วิเคราะห์ประเด็นร้อน

"ตุลาการปืนลั่น" พึงใช้ดุลพินิจ อย่าเพิ่งวิจารณ์ในสิ่งที่เห็น

5 ตุลาคม 2019 เวลา 16:35 น.
เปิดอ่าน 5242

สังคมพึงใช้ดุลพินิจเหตุการณ์ผู้พิพากษายิงตัวเองสังเคราะห์ต้นสายปลายเหตุอย่างรอบด้าน

อย่ารีบวิจารณ์ในสิ่งที่เห็น เพราะอาจเป็นภาพลวงตา  หลายครั้งที่โอละพ่อ “ 

 

ข้อความข้างต้น มาจาก ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ถึงกรณี คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาที่ยะลา ยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยในเวลาต่อมามีการเผยแพร่คำแถลงของคณากร ไปยังสื่อมวลชน ทำนองว่าถูกแทรกแซงให้สั่งคดี ทั้งๆที่หลักฐานไม่เพียงพอ

 

 ระดับอธิบดีอัยการฯ ออกมาเตือนสมควรรับฟัง  เพราะในโลกของข้อมูลข่าวสารเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่จะสามารถสร้างกระแสอะไรสักอย่างย่อมทำให้ผู้เสพข้อมูลข่าวสารทางโลกโซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากเสียด้วย มักยึดข้อมูลแรกที่ได้มา นำไปวิพากษ์วิจารณ์ทันที  

 

โดยเฉพาะในกลุ่มข่าวเฟค ข่าวลวง รวดเร็วในการแปลงสารให้เกิดความสับสน เข้าใจผิดในสังคม เห็นได้ชัดไม่ทันข้ามคืน มีความพยายามจากฝ่ายการเมือง นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปแปลงข้อมูลเพื่อประโยชน์ตัวเอง  อาทิ กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด  โฆษกพรรค  ร.ท.หญิง สุณิสา  ทิวากรดำรง รองโฆษกฯ  จิรายุ  ห่วงทรัพย์  รองเลขาพรรค เรียงหน้ายกแผงออกมาแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาล ศาลยุติธรรม ให้สอบสวนทันทีใครแทรกแซงผู้พิพากษา ถึงกับแจ้งว่าจะเรียก ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการในสภา

 

 

 

 

แม้แต่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการอนาคตใหม่(อนค.) โพสต์ข้อความด่วนจี๋ฟันธงทันที ปมเหตุผู้พิพากษารายนี้ต้องยิงตัวเอง ไม่ใช่เรื่องความเครียดส่วนตัว เหมือนกับที่โฆษกศาลแถลง แต่มาจากการถูกแทรกแซงคำพิพากษา

 

ประหนึ่ง พรรคการเมืองฝ่ายค้านกระโดดคว้าเหตุการณ์ตุลาการรายนี้ ชิงข่าวสร้างกระแสไปในทิศทางของตนอย่างรวดเร็ว

 

 ยิ่งการที่ปิยบุตร ฟันธง มีการแทรกแซงคำพิพากษา เพราะมั่นใจในข้อมูลถึงขนาดออกมาระบุว่า "ตนเองได้รับทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน  โดยได้ข้อมูลมาจากผู้พิพากษาที่ยิงตัวเองและผู้หวังดี หากสังคมอ่านผ่านๆ โดยไม่ใช้ดุลพินิจจะเชื่อตามข้อมูลของนักการเมืองทันที

 

แต่หากย้อนกลับไปอ่านถ้อยความตามที่ปิยบุตรโพสต์อีกรอบ  กรณี ระบุว่าได้ข้อมูลมาจากท่านผู้พิพากษาปืนลั่น และผู้หวังดี ตั้งแต่เดือนกันยายน ก็น่าจะตั้งคำถามต่อ ตุลาการท่านนี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับทางตัวแทนพรรคการเมือง?  ก็เป็นอีกประเด็นที่น่านำไปขบคิดพิจารณา 

 

ขณะเดียวกัน ไม่แปลก ที่จะมีขบวนการเฟคนิวส์ตามมาอีก อย่างเช่น มีการเผยแพร่ข้อมูล จะมีการไลฟ์สดของอธิบดีศาลชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นข่าวปลอม เป็นต้น

