Editor-talk

คิดก่อนพูด

7 ตุลาคม 2019 เวลา 08:14 น.
เปิดอ่าน 721

“พวกเรามั่นใจมากว่าทุกคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่เกิดจากมูลเหตุและแรงจูงใจทางการเมืองที่จะทำลายกันทางการเมืองมากกว่าที่จะบอกว่าเราผิดตัวบทกฎหมายจริงๆ ดังนั้น จนถึงตอนนี้ผมมั่นใจว่าคดีทุกคดี ถ้าว่ากันตามกฎหมายจริงๆ จะไม่มีคดีไหนที่เอาผิดเราได้ คดีเรื่องเงินกู้ คนพูดไปต่างๆ นานา ถ้าใครเป็นนักบัญชีหรือนักกฎหมายจะรู้ว่าเงินกู้นั้นไม่ใช่รายได้ เพราะเงินกู้อยู่ในงบดุล ไม่ได้อยู่ในงบกำไรขาดทุน ถ้าคุณตีความว่าเรื่องนี้ผิด ผมอยากจะรู้ว่าต่อไปนักกฎหมายและนักบัญชีในประเทศนี้จะทำงานอย่างไร พังหมดเลยนะ คุณกำลังเอาเรื่องเดียวมาพังกระบวนการกฎหมายที่ใช้กันมาทั่วโลก ดังนั้น เรื่องนี้ผมพูดจริงๆ ผมยักไหล่ ผมเฉยๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราทำการเมืองโปร่งใสและถูกต้อง”

 

ท่าทางอันแข็งกร้าวประกอบความมั่นใจของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เปิดเวทีที่อาคารไทยซัมมิทเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับไลฟ์สดๆ ให้พลพรรคสีส้มได้รับฟังรับชมกันทั่วประเทศ

 

คำพูดของธนาธร ไม่ได้สื่อถึงเฉพาะสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนเท่านั้น แต่กำลังสื่อไปถึงองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีของธนาธร

 

คดีหุ้นวีลัคมีเดียอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ คดีเงินกู้อยู่ในกกต.

 

 2 คดีใหญ่ที่จะชี้เป็นชี้ตาย คดีแรกชี้ว่าธนาธรจะได้เป็นสส.เล่นการเมืองต่อหรือไม่ คดีที่สองชี้ว่าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบหรือเดินหน้าต่อไป

 

อะไรที่ทำให้ธนาธร ออกมาพูดเช่นนี้ มีข่าววงนอกวงในอะไรที่ ธนาธร ทราบมาก่อนหรือไม่ จึงออกมาตีปลาหน้าไซ โยนคำถามดังๆ ไปยังองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสิน

 

ธนาธร ได้โปรดเข้าใจว่า ธนาธร กำลังเล่นการเมือง และคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครทำหรือสร้างขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่ติดตัวธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ดำเนินการเองแทบทั้งสิ้น

 

กรณีนี้ไม่เห็นว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นเขาเดือดร้อน หากเขาไม่ทำผิดกฎหมายหรือทำในสิ่งที่กฎหมายห้ามเอาไว้

 

แน่นอนมันคือเรื่องการเมือง เพราะผลของคดีจะชี้ชะตาว่า ธนาธร และอนาคตใหม่ ยังจะได้โลดแล่นในทางการเมืองต่อไปหรือไม่

 

เป็นคดีการเมือง แต่ธนาธร อย่าเพิ่งไปฟันธงว่า กรณีหุ้นวีลัคมีเดีย หรือการให้พรรคตัวเองกู้เงินตัวเอง คำตัดสินว่าถูกหรือผิดจะมาจากแรงจูงใจทางการเมือง

 

เพราะการเมืองไม่มีทางแทรกแซงกระบวนการตัดสินได้

 

หรือว่าสิ่งที่ธนาธรพูดออกไปนั้น พูดไปเพื่อหวังผลในอนาคตว่า หากคดีหุ้นวีลัคมีเดียและเงินกู้ 191 ล้านของพรรคถูกตัดสินว่าผิด เลยสรุปว่าเรื่องการเมือง ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

 

ธนาธร น่าจะใช้ความมั่นใจของตัวเอง นำหลักฐานต่างๆ ไปสู้คดีเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองมากกว่าที่จะมาใช้วาทกรรม ยัดเยียดความไม่เป็นกลางให้กับองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสิน

 

ภาษิตกล่าวเอาไว้ว่า ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดแล้วคำพูดเป็นนายเรา ดังนั้นคนเราต้องคิดให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกไป

 

การพูดห้าวเป้งแบบธนาธร น่าจะได้รับผลกรรมตามมา.