Columnist

Ting

8 สิงหาคม 2019 เวลา 11:01 น.
เปิดอ่าน 3

พิพิธภัณฑ์ความคิด
ไชยันต์ ไชยพร

พิพิธภัณฑ์ความคิดคราวนี้จะว่าด้วยเรื่อง ting  ซึ่งมีอายุอานามย้อนไปถึงยุคไวกิ้งโน่น  ทำไมต้องพูดถึงยุคไวกิ้ง ? ก็เพราะคำว่า ting นี้ป้วนเปี้ยนมีบทบาทสำคัญในประเทศแถบทางเหนือของยุโรปหรือที่เรียกว่า Nordic countries หรือประเทศในแถบสแกนดิเนเวียมานานนับสองพันกว่าปีหรืออาจจะนานกว่านั้น 

 

ting  เป็นปรากฏการณ์ที่โดดเด่นชัดเจนที่เกิดขึ้นในสามประเทศหลักในแถบสแกนดิเนเวีย อันได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน โดย ting ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงยุคไวกิ้งของประเทศในแถบดังกล่าวนี้  ting  คือคำที่ใช้เรียก “ที่ประชุมของผู้คน” (popular assemblies)  และปรากฏเป็นศัพท์ที่มีการใช้ร่วมกันในกลุ่มประเทศดังกล่าว  แม้ว่าจะพบหลักฐานของ ting ในยุคไวกิ้ง  แต่ ting  ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคไวกิ้ง มีการสันนิษฐานได้ว่า  ting มีเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว และถือว่าเป็นเงื่อนไขหรือลักษณะเด่นที่สำคัญในประวัติศาสตร์ยุคโบราณของประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย

 

การเกิด ting ในแถบยุโรปเหนือ มักจะเกิดหลังจากที่ผู้คนอพยพเร่ร่อนแล้วในที่สุดก็ได้ลงหลักปักฐานจัดตั้งเป็นชุมชนเป็นหน่วยทางสังคมขึ้น และได้เกิดที่ประชุมสาธารณะที่เรียกว่า ting นี้ขึ้น และได้ฝังรากลึกในโครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมจารีตประเพณีทางกฎหมายของบ้านเมืองในเวลาต่อมา  หลักฐานที่เป็นข้อเขียนเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึง ting ของสวีเดนก็คือ “ตำนานเกี่ยวกับเอาสการ์ (Legend of Ansgar)” ของ Rimbert ที่เขียนขึ้นในราวกลางศตวรรษที่เก้า โดยกล่าวถึง ting ในฐานะที่เป็นที่ประชุมที่ปรึกษาหารือและการตัดสินใจร่วมกัน 

 

จากการที่สวีเดนมี ting ทำให้แม้ว่าในยุคไวกิ้ง สวีเดนจะมีผู้นำที่เป็นเอกบุคคลหรือกษัตริย์ แต่หาได้มีอำนาจอันสมบูรณ์แต่อย่างใด การเมืองสวีเดนจะอยู่ในเงื่อนไขสัมพันธภาพทางอำนาจระหว่างกษัตริย์กับสภาท้องถิ่น (ting)  ที่เป็นพื้นที่อย่างเป็นทางการของให้คนส่วนมากของสวีเดนเข้ามาประชุมร่วมกัน แต่แน่นอนว่า ย่อมไม่ได้หมายถึงชาวบ้านทุกคนจะมีบทบาทสำคัญใน ting  เพราะผู้ที่บทบาทสำคัญใน ting คือเจ้าที่ดินขนาดใหญ่ คนเหล่านี้สะสมความมั่งคั่งจากการเดินทางค้าขายและการหาประโยชน์จากที่ดิน ฝูงสัตว์ ทองและแรงงานไพร่

 

แต่กระนั้น แม้ว่าคนเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญ แต่ขณะเดียวกัน ชาวไร่ชาวนาสามัญธรรมดาก็ก่อตัวเป็นแก่นแกนที่แท้จริงของสังคม ชาวไร่ชาวนาเหล่านี้เป็นผู้มีทรัพย์สิน ลงหลักปักฐานในที่ดินทำกินของตัวเอง และจะมารวมตัวกันที่ ting เพื่อเลือกผู้นำของพวกเขา และที่สำคัญคือ ชาวนาสวีเดนเป็นอิสระมาตลอด ไม่เคยเป็นทาสหรือไพร่สังกัดนายอย่างที่เกิดขึ้นในระบบศักดินาทั่วไปในยุโรป ซึ่งถือว่าชาวนาสวีเดนมีความโดดเด่นมากที่สุดในยุโรปหรือในโลกก็ว่าได้ ที่สำคัญคือ ting มีสิทธิ์เลือกกษัตริย์ด้วย และไม่ใช่แค่เลือกเท่านั้น แต่รวมถึงการปฏิเสธไม่ยอมรับหรือหลังจากยอมรับ ก็สามารถถอดถอนได้ด้วย 

 

หากผู้ถูกเสนอชื่อไป ไม่ได้รับการยอมรับ จะถูกนำตัวออกไปจากบริเวณที่ทำพิธี เป็นการแสดงออกถึงการปฏิเสธ ส่วนผู้ปกครองที่ครองราชย์อยู่แล้วก็อาจจะถูกถอดถอนได้ ถ้าพบว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นกษัตริย์ต่อไป อย่างเช่นในกรณีในรัชสมัยของ “Oluf I the Hunger” (ถูกตั้งฉายา hunger เพราะเป็นรัชสมัยที่ผู้คนอดอยากหิวโหย !!)  ที่เกิดความแห้งแล้งในบ้านเมือง  เกิดข้าวยากหมากแพง ผลผลิตไม่ต้องตามฤดูกาลเป็นเวลายาวนาน จน Oluf I ต้องถูกออกจากตำแหน่งกษัตริย์ และเลือกคนอื่นแทน บางคนอาจจะแย้งว่า เรื่อง ting นี้มันเก่าแก่มาก อาจจะมีการใส่สีตีไข่ลงไปให้ดูขลัง ซึ่งก็อาจจะเป็นได้  แต่จะจริงหรือไม่จริง มันก็เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของคนสวีเดนมาตลอดพันๆปีจนทุกวันนี้ (ไม่เชื่อก็ลองถามคนสวีเดนดู !)              

 

ดังนั้น ting จึงไม่ธรรมดา! สำหรับเงื่อนไขที่จะเป็นผู้ที่ถูกเสนอให้เป็นกษัตริย์ในยุคไวกิ้ง คือ บุคคลนั้นจะต้องเป็นสมาชิกที่มีเข้มแข็งในสายของราชวงศ์ฝั่งบิดา ที่มีฐานความเชื่อว่ามีที่มาเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าเพื่อยืนยันความแตกต่างของบุคคลนั้นจากประชาชนอื่นทั้งหมด และจะต้องโตเป็นหนุ่มแล้ว และมีร่างกายแข็งแรงและไม่ปัญญาอ่อน ในยามบ้านเมืองสงบ ที่ประชุม ting จะเป็นตัวที่จำกัดขอบเขตอำนาจของกษัตริย์  เพราะ ting จะออกกฎหมายเอง ไม่ใช่มาจากกษัตริย์             

 

ting มีความสำคัญอย่างไรในปัจจุบัน ?            

                                                                                                            

นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ Helmut Koenigsberger ได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศหนึ่งสามารถมีรัฐสภาที่เข้มแข็งได้ อันได้แก่ การมี dominium politicum et regale  ซึ่งได้กล่าวไปในตอนที่แล้ว ส่วนปัจจัยต่อมาคือ สังคมนั้นมีมายาคติ (myth) หรือตำนานหรือจารีตประเพณีเกี่ยวกับการมีอยู่ของสภา ซึ่งทำให้มีฐานคิด (หรือมีสภาจริงๆตั้งแต่ยุคโบราณ) ส่งผลให้สามารถลงหลักปักฐานระบบรัฐสภาในปัจจุบันได้แข็งแกร่งกว่าสังคมที่ไม่มี      

                                                                                                                                  

รศ. ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ อดีตอาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ไปศึกษารัฐศาสตร์ที่สวีเดนและกลับมาบุกเบิกเปิดสอนวิชาการเมืองการปกครองของประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียในปี พ.ศ. 2504 และได้ออกตำราการปกครองประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียในปี พ.ศ. 2528 ได้บัญญัติศัพท์ไทยให้ ting ว่า “สภาท้องถิ่น” ประเทศไทยเรามีอะไรแบบนี้หรือเปล่า? ต้องถามนักประวัติศาสตร์  แต่เท่าที่รู้มีแต่เรื่องพ่อขุนรามคำแหงได้ตั้งกระดิ่งไว้หน้าวัง ให้ประชาชนที่เดือดร้อนไปสั่นร้องทุกข์ได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า เป็นเรื่องที่เพิ่งแต่งขึ้นในยุครัตนโกสินทร์หรือเปล่า? แต่นั่นก็ไม่ใช่สภาท้องถิ่นอย่าง ting  

 

(ส่วนหนึ่งจากโครงการวิจัย “การเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ: ศึกษากรณีสหราชอาณาจักร ราชอาณาจักรสวีเดนและราชอาณาจักรภูฏาน”  ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปีงบประมาณ ๒๕๖๐)