Columnist

“ลัลลาเบล” เหยื่อทรชนและสังคมทราม” เพราะงานรักษากฎหมายล้มเหลว

26 กันยายน 2019 เวลา 06:08 น.
เปิดอ่าน 52

เกาะติด ปฏิรูปยุติธรรม
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร

          ความตายของ “ลัลลาเบล” ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจชัณสูตรศพสรุปสาเหตุว่า  เนื่องจากการดื่มสุราเข้าไปจนเกินขนาด  ทำให้เกิดอาการหัวใจวายนั้น!  

          ปัญหาสำคัญคือ  ในทางกฎหมาย  ถือว่าเธอตายจากการสมัครใจดื่มเหล้าด้วยความสนุกสนานมากไปเอง   หรือมีใครรู้เห็นและเป็นคนทำให้ตายในรูปแบบหนึ่งแบบใดหรือไม่?

 

 

          นอกจากการสอบสวนและความพยายามในการดำเนินคดีไม่ว่าข้อหาใดกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องกระทำอย่างสอดคล้องกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่แน่ชัด

          ไม่มีการเสริมแต่งคำพยาน  หรือ “มั่ว” ไปตามกระแสสร้างความเสียหายเหมือนหลายคดี! 

                         หรือแม้กระทั่งหวังโชว์ผลงาน  จนเกิดความไม่เป็นธรรมไปอีกด้านหนึ่ง

          ซึ่งผลสุดท้าย  แจ้งข้อหาไม่ว่ากับใครแล้ว  หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง  หรือฟ้องไปแล้วศาลยกฟ้อง  ก็จะเกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายตามมา  ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหา หรือแม้กระทั่งผู้เสียหายเอง

           การออกหมายจับน้ำอุ่นซึ่งเป็นเด็กหนุ่มใน  “วงจรโลกีย์ไทย” คนหนึ่งไม่ต่างจากเด็กหนุ่มหลายแสนหรืออาจนับล้านคนทั่วไปทั้งในเมืองหลวงและชนบท  ตำรวจนำกำลังไปจับตัวตามหมายถูกใส่กุญแจมือคุมตัวมาตอนดึกดื่นนั้น

          ไม่ได้เป็นข้อสรุปว่า  เขาได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาอย่างแน่แท้แต่อย่างใด?

           เนื่องจากประเทศไทยกำหนดมาตรฐานการออกหมายจับบุคคลไว้เพียง  “มีพยานหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิด”  ที่มีโทษจำคุกเกินสามปีขึ้นไป ตำรวจก็สามารถเสนอศาลออกหมายจับได้!

          ไม่จำเป็นต้องมีหมายเรียกสองครั้ง เหมือนคดีที่มีโทษต่ำกว่านั้น

          แต่หลายคดีที่มีโทษสูงไม่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งหนักกว่า   ตำรวจก็อาจใช้วิธีออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาแทนออกหมายจับ

          หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์นัดหมายให้มาพบเพื่อรับทราบข้อหากันเงียบๆ ก็ได้เหมือนหลายคดี!

          เพื่อที่จะได้ปล่อยตัวกลับไปหลังแจ้งข้อหา  อ้างว่า  ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี  จะมีประกันหรือไม่ก็ได้   ไม่มีข้อห้ามที่เป็นมาตรฐานการปฏิบัติใดๆ? 

          สำหรับกระบวนการยุติธรรมอาญาประเทศไทย  เมื่อบุคคลใดถูกออกหมายจับแล้ว  การพิสูจน์ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริงหรือไม่  ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง! 

          ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิสูจน์แสดงพยานหลักฐานให้ศาลรับฟังได้อย่างปราศจากข้อสงสัยและพิพากษาลงโทษต่อไปใช้เวลาอีกนาน

          เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ต่างไปจากมาตรฐานสากลทั่วโลก  ที่การแจ้งข้อหาเขาล้วนถือหลัก “ปราศจากข้อสงสัย” แต่แรกด้วยกันทั้งสิ้น

          โดยกำหนดให้พนักงานอัยการผู้มีหน้าที่ฟ้องคดีเป็นผู้ตรวจพิจารณาพยานหลักฐานก่อนออกหมายเรียกบุคคลนั้นเป็นผู้ต้องหา รวมทั้งก่อนเสนอศาลออกหมายจับด้วย

          ส่วนอัยการประเทศไทย  กลับไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือรับรู้พยานหลักฐานอะไรในระหว่างการสอบสวนหรือแม้กระทั่งการแจ้งข้อหานี้เลย!          

          สำหรับข้อกล่าวหา  ที่บางคนตั้งหลักแต่แรกว่า  ถือเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาแบบเล็งเห็นผล  โดยมีนักกฎหมายบางคนพยายามอธิบายไปทางนั้น

          ซึ่งน่าจะเป็นการขยายความจากกฎหมายจนเกินจริงไป   

          ประเด็นถัดมา คือการฆ่าโดยไม่เจตนา  ตามที่ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผลมาจากการใส่ยากระตุ้นอารมณ์เพศหรือ “ยาเสียสาว” เกินขนาด 

          ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็เข้าข่าย   เพราะ “ถือเป็นการประทุษร้าย” แต่บังเอิญทำให้บุคคลถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา

          แต่เมื่อตรวจไม่พบยาหรือสารแปลกปลอมอะไร  การตั้งข้อหานั้นก็ทำไม่ได้

          ส่วนข้อหาประมาท  ก็ต้องมีข้อเท็จจริงแน่ชัดว่า  เป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้ลัลลาเบลถึงแก่ความตาย

          แต่พยานหลักฐานไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น                   

          สุดท้าย ถูกออกหมายจับข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว จนเป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย

          ก็ไม่มีใครแม้กระทั่งอัยการผู้มีหน้าที่ต้องฟ้องคดีทราบว่า การสอบสวนมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอะไรว่า ลัลลาเบลพยายามออกจากสถานที่ใด แล้วมีใครยื้อยุดปิดกั้น หรือกระทำด้วยประการใดๆ เป็นการหน่วงรั้งที่ผิดกฎหมายไว้จนทำให้ถึงแก่ความตาย เป็นความผิดตามข้อหานี้?                                

          ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ  ต้องตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลผู้รับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนทุกคนในประเทศว่า     

          เหตุใด สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยในย่านบางบัวทอง  กลับมีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตและจัดห้องหับประดับไฟแสงสีเสียงในลักษณะที่ไม่ต่างไปจากสถานบริการ  

          เจ้าของบ้านสามารถจัดงานปาร์ตี้โดยมีการว่าจ้างหญิงสาวที่เรียกกันว่า  “พริตตี้ราคาหลากหลาย” มาให้ชายกลัดมันทุกวัยมอมเหล้าให้เมากันได้แทบทุกวัน!

          เพื่อนบ้านละแวกนั้นบอกว่า  การจัดงานปาร์ตี้ของเจ้าของบ้านหลังนี้  ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญอย่างมาก  และได้มีการแจ้งให้ตำรวจมาดำเนินการหลายครั้งแล้ว

          แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการจัดงานดังกล่าวได้

          ทำให้หญิงสาวหลายคนต้องเดินเข้าไป “เป็นเหยื่อ”  รายแล้วรายเล่า!

          บางคนก็รอดมาปากเหยี่ยวปากกาออกมาได้   

          แต่ลัลลาเบลเพียงโชคร้ายกว่าเพื่อนและน้องพริตตี้คนอื่นเท่านั้น! 

          นี่ถ้าเธอไม่ถึงขั้นเสียชีวิต  เพียงดื่มเหล้าเมาหลับไปในที่นั้น   แล้วมีใครกระทำอนาจารล่วงละเมิด หรือแม้กระทั่งรุมข่มขืน!

          เมื่อตื่นขึ้นมา  เธอจะสามารถแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจสถานีท้องที่ให้สอบสวนดำเนินคดีให้เธอได้ง่ายๆ หรือไม่?

          ซึ่งชายไทยที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากทรชนก็รู้ปัญหาและจุดอ่อนของหญิงทุกคนในประเทศไทยดี             

           มีแต่การปฏิรูประบบงานสอบสวนคดีความผิดทางเพศของชาติให้หญิงผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ด้วยความสะดวกใจอย่างแท้จริงเท่านั้น

          ที่จะแก้ไขป้องกันการข่มขืนกระทำอนาจาร และภัยทางเพศรูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดกับหญิงทุกคนในประเทศได้