COVID19

"เมียนมาร์" ติดโควิด 307 คน ยอดรวมแซงไทยแล้ว

16 กันยายน 2020 เวลา 9:11
"เมียนมาร์" ติดโควิด 307 คน ยอดรวมแซงไทยแล้ว
เปิดอ่าน 535

"หมอธีระ" เกาะติด "โควิด" ทั่วโลก อินเดียวิกฤติติดเชื้อวันเดียว 9.1 หมื่นคน "เมียนมาร์" ยอดผู้ป่วยแซงไทยแล้ว

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊คว่า สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุด 16 กันยายน 2563 ติดเพิ่มอีก 279,335 คน ตายเพิ่มถึง 6,049 คน ยอดรวม 29,683,318 คน อเมริกา ติดเพิ่ม 37,100 คน รวม 6,781,128 คน อินเดีย ทะลุ 5 ล้านคนไปแล้ว ติดเพิ่ม 91,120 คน รวม 5,018,034 คน ตายเพิ่มเกินพันมาอย่างต่อเนื่อง บราซิลติดเพิ่ม 36,653 คน รวม 4,382,263 คนรัสเซีย ติดเพิ่ม 5,529 คน รวม 1,073,849 คน

อันดับ 5-10 ยังคงเดิม จำนวนติดเชื้อเพิ่มส่วนใหญ่มีตั้งแต่หลายพันไปถึงหมื่นกว่าต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบอเมริกาใต้ โดยคาดว่าพรุ่งนี้อาร์เจนตินาจะทะลุยอด 600,000 คน ทำให้สิบอันดับแรกของโลกจะเกินหกแสนกันทั้งหมด

ทั้งสเปน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ติดกันหลักพันถึงเฉียดหมื่น หลายประเทศในยุโรป รวมถึงแคนาดา แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเมียนมาร์ ติดกันหลักร้อยถึงเฉียดพัน ส่วนสิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย ติดกันหลักสิบ ในขณะที่จีน ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

เมียนมาร์ติดไปเพิ่มถึง 307 คน ยอดรวมแซงไทยไปแล้ว สถานการณ์ยังรุนแรงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวานมีรายงานพบเด็ก 2 ขวบติดเชื้อ โดยเพิ่งเดินทางจากอยุธยาของไทย คงต้องรอดูว่าทีมสอบสวนโรคจะสามารถขอข้อมูลเชิงลึกมาจากทางนั้นได้มากเพียงใด และจะตามไปหาต้นตอได้หรือไม่




สถานการณ์ของไทยเรา 

หนึ่ง มีการติดเชื้อภายในประเทศ ทั้งที่ตรวจเจอเอง และที่เราทราบจากรายงานข่าวหลายรายที่ไปตรวจพบในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ พม่า และยังไม่สามารถระบุต้นตอได้ นั่นคือมีแนวโน้มที่เราจะมี Local transmission โดยไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนและการกระจาย รู้เพียงว่าติดในคนหลากหลายอาชีพ อยู่ทั้งในกทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด 

สอง เปิดประตูประเทศให้ชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และตุลาคมนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา แม้จะเข้าระบบคัดกรองกักตัว แต่ก็มีโอกาสหลุดได้หากไม่ติดตามกำกับอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง

สาม รูปแบบการบริการและท่องเที่ยว ดูจะยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ที่เห็นปรับชัดๆ คงจะเป็นกิจการโรงแรม แต่หากเป็นธุรกิจรายย่อย บริการรายย่อย คงน่าเป็นห่วง เพราะ contact time และ contact number ยังมีโอกาสเป็นไปในลักษณะเดิม และจะควบคุม กำกับ ได้ยาก ดังนั้นหาก population mobility มากขึ้น โอกาสแพร่ระบาดซ้ำอย่างเร็ว และรุนแรงเหมือนต่างประเทศก็คงมีสูง


สิ่งที่ควรทำคือ "ประชาชนคงต้องระมัดระวังอย่างมากในการดำเนินชีวิต อย่าตะลอนเยอะ หากคิดจะเที่ยวก็ต้องเที่ยวอย่างมีสติ รักตัวเองรักครอบครัวต้องป้องกันตัวเสมอ"

"รัฐควรจัดระบบบริการตรวจคัดกรองโควิด ทั้งแยงจมูก ตรวจน้ำลาย ตรวจเลือด ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่าย เบิกจ่ายได้จากทุกกองทุนโดยไม่จำเป็นต้องมีอาการ โดยบริการในหลายรูปแบบทั้งที่สถานพยาบาล รถโมบาย และจุดบริการลักษณะอื่น"

"ครัวเรือนและธุรกิจห้างร้านโรงงานที่ใช้แรงงานต่างด้าว ควรพาไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องและไปตรวจโควิดทุกราย"

"สถานพยาบาลต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การระบาดซ้ำ และหากพบเคสที่มีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือปอดอักเสบ ควรส่งตรวจโควิดทุกราย นอกจากนี้กรณีจะรับผู้ป่วยใดๆ เข้านอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดหรือทำหัตถการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรตรวจทุกรายเช่นกัน"

ด้วยรักต่อทุกคน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน