Inside ครม.

ส่องเส้นทาง"ปกรณ์ นิลประพันธ์" เลขากฤษฏีกาอนาคตไกล

1 ตุลาคม 2019 เวลา 17:53 น.
เปิดอ่าน 50

วิษณุเคยกล่าวถึง"ปกรณ์" ถ้าเหมาะสมอาจตั้งเป็นเลขาธิการครม.เลยก็ได้

 

การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 1  ต.ค. 62  ยังคงมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในตำแหน่งสำคัญ หนึ่งในนั้นมีชื่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ คัมแบ็กสู่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาอีกครั้ง  ด้วยตำแหน่งใหม่ “เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา”

 

ทั้งนี้ ครม. มีมติอนุมัติรับโอน ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการก.พ.ร. ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้  น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ รองเลขาธิการก.พ.ร. ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการก.พ.ร.  

 

ปกรณ์ ถือเป็นนักกฎหมายแถวหน้า เป็นลูกหม้อในสำนักงานคณะกรรมกฤษฏีกามาก่อน โดยในช่วงรัฐบาลคสช.ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) โดยเป็นเลขานุการกรธ.คนที่ 1 และยังนำเสนอผลงานบทความด้านกฎหมายผ่านสื่อมวลชนด้วยภาษาเข้าใจง่ายชวนติดตาม

 

บนเส้นทางราชการตั้งแต่ปี 58-61 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการกฤษฏีกา กระทั่งเมื่อปี 2559   วิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย ได้เสนอชื่อ “ปกรณ์ “ให้มารับตำแหน่งรักษาการรองเลขาธิการครม.อีกตำแหน่ง

 

ครั้งนั้นคาดหมายว่า “ปกรณ์”อาจได้ขยับมาเป็นเลขาธิการครม. แทนอำพน กิตติอำพน ที่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งเลขาธิการครม. ปัจจจุบันไปดำรงตำแหน่งองคมนตรี

 

“ผมยังไม่เห็นผู้ที่เหมาะสมที่จะมารับช่วงต่อในเร็ววันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีบางคนสามารถถ่ายโอนมาจากตำแหน่งอื่นได้ โดยคนที่เล็งเอาไว้คือ คุณปกรณ์"

 

"เพราะช่วงเวลา 1 ปีจากนี้ไปมีเรื่องที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญจำนวนมาก  คุณปกรณ์น่าจะทำสักระยะหนึ่งก็ต้องส่งเขากลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะยังมีอนาคต แต่ทีนี้การที่คุณปกรณ์เข้ามารักษาการรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่งเพื่อจะได้ฝึกหัดงานเอกสาร และงานอื่นๆ ไปสักระยะ”

 

 “ถ้าเหมาะสม เป็นที่พอใจแก่ผู้บังคับบัญชาการ อาจจะตั้งเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเลยก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่สะดวกหรือไม่ถนัดเพราะยังเป็นเลขานุการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อยู่ด้วย ซึ่งมีหน้าที่ทำกฎหมายลูก อาจปลีกตัวยาก จะต้องคิดอีกแบบหนึ่ง ” วิษณุกล่าวไว้  เมื่อวันที่ 31 ส.ค.59

 

คำกล่าวของวิษณุ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณปูทางไว้ให้นักกฎหมายคุณภาพรายนี้ ซึ่งไม่บ่อยนักที่วิษณุจะกล่าวถึงชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นเลขาธิการครม.  

 

อีกอย่างตำแหน่งแม่บ้านครม. ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ปัจจุบัน  ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส  รับหน้าที่เลขาธิการครม.  ซึ่งบุคคลรายนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นลูกหม้อของสำนักนายกฯ เคยทำงานติดตามใกล้ชิด วิษณุ ตั้งแต่สมัยเป็นเลขาธิการ ครม. อีกเช่นกัน   

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงฤดูกาลโยกย้ายปี 61  ถือว่ามีการสลับเปลี่ยนข้าราชการในสำนักนายกฯครั้งสำคัญ  ประจวบเหมาะ ถึงคราวที่ ดิสทัตย์ โหตระกิตย์  เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งเลขาธิการกฤษฏีกาด้วย จึงมีการเล็งกันว่า “ปกรณ์”  ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะกลับมาเป็นเลขาธิการ กฤษฏีกา

 

อย่างไรก็ดี ปรากฎว่า ครม.มีมติอนุมัติ น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล รองเลขาธิการกฤษฏีกา ซึ่งถือว่ามีอาวุโสสูงสุดเหลืออายุราชการปีเดียว แต่งตั้งให้มาเป็นเลขาธิการกฤษฏีกา ขณะที่ "ปกรณ์ "ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.  ส่วนทศพร ศิริสัมพันธ์ ซึ่งคลุกคลีอยู่กับงานพัฒนาราชการมานานก็ไปเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ 

 

มาถึงปีนี้  “มือกฎหมายอนาคตไกล” ตามที่เนติบริกรประจำทำเนียบฯวาดแผนปูทางไว้ให้ หวนกลับมานั่งตำแหน่งเลขาธิการกฤษฏีกา โดยที่อดีตเลขาธิการกฤษฏีการุ่นเก๋า ดิสทัตย์   โหตระกิตย์  ก็ได้มานั่งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ เช่นกัน

  

เส้นทางการทำงานมือกฎหมายอนาคตไกล “ปกรณ์ นิลประพันธ์ “ ดูจะไม่หยุดอยู่แค่ ”เลขาธิการกฤษฏีกา” แน่นอน