Columnist

แมงเม่าสำราญ

31 กรกฎาคม 2019 เวลา 14:49 น.
เปิดอ่าน 7

แมงเม่า สำราญ
ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์

ตอนที่ผมอายุ 40 ปี ผมไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท ผมได้รับผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง ตอนนั้นผมมีตำแหน่งระดับผู้อำนวยการ ในโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ผมอายุ 33 ปี ลูกคนแรกผม เกิดตอนปี 2540 ปีที่ผมตกงาน ผมไม่มีรายได้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานผมยังรู้สึกว่า เงินหาง่ายอยู่เลย ผมเพิ่งสร้างบ้าน เพิ่งสร้างครอบครัว ซื้อที่ดิน ซื้อรถ ทุกอย่างยังผ่อนธนาคารไม่หมด ทุกวันมีแต่ค่าใช้จ่ายที่เดินเข้ามาหาทุกเดือน

 

คนที่เกิดในยุคเดียวกันกับผม บางทนสภาะหากินฝืดเคืองไม่ไหว ล้มหายตายจากไปหลายคน ประเภทกายยังอยู่แต่หัวใจตายจากไปแล้ว หลังจาก วิกฤติต้มยำกุ้ง ผมก็เจออีกหลายวิกฤต ซึ่งไม่เกี่ยวกับตัวผมเลย แต่ผมมีความคิดว่า ผมต้องหารายได้มาเพื่อให้เกินค่าใช้จ่ายให้ได้ ผมไม่เคยคิดเรื่อง ลดค่าใช้จ่าย เพราะ ทุกอย่างจำเป็นทั้งนั้น ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เราก็ไม่มีเงินพอไปซื้ออยู่แล้ว ผมหวังว่า ลูกผมต้องเรียนโรงเรียนดีๆ พ่อแม่ผมต้องได้กินกุ้ง ผมเลือกจะไม่ขายที่ดิน เพราะ นี่คืออนาคต มันจะผลิตเงินให้ผมได้ ผมไม่ขายรถ เพราะ ผมต้องใช้มันทำมาหากิน

ผมแค่ถามตัวเองว่า ใน 20 ปีที่ผ่านมา ในสมองผมมีอะไร มึงมีประสบการณ์ไงเปี๊ยก มึงมีเวลาเหลือเฟือ ร่างกายมึงยังแข็งแรงเอาวะ ลองสู้ดู ไม่ชนะก็เสมอตัว ผมโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย ทำนา ทำสวนอยู่อ่อนนุช ผมใช้เวลา 7 ปี ต่อสู้ดิ้นรนกับชีวิต เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย แค่หารายได้พอค่าใช้จ่ายแค่นั้นเอง ช่วงนั้นผมเข้าใจเรื่องการหมุนเงินเลย จากนั้นผมก็จึงเริ่มมีเงินเหลือเพื่อลงทุน เพื่อการออม ตอนอายุ 47 ปี ช่วงที่ผมไม่มีเงินเก็บ ผมไม่เคยท้อ เพราะผมรู้ว่า สักวันผมจะทำได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แค่ผมทำ ทำ และทำ ทำทุกวัน ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า ผมรู้สึกอยากจะไปต่อสู้กับโชคชะตา ผมไม่กลัวมัน ผมเปิดสมองดูว่า ในสมองผมมีอะไรพอจะขายมาเป็นเงินได้บ้าง ผมพูดโน้มน้าวใจคนได้ ผมเขียนหนังสือได้ ผมคิดว่า ประสบการณ์ของผมสามารถเอาชนะตลาดหุ้นได้

 

ผมไม่มีเงิน แต่ผมมีสิ่งที่มากกว่าเงิน ผมทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง และผมนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ผมออกกำลังกายโดยการเดินไปที่ทำงาน แทนการไปเตะฟุตบอล ผมกินอาหารให้ครบหมู่ กินข้าวบ้าน ผมซื้อของที่ตลาดนัด ผมตัดสังคมภายนอกทิ้ง ผมยังไม่มีเวลาคุยกับใครทั้งสิ้น เหลือเวลาไว้เฉพาะ เพื่อนสนิท คนในครอบครัว ผมใช้เวลาหลังจากเริ่มมีเงินเก็บ 8 ปี ฟื้นทุกอย่างกลับมาได้ เหมือนเดิม

 

ทุกวันนี้ ผมยังชินกับการทำงานหนักต่อไป แต่ผมกลับรู้สึกว่า ผมไม่ได้ทำงาน เหมือนผมใช้หัวใจทำงาน เหมือนผมทำในสิ่งที่ผมรัก ผมทำงานโดยไม่คำนึงถึงเงิน แต่ทำไมมันได้เงิน ทำเพราะอยากทำ ผมทำทุกอย่างที่คนรุ่นใหม่ทำ เพื่อผมจะได้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น ผมไม่เคยกลัวอนาคต กลัววิกฤติ ผมไม่กลัว AI ไม่กลัวหุ่นยนต์

 

ผมขอบคุณวิกฤตต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตผม ผมส่งลูกผมเรียนหนังสือที่ ออสเตรเลีย 2 คน ผมคิดว่า นี่คือการลงทุนที่ดีที่สุด ผมมีเพื่อนเป็นลูกน้อง 40 คน ผมมีเพื่อนเป็นลูกค้า 5,000 คน ผมมีหนังสือเป็นของตัวเอง ชื่อ แมงเม่าสำราญ ผมทำเพจชื่อ แมงเม่าสำราญ  เพื่อ เผยแนวความคิดในการลงทุน ผมไปต่างจังหวัดทุกเดือน เพื่อเผยแพร่แนวคิดการลงทุนแบบปลอดภัย ผมไปเที่ยวด้วย ไปทำงานด้วย ไปหาอาหารร่อยกิน ผมมีคนที่รักผมอยู่รอบตัวผม เพื่อนประถม มัธยม มหาลัย ผมไปที่ไหนก็ได้ มีคนรู้จักผม เข้ามาทักทาย แม้กระทั้งเดินไปเข้าห้องน้ำที่เชียงใหม่ ยังมีคนมาทักทายเลย ที่ผมทำได้ เพราะ แนวคิดที่ บอกว่า

 

 

อุปสรรคมิใช่สิ่งที่ขวางทางเธอหรอก แท้ที่จริงแล้วมัน คือ ทางที่เธอจะต้องเดิน ฝ่าข้ามไปต่างหาก

 

 

ขออวยพรให้ทุกท่านที่กำลังลำบาก อยู่ในเวลานี้ ขอพลังใจ จงเกิดขึ้นกับท่าน ที่คิดดีทำดี ตั้งใจทำงานทุกอย่างจะผ่านไปได้ แต่ต้องใช้เวลา แค่นั้นเอง