Columnist

ความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข (4)

22 สิงหาคม 2019 เวลา 05:45 น.

สังคมเข้มแข็ง ปฏิรูปประเทศไทย
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

ทุกวันนี้ ด้วยพัฒนาการของระบบสาธารณสุขไทยในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา บัดนี้ประชาชนคนไทยกว่าร้อยละ 99.9 ได้รับความคุ้มครองจากระบบหลักประกันสุขภาพแบบใดแบบหนึ่ง ได้แก่ 48.6 ล้านคนอยู่ในระบบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  10.7 ล้านคน เป็นแรงงานที่อยู่ในระบบกองทุนประกันสังคม(สปส.) และ 5.5 ล้านคนเป็นข้าราชการและรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศที่มีกรมบัญชีกลางดูแล

 

นอกจากนั้น ยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ประมาณ 3.4 ล้านคน ที่แม้ว่าจะมีหลักประกันอยู่ในระบบใดระบบหนึ่งแล้ว ยังได้ซื้อประกันภัยกับบริษัทเอกชนเป็นตัวเสริมและเป็นทางเลือกเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะกลุ่ม ดังรายละเอียดในตาราง

 

ตาราง  แสดงรายละเอียดระบบประกันสุขภาพของประเทศไทย ปี 2556

 

          (ที่มา : สภาปฏิรูปแห่งชาติ 5 สิงหาคม 2558)

 

 

 

ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ระบบประกันสังคม

ระบบประกันสุขภาพของภาคเอกชน

1.ลักษณะพื้นฐาน

สวัสดิการสำหรับข้าราชการหรือครอบครัวราชการ

สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนโดยการร่วมจ่าย ยกเว้นผู้ยากไร้

ความมั่นคงด้านสังคมต่อลูกจ้างภาคเอกชน

การประกันตนเอง

2.ผู้มีสิทธิ

ข้าราชการและผู้อาศัยสิทธิของข้าราชการ

ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิของข้าราชการและประกันสังคม

หน่วยงานเอกชนที่มีลูกจ้าง 1 คนขึ้นไป

ผู้ซื้อประกันภัยกับบริษัทประกันภัยภาคเอกชน

3.จำนวนผู้มีสิทธิ

5.5 ล้านคน

48.6 ล้านคน

10.7 ล้านคน

3.4 ล้านคน

4.แหล่งเงินหรือแหล่งรายได้

งบประมาณของรัฐ

งบประมาณของรัฐ

สมทบจากรัฐ นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละเท่ากัน คือร้อยละ 1.5ของเงินเดือน โดยมีเพดานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณ 15,000 บาท

ผู้ซื้อประกันให้ตนเอง ประกันกลุ่ม หน่วยงานเอกชนซื้อให้พนักงาน

5.รูปแบบวิธีการจ่ายเงินให้แก่สถานพยาบาล

กรณีผู้ป่วยนอก : จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริง

กรณีผู้ป่วยใน : ตามรายโรคในอัตราที่กำหนด(กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม)

เหมาจ่ายรายหัวสำหรับค่ารักษาพยาบาล จำกัดอัตราเบิกของผู้ป่วยตามรายโรค และจ่ายเพิ่มในกรณีโรคร้ายแรง

เหมาจ่ายรายหัวรวมสำหรับบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และจ่ายเพิ่มกรณีภาระเสี่ยงและโรคร้ายแรง

ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

6.หน่วยงานรับผิดชอบ

กรมบัญชีกลาง

กระทรวง

การคลัง

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

บริษัทประกันภัยภาคเอกชน

7.การเข้าถึงยา

ยาในบัญชียาหลัก และยานอกบัญชี ภายใต้กรอบการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

เฉพาะยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นหลัก แต่ไม่จำกัดสิทธิการใช้ยานอกบัญชี

ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติและยานอกบัญชี ตามสิทธิในกรมธรรม์ประกันภัย

 

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งสามระบบหลักประกันสุขภาพของรัฐนี้ ต่างได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐไม่เท่ากัน จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านคุณภาพการบริการสำหรับแต่ละกลุ่มประชากรตามมาด้วย กล่าวคือ สปสช.ได้รับงบประมาณเฉลี่ย  2,600 บาท/หัว  สปส.ได้รับงบสนับสนุน 3,000บาท/หัว ส่วนข้าราชการรัฐจ่ายให้เฉลี่ย 13,000 บาท/หัว

 

ในเมื่อประชาชนมาใช้บริการจากสถานพยาบาลในที่แห่งเดียวกัน แต่ต้องพบกับเงื่อนไขการใช้สิทธิจากบัตรหลักประกันของรัฐในระบบที่แตกต่างและนำไปสู่การได้รับบริการที่แตกต่าง ดังนั้นจึงมีเสียงเรียกร้องกดดันให้มีการปฏิรูปเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นเสียงที่ค่อนข้างดังมากเสียด้วย

 

นอกจากนั้น สถานการณ์และแนวโน้มภายในระบบสาธารณสุขของประเทศไทยในภาพรวมยังขาดเอกภาพการทำงาน ขาดการบูรณาการอย่างเป็นระบบและมีความเหลื่อมล้ำในการกระจายทรัพยากรดังที่กล่าวข้างต้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ยังมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อแต่เรื้อรัง(NCD)และการบาดเจ็บเพิ่มสูงขึ้น

 

ประชาชนยังมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ไม่เพียงพอ ได้รับสิทธิประโยชน์จากหลักประกันสุขภาพที่แตกต่างกัน และประเทศมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของรายจ่ายด้านหลักประกันสุขภาพทำให้มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อปัญหาการเงินการคลัง

 

 อย่างไรก็ตาม ปัญหาและสาเหตุของความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข มีลักษณะเชิงโครงสร้างและเชิงระบบที่มีความซับซ้อน ไม่สามารถวิเคราะห์แยกแยะปัจจัยสาเหตุออกมาแบบโดดๆ  ควรที่จะหยิบประเด็นสำคัญขึ้นมาวิเคราะห์เพื่อการคิดแบบเชื่อมโยง โดยเอาเป้าหมายการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นใจกลาง