Inside ครม.

ดันกรอบงบ 3.2 ล้านล้าน—วิปฝ่ายค้าน "ไม่จบ" ถกปม "บิ๊กตู่" ถวายสัตย์ฯ

6 สิงหาคม 2019 เวลา 06:15 น.
เปิดอ่าน 12

ครม.ถกกรอบงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท

 

ประเด็นร้อนการเมืองวันนี้ เกาะติดการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โฟกัสไปที่วาระพิจารณา เมื่อสำนักงบประมาณเตรียมขอให้ครม. มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท 

 

ประกอบด้วย รายได้รัฐบาลสุทธิที่จะจัดเก็บได้ จากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 2.75 ล้านล้านบาท แต่ปรับลดลงเหลือ 2.731 ล้านล้านบาท หรือลดลงไป 1.9 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่เคยเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อตอนต้นปี ซึ่งสำนักงบประมาณจะเสนอครม.พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป 

 

ดันทีมงานหนังสือหาเสียงพปชร.เป็นที่ปรึกษา “สุวิทย์” 

วาระการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ทยอยเสนอเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐ โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว. อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  เลือก นางสุวรรณี คำมั่น อดีตรองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มาเป็นเลขานุการ 

 

ทั้งนี้ นางสุวรรณี  เคยเป็นเลขานุการให้กับนายสุวิทย์ ในสมัยเป็นรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก่อน จึงเป็นการขอให้มาช่วยงานต่อเนื่องและจะได้ประสานงานกับสศช.  

 

ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษา ตามความคาดหมาย เลือก นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 29สำหรับ นางวลัยพร นอกจากเป็นน้องสาวของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยังเป็นหนึ่งในทีมงานของนายสุวิทย์ ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรมว.วิทย์ฯเช่นกัน และอยู่เบื้องหลังร่วมกันเสนอไอเดีย จัดทำหนังสือ”ประชารัฐ สร้างชาติ “ แจกจ่ายให้สมาชิกพปชร.นำไปหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา

 

พลิกล็อคเล็กน้อย เห็นจะเป็นตำแหน่ง เลขานุการรมต.ประจำรมว.คลัง  เมื่อ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เสนอ ชื่อ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพปชร. ซึ่งจากเดิมมีข่าวว่าจะมาเป็นรองโฆษกรัฐบาล แต่เปลี่ยนใจ ไปรับตำแหน่งเลขานุการของขุนคลัง แทน  ส่วนตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรี และที่ปรึกษา ประจำรมต.นั้น พรรคพปชร.จะเสนอชื่อเข้าครม.ในสัปดาห์ถัดไป  

 

5 รมต.พปชร. ยันไม่ลาออกจากส.ส. 

 

แม้ในส่วนตำแหน่งข้าราชการการเมืองแถวสอง โดยเฉพาะส.ส.ต้องลาออกก่อนมารับตำแหน่ง แต่อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการจัดการภายในพรรค คือกรณี ผู้ดำรงตำแหน่งรมต. ต้องลาออกจากส.ส.หรือไม่ ปรากฎว่า 5 รัฐมนตรี พปชร. เห็นตรงกันว่า จะไม่ลาออกจากส.ส. พร้อมนั่งค่อมทำงานในฝ่ายบริหารและสภาได้  แตกต่างจากพรรคภูมิใจไทย( ภท. ) ที่มารับตำแหน่ง รมต. และลาออกจากส.ส.เพื่อเปิดให้ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปเข้ามาเป็นส.ส. แทน  

 

“อดีตผู้ว่าฯโคราช”เป็นเลขารมต. ฟื้นรายการ”นายกฯ”รูปแบบใหม่  

 

มาที่รัฐมนตรีจากพรรคชาติพัฒนาบ้าง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกฯ  จะเสนอ นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และนายธงชัย ลืออดุลย์ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นเลขานุการ 

 

กรณีของนายเทวัญยังมีประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากได้รับผิดขอบกำกับดูแลกรมประขาสัมพันธ์  วางกำหนดการไปมอบนโยบายที่กรมปชส. ในวันที่ 9 ส.ค. นี้  ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ กระทรวง ทบวงกรม 

 

โดยนายเทวัญเตรียมมอบนโยบายพลิกฟื้น กรมปชส. ให้แข่งขันได้ในโลกข้อมูลข่าวสารยุคใหม่ พร้อมกับผลักดันการจัดรายการ “นายกฯพบประชาชน”  เน้นความทันสมัยเอาใจคนรุ่นใหม่ ตรงนี้ต้องติดตามว่า รูปแบบรายการจะเป็นอย่างไร

 

ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรและสหกรณ์ เสนอ น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 7เป็นที่ปรึกษา ส่วนตำแหน่งเลขานุการ เป็น นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา  

………………………………..

 

 

ฝ่ายค้านไม่จบ ปม "บิ๊กตู่" ถวายสัตย์ฯ 

 

ไปที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านบ้าง วันนี้นัดหารือถึงการเคลื่อนไหวในสภาและนอกสภา ประเด็นร้อนของวันหนีไม่พ้นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

 

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะออกมาให้สัมภาษณ์ขอให้เรื่องดังกล่าว”จบ”  แต่ฝ่ายค้านไม่จบง่ายๆ จะหารือถึงช่องทางการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัด ตั้งแต่การยื่นเรื่องต่อประธานสภาขอตั้งกระทู้ถาม หรือเสนอประธานสภาส่งศาลรธน. วินิจฉัย  

 

พรรคร่วมฝ่ายค้าน มองว่า การถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน อาจส่งผลต่อรัฐบาล "บิ๊กตู่" ในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ทั้งการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ  อนุมัติงบประมาณ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่มาอย่างไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ 

 

อีกประเด็นต้องการให้เกิดบรรทัดฐานในกรณีที่ครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนจะต้องปรับปรุงปฏิบัติตนใหม่อย่างไร โดยเทียบเคียงกับกรณีของผู้นำสหรัฐอเมริกา “บารัค โอบามา” เคยกล่าวปฏิญาณตนไม่สมบูรณ์ต้องกลับมากล่าวปฏิญาณตนใหม่ก่อนบริหารประเทศ 

 

มุมมองทางกฎหมาย อย่างนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีต กรธ. ออกมาชี้ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ถึงขั้นพล.อ.ประยุทธ์ มีความผิด ไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินแต่อาจไม่ชอบด้วยรธน. ซึ่งอยู่ที่องค์กรศาลรธน. จะเป็นผู้วินิจฉัยให้ ทำอย่างไร 

 

“การถวายสัตย์ที่ผ่านมาก็ถือว่าครบถ้วนแล้วไม่เป็นปัญหาในการบริหารบ้านเมือง แต่อาจจะไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญคืออ่านไม่ครบ ซึ่งก็ไม่ได้มีความผิดเพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทลงโทษไว้ ฉะนั้นเป็นเรื่องของหน่วยงาน หรือคนที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสามารถไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ส่วนศาลจะรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วไม่ชอบ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไปดำเนินการให้ถูกต้อง” (นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กล่าวเมื่อวันที่ 5 ส.ค. )

 

กล่าวโดยสรุป พรรคฝ่ายค้านอยากเห็น “บิ๊กตู่” จะแก้เกมทางการเมืองนี้อย่างไรเท่านั้น