 

การแย่งชิง เหตุการณ์”ตุลาการปืนลั่น “ ไปสร้างกระแสเพื่อประโยชน์ตน ดูจะเป็นการมองข้ามข้อมูลข้อเท็จจริงอีกด้าน  

 

อย่าลืม สถาบันตุลาการ ถือเป็นเสาหลักสำคัญหนึ่งของประเทศในการผดุงซึ่งความยุติธรรม  เป็นองค์กรที่ มีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดรัดกุม  ดังจะเห็นได้จาก สราวุธ เบญจกุล  เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต) จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อที่ประชุมกต. ในวันที่ 7 ต.ค.นี้  ย่อมทำให้สังคมได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแน่   

 

 

สังคมออนไลน์ใช้ดุลพินิจสังเคราะห์เหตุการณ์

 

เช่นเดียวกัน  อีกด้านของสังคมออนไลน์ที่มิได้ปักใจเชื่อไปกับฝ่ายการเมือง  โดยมีการส่งต่อข้อความให้สังคมได้ร่วมกันใช้ดุลพินิจจากเหตุการณ์นี้เหมือนกัน

 

 

ดังตัวอย่าง ของข้อความที่ส่งต่อกัน โดยเนื้อหาระบุว่า  ประเด็นร้อนตอนนี้คงไม่มีเรื่องไหนที่สังคมให้ความสนใจมากไปกว่ากรณีที่ นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองหลังอ่านคำพิพากษาคดีที่ อ้างว่า อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 9 มีคำสั่งทางลับให้เปลี่ยนคำพิพากษา

 

-เรื่องนี้ เราสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้นะ เพราะนาย คณากร เขียนเป็น "คำแถลงการณ์ผู้พิพากษา" ไม่ใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ที่กระทำในพระปรมาภิไธย เรามาลองวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสงสัยกัน

 

-ตอนแรกที่รับรู้ข่าวว่า ผู้พิพากษายิงตัวตายบนบัลลังก์ ก็มีความแปลกใจกับข่าวอย่างมาก จึงยังไม่รีบนำเสนอข่าวนี้ ต่อมาไม่นาน ก็มีการเผยแพร่คำแถลงการณ์ความยาว 25 หน้า โดยใช้กระดาษที่มี "ตราครุฑ" ซึ่งปกติจะต้องเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้น ที่จะใช้หัวกระดาษที่มีตราครุฑและคำว่า "ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์" ส่วนคำแถลงการณ์ของผู้พิพากษานั้นเป็นความเห็นส่วนตน จะใช้กระดาษที่มีตราครุฑไม่ได้ จุดนี้เหมือนมีเจตนาแฝงชัดเจน

 

-ผู้พิพากษาพกปืนขึ้นบัลลังก์ ปกติแล้วจะห้ามพกพาอาวุธทุกชนิดเข้าไปในบริเวณศาล เว้นแต่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ การที่ผู้พิพากษาพกพาอาวุธปืนขึ้นอ่านคำพิพากษา แล้วใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี ควรจะต้องมีความกดดันอย่างสูง คดีที่อ่านคำพิพากษาเป็นเพียงความผิดเกี่ยวกับร่างกายธรรมดา ไม่ใช่คดีก่อการร้าย ผู้ต้องหาก็เป็นชาวบ้านทั่วไป ไม่ใช่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในคำแถลงการณ์ของ นายคณากร ก็กล่าวว่า อธิบดีฯ มิได้มารับรู้พยานหลักฐานในคดีด้วยตนเองเลย แสดงว่า อธิบดี ไม่รู้จักผู้ต้องหา แล้วอะไรคือสาเหตุให้ อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 9 จะต้องมีคำสั่งให้เปลี่ยนคำพิพากษาอย่างที่กล่าวอ้าง

 

-มีการเตรียมการล่วงหน้า ทั้งจัดทำคำแถลงการณ์ ถ่ายคลิปกล่าวหา แล้วส่งให้กับนักการเมืองพรรคหนึ่ง เมื่อเดือน ก.ย.62 ซึ่งศาลนัดตัดสินคดี ต.ค.62 คำพิพากษาล่วงรู้ถึงบุคคลภายนอกล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน นี่ไม่ใช่วิสัยที่ผู้พิพากษาพึงปฏิบัติเลย

 

-พกปืนขึ้นบัลลังก์ รวมถึงโพสต์เฟชบุ๊คขอรับบริจาค หลังเกิดเหตุไม่นาน คำแถลงการณ์และคลิปก็ถูกเผยแพร่ โดยเครือข่ายของพรรคการเมืองนั้น เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างเตรียมการไว้ล่วงหน้า

 

-ยิงตัวตายในจุดที่ไม่สำคัญ ถ้าเจตนาจะฆ่าตัวตายควรจ่อยิงที่ขมับ แต่นี่กลับยิงบริเวณลำตัวและเป็นจุดที่ไม่อันตรายถึงกับชีวิตในทันที จึงเห็นได้ว่าไม่ได้เจตนาฆ่าตัวตายจริง คำกล่าวว่าตนเองได้รับแรงกดดันจาก อธิบดีฯ จึงไม่มีน้ำหนักทันที

 

-เมื่อเราเอาข้อสังเกตุมาประมวลเข้ากับการออกมาโพสต์เฟชบุ๊กของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลที่ "นายคณากรและจำเลย" ส่งให้ตั้งแต่ เดือน ก.ย.62 ศาลนัดตัดสินคดีเดือน ต.ค.62  แสดงว่านายปิยบุตรมีความสัมพันธ์กับทั้ง ผู้พิพากษาและจำเลย.!!

 

-จึงเป็นไปได้ว่า ผู้พิพากษารู้จักกับจำเลยด้วย.!!

 

-ความลับในคดีได้ "รั่ว" ไปถึง นายปิยบุตร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกก่อนวันอ่านคำพิพากษา ซึ่งอาจเป็นคุณเป็นโทษกับฝ่ายโจทก์และจำเลยในคดี ในคดีอาญาฝ่ายโจทย์ ทหาร ตำรวจ อัยการ ทำคดีกันมาแทบตาย สุดท้ายคนตัดสินเอาไปบอกอีกฝ่ายดื้อๆ

 

-นายปิยบุตรเป็นใคร ทำไมผู้พิพากษาต้องส่งข้อมูลความลับในคดีให้ ทำไมคำแถลงการณ์ต้องกล่าวถึงเรื่องรายได้ เรื่องบ้านพักผู้พิพากษาที่ดอยสุเทพ และกล่าวหาอธิบดีผู้พิพากษา ภาค 9 สั่งเปลี่ยนคำพิพากษา เจตนาเหมือนต้องการทำลายกระบวนการยุติธรรมของไทย ในขณะที่ใกล้จะมีการพิจารณาคดีของพรรคและผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่

 

-ละครฉากนี้ผู้เขียนยังไม่เนียน แต่ตัวแสดงแจ้งเกิดแล้วเรียบร้อย โซเชียลขุดคุ้ยเรื่องราวออกมาตีแผ่กัน แล้วมันก็ไม่เกินความเข้าใจ เพราะตัวนายคณากร มีความนิยมในพรรคอนาคตใหม่ ส่งข้อมูลความลับในคดีให้ นายปิยบุตร ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะพวกเดียวกัน แต่อนาคตของนายคณากรจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาคิดไว้หรือเปล่า ไม่ทราบ

-การออกมาดาหน้าโหนประเด็น ของพรรคฝ่ายค้านที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีความผิดตามมาตรา 116 และใกล้มีการพิจารณาคดีของพรรคอนาคตใหม่ ก็เป็นเหตุจูงใจให้เกิดเรื่องนี้ การที่นายปิยบุตร ออกมาเปิดเผยว่าตนเองได้รับข้อมูลความลับในคดีจากผู้พิพากษา ล่วงหน้า 1 เดือน ใครกันแน่ที่เปิดเผยความลับและใครกันแน่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และกำลังพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทย.!!

 

ฉนั้นสังคมจึงควรใช้ดุลพินิจ เหมือนกับที่ อจ.ปรเมศร์  อินทรชุมนุม   อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีโพสต์ข้อความไว้ว่า   “อย่ารีบวิจารณ์ในสิ่งที่เห็น เพราะอาจเป็นภาพลวงตา  หลายครั้งที่โอละพ่อ “