Columnist

กทพ.....คู่ใจค่าโง่ตลอดกาล!

31 กรกฎาคม 2019

เนตรทิพย์
เข้าตำรา “ความวัวไม่ทันหาย ความควาย(จ่อ)เข้ามาแทรก” อีก!

เข้าตำรา “ความวัวไม่ทันหาย ความควาย(จ่อ)เข้ามาแทรก” อีก!

เข้าตำรา “ความวัวไม่ทันหาย ความควาย(จ่อ)เข้ามาแทรก” อีก!

 

                กับเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผุดนโยบายจะหามาตรการลดค่าครองชีพและค่าเดินทางของประชาชนด้วยการจะให้มีการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าและค่าเดินทางต่างๆ ลง โดยได้ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ภายในสังกัดกลับไปเร่งพิจารณาหาแนวทางและมาตรการที่ว่านี้มาเสนอภายใน 1 เดือน

 

ทำเอาภาคส่วนต่างๆ พาเหรดกันถล่มนโยบายข้างต้นนี้กันหูดับตับไหม้!

 

                แม้นโยบายลดค่าครองชีพให้ประชาชนจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมและสมควรยิ่งในห้วงที่ประชาชนกำลังจนกรอบ เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดตัว แต่หนทางนั้นมีอยู่ถมถืด จะดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐบาลคุยนักคุยหนาว่าเป็นยาวิเศษ / หรือจัดคูปอง จัดสวัสดิการเพิ่มเติมให้แก่ผู้มีรายได้น้อยก็สามารถทำได้  จะไปยุ่งขิงกับอัตราค่าโดยสารภายใต้สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าหรือสัมปทานทางด่วนให้งานเข้ากันทำไม?

                บทเรียนจากกรณีที่รัฐบาลและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)สั่งชะลอการปรับค่าผ่านทางด่วนหรือปรับลดค่าผ่านทางด่วนก่อนหน้า จนถูกบริษัทเอกชนหยิบยกขึ้นมาฟ้องหัวเรียกค่าชดเชยนับหมื่นล้านหรือนับแสนล้านบาท จน กทพ.ถึงกับ”จนตรอก”ต้องร้องขอชีวิตด้วยการยอมประเคนขยายสัมปทานทางด่วน 3 สายทางในมือไปให้แก่บริษัทเอกชนคู่สัญญาที่ยังคาราคาซังยังปิดจ๊อบ ปิดดีลกันไม่ลงอยู่เวลานี้ ยังไม่พออีกหรือ?

 

ยังจะไปจุดพลุระอุค่าโง่ระลอกใหม่เรียกแขกให้งานเข้ากันทำไมอีก!!!

 

สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐบาลสมควรจะสังคายนา ณ วินาทีนี้ ไม่เพียงจะต้องเร่งหาทางหยุดยั้งการประเคนสัมปทานทางด่วน 30 ปีนี้ไปให้แก่บริษัทเอกชน ดังที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไล่เบี้ยค่าโง่สัมปทานทางด่วนอื้อฉาวนี้กันอยู่ ยังจะต้องไล่เบี้ยหาผู้รับผิดชอบที่ทำให้เกิดค่าโง่ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2539 เพื่อนำคนเหล่านั้นมารับผิดชอบค่าโง่ทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้น

รวมทั้งยังจะต้องหาทางหยุดยั้งการก่อสร้างหรือผุดขยายทางด่วนพิเศษสายใหม่ ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงาน กทพ.นี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 เชื่อมวงแหวนตะวันออก ,ทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง –วงแหวนรอบนอก ,ทางพิเศษ สายกระทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ตหรือทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุทธยา ฯลฯ

เพราะขืนปล่อยให้ กทพ.โม่แป้งก่อสร้างทางพิเศษเส้นทางใหม่ ๆ ขึ้นมาอีก ก็คงไม่พ้นจะนำมาซึ่ง “ค่าโง่”ไม่สิ้นสุดอีก ลำพังเฉพาะ “ค่าโง่” ที่มาอยู่ในมือเวลานี้ ก็นัยว่าก็มีมากกว่า 1.37 แสนล้านบาทเข้าไปแล้ว เอาเฉพาะค่าโง่ที่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินชี้ขาดไปแล้วล่าสุดที่ต้องชดเชยให้แก่บริษัทเอกชนคู่สัญญาคือบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือ BEM นั้นก็มากกว่า 4,300 ล้านบาท ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองกลาง และโดยเฉพาะในชั้นอนุญาโตตุลาการที่ค้ำคอ กทพ.จ่อจะตามมาด้วยค่าโง่อีกกว่า 35,000 ล้านบาทและยังมีคดีที่บริษัทเอกชนคู่สัญญาเตรียมร้องเป็นคดีพิพาทตามมาอีกกว่า 70,000 ล้านบาท

ก็สู้ตัดไฟแต่ต้นลมไปเสียตั้งแต่วันนี้ จะโยกโครงการทางยกระดับเหล่านี้ไปอยู่ในมือของสำนักนายกฯ หรือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือจะกรมราง กรมทางหลวงอะไรก็ว่าไป

 

แต่อย่าเอาไว้ในมือ กทพ.ให้ประชาชนคนไทยได้นอนสะดุ้งกันไปทั้งชาติเลย คุณแม่ขอร้อง!!!   

 

 เนตรทิพย์  : [email protected]