Columnist

ทิวซิดิดิสกับการเมืองไทย (1)

31 กรกฎาคม 2019 เวลา 14:41 น.
เปิดอ่าน 7

สุวิชา เป้าอารีย์

โดย ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์

ทิวซิดิดิส (Thucydides) ได้ชื่อว่าเป็นนักประวัติศาสตร์ที่แท้จริงในยุคกรีกโบราณ เป็นผู้ซึ่งให้ความสำคัญกับหลักฐานคำบอกเล่าของตนเองและผู้อยู่ในเหตุการณ์จริงในการเขียนเอกสารเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าการการอ้างถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้าต่าง ๆ ในยุคกรีกโบราณ ผลงานชิ้นเอกของทิวซิดิดิสคือหนังสือเรื่อง ประวัติศาสตร์สงครามเพโลพอนนีเซียน (Peloponnesian War) ระหว่างนครรัฐเอเธนส์ ผู้นำกลุ่มสันนิบาตเดเลียน กับ นครรัฐสปาร์ตาร์ ผู้นำกลุ่มสันนิบาตเพโลพอนนีเซียน  ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะทำให้ทิวซิดิดิสเป็นนักประวัติศาสตร์แล้ว ยังทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งสำนักสัจนิยมทางการเมืองระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเชื่อว่าอำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจว่าจะช่วยปกป้องและนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงและการมีสวัสดิการที่ดีของพลเมือง

นอกเหนือจากนั้นแล้วหากใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะพบว่า ทิวซิดิดิสเป็นนักวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์การเมือง โดยพยายามแสดงให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างนครรัฐเอเธนส์และนครรัฐสปาร์ตาร์ การเจรจาระหว่างระหว่างรัฐและรวมถึงความพยายามของผู้นำในแต่ละนครรัฐในการโนมน้าวพลเมืองในประเทศตนเองให้ไว้ใจในยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ผู้นำกำหนดขึ้นมา ในหนังสือประวัติศาสตร์สงครามเพโลพอนนีเซียน ทิวซิดิดิสได้วิเคราะห์ว่ายุทธศาสตร์จะถูกกำหนดโดยผู้นำของรัฐบนพื้นฐานของ “องค์สามแห่งแรงจูงใจ” ที่ประกอบไปด้วย ความกลัว (Fear) ผลประโยชน์ (Interest) และ เกียรติยศ (Honor) ทิวซิดิดิส กล่าวอ้างถึงสงครามเพโลพอนนีเซียนว่าเป็นผลมาจากความกลัวของ นครรัฐสปาร์ตาร์ ในการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหารของนครรัฐเอเธนส์ว่าจะมาท้าทายอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้มแข็งของกองทัพเรือนครรัฐเอเธนส์ ด้วยเหตุนี้เองนครรัฐสปาร์ตาร์จึงดำเนินยุทธศาสตร์สงครามการป้องกัน (Preventive War) เพื่อต่อต้านอำนาจที่พอกพูนขึ้นของนครรัฐเอเธนส์และเพื่อปกป้องผลประโยชน์และรักษาเกียรติยศของนครรัฐสปาร์ตาร์ที่ได้ชื่อว่าเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกรีกยุคนั้น การต่อสู้อันยาวนานกว่า 30 ปี ระหว่างนครรัฐเอเธนส์กับนครรัฐสปาร์ตาร์จบลงด้วยชัยชนะของนครรัฐสปาร์ตาร์ แต่ก็ส่งผลต่อความเข้มแข็งของทั้งสองนครรัฐ นครรัฐเอเธนส์ต้องเข้าสู่จุดถดถอยทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ในขณะที่ความเข้มแข็งทางการทหารของนครรัฐสปาร์ตาร์ก็เริ่มอ่อนแอลง

ผลงานของทิวซิดิดิส เล่มนี้อาจถูกนำมาอ้างอิงบ่อยครั้งในการวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศและสงคราม แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเมืองและยุทธศาสตร์การเมืองภายในประเทศได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “องค์สามแห่งแรงจูงใจ” ของทิวซิดิดิส สามารถนำมาใช้ในการอธิบายการเมืองภายในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเล่าให้ฟังในตอนหน้านะครับ