COVID19

ผู้ว่าฯภูเก็ต โวย ศบค. ขึ้นทะเบียนจังหวัดเสี่ยงโควิด-19

27 พฤษภาคม 2020 เวลา 15:11
ผู้ว่าฯภูเก็ต โวย ศบค. ขึ้นทะเบียนจังหวัดเสี่ยงโควิด-19
เปิดอ่าน 1,074

ภูเก็ต-ผู้ว่าฯภูเก็ตโวยศบค.แถลงจังหวัดยังเสี่ยงโควิด-19 ไม่ลดตัวเลขผู้ติดเชื้อ ทั้งที่ผลตรวจรายล่าสุดเป็นซากเชื้อไม่แพร่ระบาด ชี้ กระทบเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.63 นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 33/2563ว่า ภูเก็ต มีจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมจำนวน 227 ราย ล่าสุด จากการตรวจชาวอิตาลีเป็นวิศวกรและชาวจีนเป็นครูสอนออนไลน์ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 นับเป็นผู้ติดเชื้อ รายที่ 226และ 227ทั้งคู่ เป็น สามีและภรรยา มีการติดเชื้อ แต่ ลูกของเขา จำนวน 3 คนได้รับการตรวจทั้ง 3 คน พบว่า ไม่ติดเชื้อ ทางการแพทย์คาดว่าสามีและภรรยาน่าจะติดเชื้อมานาน จนกระทั่งตรวจเจอเชื้อและไม่มีอาการถ้าติดเชื้อจริงคนที่ใกล้ชิดแวดล้อมต้องติดเชื้อด้วย แต่ลูกของเขาทั้ง3คน ไม่ติดเชื้อจากพ่อแม่




"ประเด็นนี้ เปราะบางมาก ถ้าทำแบบนี้เศรษฐกิจของภูเก็ตเสียหายมากกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในข้อเท็จจริงถ้าตรวจทางการแพทย์พบว่า ทั้งสองรายนี้เป็นซากเชื้อสามารถให้ข่าวไปว่าเป็นซากเชื้อซากเซลล์ไม่มีการแพร่ระบาด ถ้ายังทำแบบนี้อยู่ประเด็นการเปิดสนามบินจะได้รับผลกระทบมาก ขอยกตัวอย่างผลกระทบทางการแพทย์ คือ ภูเก็ต มี ชาวต่างชาติ เข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก เพราะเรามีมาตรฐานทางการแพทย์ค่อนข้างสูง มีโรงพยาบาลเอกชน เมื่อเขามาอยู่บางทีมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นโรคเฉพาะทาง ซึ่งแพทย์ที่รักษาจะเดินทางมาจากกทม.มาไม่ได้ กลับกันคนภูเก็ตที่นี่ต้องไปรับการรักษาโรคที่กทม.ก็ไปไม่ได้อีกเพราะสนามบินไม่เปิด นี่คือ เฉพาะผลกระทบที่เกิดกับคนทางการแพทย์"


ดังนั้น ตัวเลขที่ ศบค.ประกาศรายวันว่า ภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อเป็นบวก แต่ในข้อเท็จจริงทางการแพทย์พิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่ติดเชื้อคือผู้ที่มีซากเซลล์อยู่ในตัวไม่สามารถแพร่ระบาดได้ จังหวัดภูเก็ตจึงมีความปลอดภัย ไม่น่าจะเอาไปขึ้นทะเบียนเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยง การที่ไม่สามารถเปิดด่านต่างๆได้ ทำให้ มีผลกระทบด้านสังคม ตอนนี้มีผู้ใช้แรงงานในพื้นที่จำนวน 5-6 หมื่นคน ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ การก่อสร้างไม่เคลื่อนไหว ต้องมารับบริจาคสิ่งของอาหารต่างๆ ตรงนี้ เปราะบางมาก การที่ให้คนทั่วประเทศมองจังหวัดเราว่ายังเป็นจังหวัดเสี่ยง และเคสล่าสุด เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติ อิตาลีและ จีน ทำให้คนยิ่งมองว่าภูเก็ตยังไม่มีความปลอดภัย คิดว่า ในส่วนการเพาะเชื้อ ที่ส่งไปของรายชาวอิตาลี และชาวจีน เมื่อวันที่ 20-21 พ.ค.63ส่งไปตรวจซ้ำที่ ม.มหิดลถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบผลกรุณานำมาแจ้งที่ประชุมทราบด้วย

จากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงของภูเก็ต ทำให้มีการพักใช้ โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 แล้ว และในวันที่ 31 พ.ค.นี้ จะพักใช้โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 รวมทั้ง จะพักใช้ โรงแรมแกรนด์สุพิชฌาย์ที่ใช้เป็นสถานที่ดูอาการผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงด้วย



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน