Columnist

ทางออกของเงินทางที่ 3

5 กันยายน 2019 เวลา 05:40 น.

แมงเม่า สำราญ
ณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์

ทางออกของเงินทางที่ 3 การเอาเงินไปลงทุนในกองทุน ทั้งกองทุน RMF  กองทุน LTF ที่กำลังจะเปลี่ยนเป็น SEF ในปีหน้า

 

และ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราอธิบายเรื่อง กองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้ผลตอบแทน 3-5% ต่อปี มาถึงตอนสุดท้าย ที่จะแนะนำให้ ท่านที่มีเงินออม ทำความรู้จักกับ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีผลตอบแทนมากกว่า 5%

 

กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน( Infrastructure Fund )กองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากรายย่อย เพื่อนำเงินไปลงทุนในกิจการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะ  หลายๆสิ่งอยู่รอบตัวเราหรือบางท่านอาจมีโอกาสได้ใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง เช่น ระบบขนส่งทางราง,ไฟฟ้า, ประปา, โทรคมนาคม เป็นต้น

 

กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดในลงทุนในปัจจุบันมีทั้งหมด 8 กอง ซึ่งชื่อย่อของกองทุนจะลงท้ายด้วย IF ย่อมาจาก Infrastructure Fund กองที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap.) ใหญ่สุดในปัจจุบัน คือ DIF รองมาก็จะเป็น BTSGIF JASIF ตามลำดับ (ราคาตลาด ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2562)

 

มาดูกันที่กองแรก กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) มีผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 7.03% ต่อปี กองทุนนี้จะลงทุนระบบขนส่งทางรางอย่างบีทีเอส โดยดำเนินงานในสายสีเขียวทั้ง 2 สายระยะทาง 23.5 กิโลเมตร มีอายุสัมปทานเหลืออีกเกือบ 10 ปี (สัญญาจะสิ้นสุด 4 ธันวาคม 2572) และยังมีแผนพัฒนาในโครงการสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-สะพานใหม่) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และรถไฟฟ้าขนาดเบา (บางนา-สุวรรณภูมิ) ที่เป็นโครงการในอนาคตอีกด้วย

 

ต่อมากองทุนที่ลงทุนด้านโทรคมนาคมหรือพวกเสาสัญญาณต่างๆ มี 2 กองคือ DIF และ JASIF

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) กองจะมีทั้งกรรมสิทธิในเสาโทรคมนาคมและระบบใยแก้วนำแสงเอง อีกส่วนมาจากสิทธิที่ได้รับประโยชน์จากรายได้จากการให้ BFKTและ AWC เช่าเครื่องและอุปกรณ์วิทยุโทรคมนาคมเพื่อให้บริการโทรศัพท์ในระบบ HSPA สัญญาจะครบกําหนดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2570  ซึ่งมีผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 5.63% ต่อปี

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) กองนี้มีผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 7.89% ต่อปี เป็นกองทุนด้านโทรคมนาคมเช่นกัน โดยลงทุนแบบมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง และนำใยแก้วนำแสงนี้ให้ผู้อื่นเช่าตามความเหมาะสม แต่มี TTTBB เป็นผู้เช่าหลักมีระยะเวลาเช่า 11 ปี สิ้นสุด 22 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ยังมีการประกันรายได้ให้กับกองทุน คือ หากส่วนที่เหลือจาก TTTBB เช่าไม่มีผู้อื่นเช่า TTTBB จะเป็นผู้เช่าโดยจะต่ออายุทุกๆ 3 ปี จนกว่าจะครบสัญญาเช่าหลัก

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนเกี่ยวกับทางพิเศษ ภายในการดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กองทุนนี้มีรายได้หลักจากการให้บริการทางพิเศษ 2 แห่งคือ บูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ระยะทาง 55 กิโลเมตร และ ฉลองรัช (รามอินทรา-อาจรณรงณ์) ระยะทาง 28.2 กิโลเมตรเป็นระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุดวันที 30 กันยายน 2591

 

 ในอนาคตทางพิเศษ 2 แห่งนี้ จะได้ประโยชน์จากการขยายระบบทางด่วนสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี และทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือในปี 2566-2569 นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 เพื่อนำเข้ามาระดมทุนผ่าน TFFIF ถือเป็นกองทุนน้องใหม่ที่มาแรงเพราะเพิ่งเข้าตลาดเมื่อปี 2561 โดย 8 เดือนที่ผ่านมาจ่ายปันผลไปแล้ว 3.15% คาดว่าจะเหลือจ่ายอีก 1 ครั้งช่วงปลายปี

 

ประเภทสุดท้ายกองทุนรวมที่ลงทุนเกี่ยวกับโรงไฟฟ้ามี 4 กองด้วยกันคือ  EGATIF ABPIF BRRGIF และ SUPEREIF

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) เป็นกองทุนที่ลงทุนในสัญญารายได้ของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 มีอายุสัญญา 20 ปี สิ้นสุด 7 กรกฎาคม 2578 มีผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 4.88% ต่อปี

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) ลงทุนในสัญญารายได้ของกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 บริษัท คือ บุรีรัมย์พลังงาน (BEC) และ บุรีรัมย์เพาเวอร์ (BPC) ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (BRR) โดยสัญญากับ BEC จะสิ้นสุด 10 สิงหาคม 2571 ส่วน BPC จะสิ้นสุด 6 เมษายน 2578 ให้ผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 8.27% ต่อปี

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในสัญญาผลประโยชน์ของบี.กริมเพาเวอร์1 และ บี.กริมเพาเวอร์2 กองนี้มีการจ่ายปันผลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังสูงถึง 12.38% ต่อปี แต่จะมีสัญญาที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน 2562 คือ บี.กริมเพาเวอร์1 ส่วน บี.กริมเพาเวอร์2 ก็จะสิ้นสุด ในเดือนกันยายน 2565 ซึ่งเหลือเพียงอีก 3 ปีเท่านั้น

 

กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้าตลาดในเดือนสิงหาคมที่ผ่านคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) ลงทุนในกิจการเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าเช่นกัน โดยมีสิทธิในรายได้ของ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 19 โครงการรวมทั้งหมด 118 เมกกะวัตต์ อายุสัญญาคงเหลือ21-22 ปี (ฉบับสุดท้ายสิ้นสุด 26 ธันวาคม 2584)

 

กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ควรจะมีสินทรัพย์ลงทุนใหม่เข้ามา เพื่อให้กองทุนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง หากกองทุนมีรายได้ลดลง แปลว่าอาจจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้เท่าเดิม เป็นข้อที่นักลงทุนควรระวันในการถือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน( Infrastructure Fund ) คือ ระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาของสินทรัพย์ที่กองไปลงทุน ถ้าเหลื่อน้อยต่ำกว่า 5 ปี แปลว่า กองทุนนั้นไม่ควรเข้าไปลงทุน