249,676 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม 233,353 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 178,840 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 138,735 ล้านบาท ฯลฯ

 

ครม.ยังได้ความเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะมี 63 คน ประกอบด้วยสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 15 คน, ฝ่ายค้าน 24 คน และฝ่ายรัฐบาล 24 คน

 

โดยในส่วนของ ครม.เตรียมไว้แล้ว 3 คน คือ 1. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  2. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  3. นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนอีก 12 คน จะมีการพิจารณากันในลำดับต่อไป

 

แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงบ้าง ทว่าผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ยังได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก

 

ทั้งนี้ ครม.จึงมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ และรายละเอียดโครงการแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ 32 จังหวัด จากเดิม 29 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารออมสิน เป็นการดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ ครัวเรือนละ 5,000 บาท ภายในกรอบวงเงิน 2,092,400,000 บาท 

 

มีวิธีการ เริ่มจากปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำการสำรวจรายชื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แล้วส่งรายชื่อให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตรวจสอบ ก่อนจะเปิดเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้รับทราบว่าใครบ้างจะได้รับการช่วยเหลือ 

 

จากนั้นจะส่งไปให้ทางอำเภอและจังหวัดตรวจสอบ ก่อนที่ทางจังหวัดจะส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เพื่อให้ ปภ.ส่งให้ธนาคารออมสิน 

 

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินให้ประชาชนด้วยระบบพร้อมเพย์ ดังนั้น ประชาชนที่จะรับการช่วยเหลือจะต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ไว้ด้วย 

 

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ

 

1. น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย    

 

2. บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

 

3. บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

 

ส่วนเงื่อนไข

 

1. ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่อำเภอออกให้

 

2. กรณีที่มีประสบภัยซ้ำซ้อนทั้ง 3 กรณี ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว

3. กรณีที่ประสบภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” (PODUL) พายุดีเปรสชัน “คาจิกิ” (KAJIKI) หรือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงเหตุการณ์เดียว     

 

การช่วยเหลือครั้งนี้ จะครอบคลุมประชาชนจำนวน 418,480 ครัวเรือน 32 จังหวัดที่จะได้รับการช่วยเหลือได้แก่ รวม 32 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ชุมพร อุดรธานี สระแก้ว ลำปาง เลย สุโขทัย ศรีสะเกษ และสกลนคร