COVID19

ด่วน ! สธ.เปิดผลสอบสวนโรคผู้ป่วยโควิด 2 รายล่าสุด

22 พฤษภาคม 2020 เวลา 14:58
ด่วน ! สธ.เปิดผลสอบสวนโรคผู้ป่วยโควิด 2 รายล่าสุด
เปิดอ่าน 2,981

สธ.เปิดเผยผลสอบสวนโรคผู้ติดโควิด 2 รายล่าสุด พบคนเสี่ยงสูง 2-3 ราย ไร้คนใช้บริการร้านตัดผมร่วมเวลา

วันที่ 22 พ.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงผลการสอบสวนโรคผู้ติดโควิด-19 ในประเทศไทย 2 รายล่าสุดว่า ผู้ป่วยรายแรกที่เป็นชายไทย อายุ 72 ปี ซึ่งมีประวัติไปตรวจโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และไปร้านตัดผมย่านประชาชื่นนั้น พบว่าผู้ป่วยมีการระมัดระวังตัวเองดีมาก เพราะเป็นผู้ป่วยโรคที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจึงใส่หน้ากากเป็นประจำ ซึ่งทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่ร้านตัดผม ได้รับรายงานว่าไม่มีลูกค้ารายอื่นที่ใช้บริการในเวลาเดียวกับผู้ป่วย แต่มีในส่วนของพนักงานร้านอยู่ในเวลาดังกล่าว 8 ราย แต่ทุกคนใส่หน้ากากตลอดเวลา จึงถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 

ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวให้ความร่วมมือด้วยการปิดร้านชั่วคราวและให้พนักงานทุกคนหยุดเฝ้าระวังอาการตนเอง นอกจากนี้ มีผู้สัมผัสที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแล แต่มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน จึงไม่ได้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ในกรณีผู้ป่วยรายนี้ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเฉพาะคนในครอบครัว 2-3 คนเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์นี้เนื่องจากผู้ป่วยมีประวัติไปโรงพยาบาลจึงมีปัจจัยเสี่ยงที่จะรับเชื้อจากโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม 

ส่วนกรณีชายชาวเยอรมัน อายุ 42 ปี เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 และมีประวัติไปเยี่ยมบ้านแม่ยายที่จ.ชัยภูมิ เมื่อกลับมากรุงเทพฯด้วยรถยนต์ส่วนตัว ไม่มีอาการใดๆ แต่ตรวจเจอโควิด-19 จากการต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน และจากการตรวจเชื้อจากภรรยาและลูกไม่พบเชื้อ เพราะฉะนั้น คนที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่สุดคือคนในครอบครัวไม่ติดเชื้อ บุคคลอื่นที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำโอกาสที่จะติดเชื้อยิ่งต่ำด้วย 




ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวให้ความร่วมมือด้วยการปิดร้านชั่วคราวและให้พนักงานทุกคนหยุดเฝ้าระวังอาการตนเอง นอกจากนี้ มีผู้สัมผัสที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแล แต่มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน จึงไม่ได้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นในกรณีผู้ป่วยรายนี้ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเฉพาะคนในครอบครัว 2-3 คนเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์นี้เนื่องจากผู้ป่วยมีประวัติไปโรงพยาบาลจึงมีปัจจัยเสี่ยงที่จะรับเชื้อจากโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม 

ส่วนกรณีชายชาวเยอรมัน อายุ 42 ปี เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 และมีประวัติไปเยี่ยมบ้านแม่ยายที่จ.ชัยภูมิ เมื่อกลับมากรุงเทพฯด้วยรถยนต์ส่วนตัว ไม่มีอาการใดๆ แต่ตรวจเจอโควิด-19 จากการต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน และจากการตรวจเชื้อจากภรรยาและลูกไม่พบเชื้อ เพราะฉะนั้น คนที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่สุดคือคนในครอบครัวไม่ติดเชื้อ บุคคลอื่นที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำโอกาสที่จะติดเชื้อยิ่งต่ำด้วย 

อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรคในพื้นที่จ.ชัยภูมิจะมีการสอบสวนโรคเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและติดตามผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อ นอกจากนี้ จะมีการดำเนินการค้นหาเชิงรุกในชุมชนบ้านแม่ยายของผู้ป่วยรายนี้ด้วย เนื่องจากจ.ชัยภูมิเคยมีรายงานผู้ป่วย 3 รายในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ติดเชื้อหลงเหลืออยู่ในชุมชน 


นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า จากการที่คนไทยให้ความร่วมมือในการป้องกันโรคโควิด-19 เป็นอย่างดี ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่มีการติดต่อทางละอองฝอย ผ่านน้ำมูลก น้ำลายเช่นเดียวกับโรคโควิด-19 ลดต่ำลงด้วย โดยโรคไข้หวัดใหญ่ ในเดือนมกราคม จำนวน 52,272 ราย ยังมากกว่าเดือนเดียวกันของปี 2562 เดือนกุมภาพันธ์ 33,095 ราย มีนาคม 12,567 ราย เมษายน 1,952 รายและพฤษภาคม 411 ราย ซึ่งภาพรวมลดลงกว่าปี 2562 โดยเหลือผู้ป่วยเพียง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

“หากประชาชนยังมาตรการในการป้องกันโรคโควิด-19 ไว้อย่างเหนียวแน่นทั้งการใส่หน้ากากอนามัยที่พบว่าขณะนี้เริ่มลดลงเหลือเพียง 69.9 % ต่ำกว่าในช่วงเดือนเมษายนที่มีการใส่มากถึง 90 % การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและการล้างมือบ่อยๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การแพร่เชื้อโควิด-19น้อยลงแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคทางเดินหายใจอื่นๆด้วย”นพ.โสภณกล่าว 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน