COVID19

คนไทยเตรียมเฮจ่อทดสอบ"วัคซีนโควิด-19"กับมนุษย์ส.ค.นี้

23 พฤษภาคม 2020 เวลา 12:58
คนไทยเตรียมเฮจ่อทดสอบ"วัคซีนโควิด-19"กับมนุษย์ส.ค.นี้
เปิดอ่าน 1,771

“สุวิทย์" นำคณะ ลงพื้นที่เตรียมการทดสอบ "วัคซีนโควิด-19" ชนิด "mRNA" หลังประสบความสำเร็จดีในการทดลองกับ "ลิง" ที่ตอบสนองไวรัสใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด ก่อนทดสอบกับมนุษย์ ใน ส.ค.นี้ ชี้ ต้องดูใน 4 ประเด็น เฟสแรก หลักสิบคน เฟส2 หลักร้อยถึงพัน เพื่อดูการสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 63 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมผู้บริหาร ลงพื้นที่เตรียมการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้างานวิจัย “วัคซีนชนิดmRNA” ที่ศูนย์วัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ให้ทุนสนับสนุน ประสบความสำเร็จในระดับดีหลังทดสอบในหนูทดลองและกำลังเตรียมจะทดสอบในลิง

นายสุวิทย์ กล่าวว่า การทดสอบในลิงจะฉีด 3 ครั้ง สำหรับวัคซีนที่ทดลองในลิง ใช้เทคโนโลยีใหม่ของการวิจัยวัคซีน คือ ใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ ชนิด mRNA โดยครั้งที่ 1 ฉีดวันที่ 23 พ.ค. เวลา 7.39 น. ครั้งที่ 2 นับไปอีก 4 สัปดาห์ ครั้ง 3 นับไปอีก 8 สัปดาห์ โดยหลังการทดสอบในเข็มที่ 2 จะทำให้เห็นผลการป้องกันโรคโควิด -19 ได้แล้ว โดยขั้นตอนการทดสอบในลิง ถือเป็นสัตว์ที่ตอบสนองกับไวรัสได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด โดยการทดสอบในลิงจะดูเรื่องความปลอดภัย ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนเมื่อได้รับวัคซีน และการตอบสนอง คือ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง ก่อนที่จะทดสอบในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 เดือนจะเริ่มทดสอบได้




นายสุวิทย์ กล่าวว่า กระบวนการทดสอบในมนุษย์มี 3 ระยะ พิจารณาใน 4 ประเด็นได้แก่ ความเป็นพิษ ความปลอดภัยต่อร่างกาย การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และประสิทธิผลของวัคซีน คาดว่าจะเริ่มผลิตวัคซีนเพื่อทดสอบในคน ได้ในเดือน ส.ค.ปีนี้  สำหรับ เฟสที่ 1 ทดสอบในคนจะเริ่มจากหลักสิบคน เพื่อดูว่าวัคซีนมีความปลอดภัยหรือไม่ จากนั้น เฟสที่ 2 เพิ่มเป็นหลักร้อยถึงพันคนเพื่อดูว่าสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง และเฟสที่ 3 จะทดสอบในหลักหลายพันคน เพื่อดูว่าใช้ได้กับประชากรจำนวนมาก โดย วัคซีนชนิด  mRNA ที่ประเทศไทยใช้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีข้อดีคือสามารถใช้ได้ผลโดยการใช้ปริมาณวัคซีนที่ไม่มากนัก

            

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน  เราได้มีการสั่งจองการผลิตวัคซีนกับโรงงานผลิต ซึ่งไม่เพียงแก้ปัญหาสำหรับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการแก้ปัญหาโรคระบาดในระดับมนุษยชาติโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายการพัฒนาวัคซีนของไทยคือให้คนไทยมีวัคซีนใช้ในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศชั้นนำทั่วโลก โดยขณะนี้การทดลองวัคซีนส่วนใหญ่ในโลกนี้อยู่ในขั้นตอนที่ไล่เลี่ยกันกับประเทศไทย คือ การทดสอบในสัตว์ทดลอง มีเพียง6-7 แบบที่ทดลองในคนในระยะที่ 1 แล้ว เช่น ของจีนและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ สิ่งที่เราดำเนินการยังมีมากกว่า 1 วิธีการ โดยดำเนินยุทธศาสตร์ 3 แนวทางคู่ขนานกันคือ 1.การวิจัยและทดลองในประเทศไทย สร้างวัคซีนใช้เอง เพื่อยืนบนขาของตัวเอง 2.การร่วมมือกับนานาชาติ และ 3.การเตรียมความพร้อมในการผลิตวัคซีนที่ผ่านการทดลองและพิสูจน์ว่าใช้ได้ผลให้คนไทยได้ใช้อย่างทั่วถึง เพราะนายกรัฐมนตรี ให้นโยบายมาว่า คนไทยต้องมีวัคซีนใช้ในเวลาเดียวกับประเทศชั้นนำอื่นๆ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน


“ที่สำคัญ ขณะนี้ ศูนย์ไพรเมท วางแผนในระยะยาวคือการสร้างอาคารวิจัยวัคซีนโรคติดเชื้อทางอากาศ ซึ่งจะทำให้การวิจัยพัฒนาและการทดสอบวัคซีนมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นครอบคลุมโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ เหมือนอย่างในกรณีโรคโควิด-19” นายสุวิทย์ กล่าว

     

ขณะที่ ศ.ดร.สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผอ.ศูนย์ไพรเมท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.39 น.ได้ทดลองฉีดวัคซีน COVID-19 เข็มแรกในลิงทดลองแล้ว จากนั้นจะฉีดซ้ำเข็มที่ 2 ในอีก 1 เดือนข้างหน้า และอีก 1 เข็ม ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะมีการเจาะเลือดดูทุกระยะของการทดสอบวัคซีนต้นแบบ เพื่อตรวจสอบว่าลิงจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสหรือไม่
       

ส่วนสาเหตุที่เลือกลิงแสม ตัวเมีย ทดสอบ เพราะ พฤติกรรมลิงตัวเมียควบคุมได้ง่ายกว่าลิงตัวผู้ และลิงเป็นสัตว์ที่ใกล้เคียงกับคน โดยต้องการหาคำตอบใน 4 เรื่องคือ ความเป็นพิษ ความปลอดภัย การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการทดสอบประสิทธิผลของวัคซีนโดยจุดบริเวณที่เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนในลิงคือ บริเวณขาหนีบของลิงเพราะเป็นจุดศูนย์รวมน้ำเหลือง
       

ทั้งนี้ ภายในศูนย์ไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สร้าง ขึ้นเพื่อ รองรับงานวิจัยและพัฒนายา วัคซีนทางการแพทย์ โรคเขตร้อน โรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำในประเทศไทย โดยเป็นศูนย์ทดลองสัตว์ขนาดใหญ่ของไทย โดยถือเป็นเป็นศูนย์ทดลองสัตว์ขนาดใหญ่ ทางด้านการแพทย์อันดับต้นๆของเอเชีย ซึ่งมีลิงแสม  สายพันธ์ไทย ทั้งหมด 406 ตัว อนาคตจะมีการนำลิงวอก และลิงมาร์โมเสท มาเลี้ยงเพิ่มเติม โดยลิงที่เลี้ยงอยู่ขนานนี้มีอายุ 4-6 ขวบ เทียบกับช่วงอายุอยู่ 12-18 ปี น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 4-6 กิโลกรัม ให้อาหารครบ 3 มื้อ ตกเดือนละประมาณ 2 แสนบาท



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน