Columnist

ภัยร้ายรอบตัวรัฐบาล "ลุงตู่"

27 มกราคม 2020 เวลา 12:14
ภัยร้ายรอบตัวรัฐบาล "ลุงตู่"
เปิดอ่าน 689

การนำสถานการณ์ความเป็นความตายประชาชนสร้างข่าวเท็จเป็นอีกภัยกระทบต่อความมั่นคง

          

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  กำลังเผชิญภัยธรรมชาติและภัยทางการเมือง ตามมาด้วยโรคอุบัติภัยใหม่

 

ภัยแรกส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเริ่มเห็นภาพชัดเจนถึงวันนี้ กรณีของภาวะภัยแล้ง ต่อมา ภัยฝุ่นพิษเริ่มแผลงฤทธิ์  สอดแทรกด้วยภัยการเมืองกระหน่ำซ้ำ เมื่อเกิดเหตุส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563

          

โดยเฉพาะกรณีเสียบบัตรแทนกัน เป็นภัยร้ายแรงสั่นสะเทือนระดับ 6.8 ริกเตอร์  อาจต้องมีความเสียหายทั้งอาคารรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล

 

ส่งผลให้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  ซึ่งล่าสุด ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว

         

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล สถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นฉันท์ใด …”คิดแล้วเสียววุ้ย!!!” 

         

มิพักกล่าวถึง สองส.ส.พรรคภูมิใจไทยกระทำการเสียบบัตรแทนกัน  พรรคภูมิใจไทยจะพิจารณาลงโทษอย่างไร 

 

กระนั้นศรีสุวรรณ จรรยา  นักร้องแห่งปี ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. ให้พิจารณาสอบสวนแล้ว

 

อย่าลืมว่า พฤติกรรมเสียบบัตรแทนกันเป็นความผิดทางอาญา โดยป.ป.ช.เคยสรุปสำนวนยื่นฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ดังนั้น สองส.ส.ภูมิใจไทยต้องเผชิญชะตากรรมเหมือนอดีตส.ส.ยุคยิ่งลักษณ์ที่เคยถูกดำเนินคดีหรือไม่

 

นี่จึงเป็นภัยร้ายแรงทางการเมืองสร้างตราประทับสีเทา”รัฐบาลลุงตู่”

           

 




 

เล่าซะยาว เดี๋ยวพลาดภัยสำคัญ นั่นคือ ภัยจากโรคอุบัติใหม่ สร้างความหวาดหวั่นทั่วโลก จากกรณีการแพร่ระบาดของโรคปอดสายพันธุ์ใหม่ หรือ “ไวรัสโคโรนา” เท่าที่มอนิเตอร์สถานการณ์แพร่ระบาดในจีน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์ ณ วันที่ 27 ม.ค. 63  ยอดเสียชีวิตพุ่ง 80 ราย ประเด็นสำคัญ มีการแพร่ระบาดไปยังประเทศในทวีปเอเชีย อาเซียน ยุโรป สหรัฐ และออสเตรเลีย

            

เฉพาะ “ประเทศไทย “กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานเมื่อวันที่ 26 ม.ค.63  ณ เวลา 18.00 น.  มีผู้ป่วยติดเชื้อ 8 ราย ในจำนวนนั้นนอกจากชาวจีน 7 ราย เป็นคนไทย 1 รายเดินทางกลับจากจีน แต่ทั้งหมดได้รับการรักษาอาการดีขึ้น ไม่มีอาการรุนแรงวิกฤติ กลับบ้านแล้ว 5 ราย นอนรพ. 3 ราย 

 

อย่างไรก็ตามมีรายงานเข้ามาอีก พบผู้ป่วยที่จังหวัดเชียงใหม่ กระบี่ หัวหิน  เพชรบูรณ์ ต้องติดตามดูอาการก่อนจึงจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ เป็นผู้ป่วยจาก”ไวรัสโคโรนา”หรือไม่

           

ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่รัฐมนตรีไปจนถึงอธิบดี ยืนยัน ”เอาอยู่” ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก

 

ทว่า สถานการณ์ของการเสพข่าวบนโลกโซเชียลออกอาการเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว เห็นได้จากการแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ออกไปทางโจมตีรัฐบาลว่า"ไม่เห็นทำอะไรเลย"

 

การอาศัยสถานการณ์ความเป็นความตายประชาชน สร้างข่าวเท็จหาทางหยิบโยงให้เป็นเรื่องการเมือง จึงเป็นอีกภัยกระทบต่อความมั่นคงทีเดียว 

        

…สถิตย์ ธรรม… ไม่ได้ปกป้องรัฐบาลแต่อยากเล่าในฐานะติดตามการทำงานรัฐบาลชุดนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคำถามในลักษณะเจือปนความโกรธเกลียดทางการเมืองเข้ามาด้วยจนแทบหาสาระข้อเท็จจริงไม่ได้  หรือเรียกว่า ด่าอย่างไร้เหตุผล

           

ครั้นสื่อนำเสนอ มาตรการสกัดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ตามแบบฉบับของ  “สีจิ้นผิง”  ผู้นำจีนที่ออกมาตรการเข้มงวดตั้งแต่ห้ามชาวจีนเที่ยวทั่วโลก ส่งกองกำลังทหารควบคุมพื้นที่อู่ฮั่น  ประกาศบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุด

       

เข้าทางคนติดโรคคลั่งการเมือง มองอะไรเป็นการเมืองไปหมด ได้ทีนำมาเทียบเคียง “ลุงตู่”ว่าคิดได้แบบผู้นำจีนบ้างมั้ย  ทั้งๆที่บริบทแตกต่างอย่างสิ้นเชิง  สถานการณ์ก็แตกต่าง ระดับความรุนแรงก็ต่างกัน

       


 

อีกอย่างโดยข้อเท็จจริง รัฐบาลดำเนินมาตรการติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดสถานที่การควบคุมผู้ติดเชื้อ เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีสามกระทรวง ทั้งสาธารณสุข คมนาคม และ การท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการประชุมมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน

 

มาถึงบรรทัดนี้  ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง -ฝุ่นพิษ - การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา  รัฐบาลออกมาตรการระยะเร่งด่วนไปถึงระยะยาว อย่างกรณีปัญหาฝุ่นพิษ จัดทำรายงานเป็นวาระแห่งชาติเล่มหนา ซี่งมีผู้เข้าไปติดตามให้ความสนใจสักกี่มากน้อยตรงนี้ก็ไม่ทราบ 

 

เช่นเดียวกับ ความพยายามของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานถึง วิธีป้องกัน รักษาสุขภาพ ก็อยากให้ทุกคนหันมาสนใจใส่ใจสุขภาพของเราก่อนเบื้องต้นน่าเสียดาย นักเลงคีย์บอร์ดประเภท ปิดหูปิดตาด่าอย่างไร้เหตุผล ได้ติดตามการดำเนินการของรัฐบาลหรือไม่ ทำนองเดียวกันสร้างข่าวปลอมมากลบข่าวจริงซะงั้น ทำไปเพื่อ....   

           

อย่างไรก็ตาม  รัฐบาลคงต้องประชาสัมพันธ์ในระดับเข้มข้น ต่อสู้ภัยภัยข่าวปลอม ต่อสู้กับผู้อาศัยสถานการณ์ต่างๆ สร้างความเข้าใจผิดสับสนทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลและประเทศชาติด้วย 

 

อย่างว่าหล่ะครับ  สไตล์ท่านผู้นำปัจจุบัน ไม่ค่อยถนัดบทแอ๊คชั่นผ่านหน้าจอ อีกอย่างเป็นคนพูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม  ส่วนรมต.บางรายเหมือนรมต.น้องใหม่ถอดด้าม ท่ามกลางสถานการณ์ภัยธรรมชาติ ก็เหมือนจะเป็นบุคคลสูญหายไปจากครม. เลยทีเดียว

 

งานนี้จึงต้องปรับแก้ไขกันหน่อยไม่ปล่อยให้เป็นจุดบอดให้ผู้คนที่ชิงชังรัฐบาลอยู่ก่อนแล้ว ระบายความรู้สึก “รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย” 

 

ด้าน"ลุงตู่" คงต้องแอ๊คชั่นมากกว่านี้กระมัง เหมือนอดีตผู้นำยุคหนึ่ง ที่แสดงบทกินไก่โชว์ ในช่วงโรคหวัดนกระบาดให้เห็นถึงความมั่นใจความปลอดภัย   เผื่อสายแช่งอาจกลับมาถูกใจสิ่งนั้นก็ได้มั๊ง  เรื่องบริหารความรู้สึกมนุษย์เอาใจยากจริงๆครับ

        

รัฐบาลสู้กับภัยธรรมชาติ ไวรัสโคโรนาที่ว่าหนักหน่วงแล้ว ยังต้องสู้กับ ภัยของผู้ไม่หวังดีสร้างความแตกแยก  ยากหาวัคซีนรักษาให้มีความเข้าใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนัก  



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน