Columnist

สามล้อถูกหวยทางการเมือง

29 สิงหาคม 2019 เวลา 05:26 น.
เปิดอ่าน 9

สุวิชา เป้าอารีย์

ย้อนไปเมื่อปี 2533 มีชายชาวจังหวัดนครสวรรค์ผู้หนึ่ง มีฐานะยากจนมาก ซ้ำร้ายยังเคยถูกดำเนินคดีและติดคุกอยู่ 5 ปี และเมื่อออกจากเรือนจำ แม่บุญธรรมก็จัดพิธีบวชให้ หลังจากบวชมาได้ 3 พรรษาและย้ายไปจำวัดอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ชายผู้นี้ก็ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 จำนวน 1 คู่ ได้รับรางวัล 6 ล้านบาท

 

 จากคนไม่เคยจับเงินหมื่นเงินแสนกลายมาเป็นเศรษฐีเงินล้านโดยไม่คาดคิด ทำให้ชายผู้นี้ไม่เข้าใจในคุณค่าของเงิน คิดแต่เพียงว่าโชคชะตาเข้าข้างเขาแล้วและโชคชะตาที่ดีแบบนี้จะอยู่ข้างเขาตลอดไป ผลที่ได้ก็คือการประมาทในการใช้เงิน เขาแจกเงินญาติพี่น้องเพื่อนฝูงทุกคนที่ขอ ออกท่องราตรีเป็นประจำ แจกเงินนักร้อง เด็กเสริฟคืนละหลายหมื่น และได้ตัดสินใจแต่งงานกับสาวคนหนึ่งด้วย

 

  แต่เมื่อเวลาผ่านไป 8 เดือน จากสูงสุดก็คืนสู่สามัญ เขาใช้เงิน 6 ล้านจนเกือบหมด และแน่นอนเมื่อขาดเงินก็ขาดเพื่อนและญาติ  เขาตัดสินใจใช้เงินก้อนสุดท้ายที่เหลือประมาณ 2 หมื่นมาซื้อสามล้อไว้ขี่เลี้ยงชีพตนเองและภรรยา แต่ก็ไปไม่ไหวและในที่สุดก็ต้องเลิกรากับภรรยา  และกลับไปบวชอีกครั้งหนึ่งโดยหวังว่าโชคชะตาจะเข้าข้างเขาอีกครั้งหนึ่ง จากเรื่องจริงสอนใจคนไทยให้รู้จักระวังตนเองว่า

 

เมื่อประสบความสำเร็จในเรื่องใดแล้ว จงอย่ากร่างหรือฮึกเหิม สำคัญว่าตนเองแน่หรือเก่งกว่าผู้ใด เพราะในท้ายที่สุดจะเกิดความประมาทในการกระทำต่าง ๆ และทุกอย่างที่ได้มาจะมลายหายไป

 

จากกรณีสามล้อถูกหวยทำให้นึกถึงพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่ผ่านมาชนิดที่ทำให้เกิดอาการ shock ทางการเมืองกันทั้งบาง ชัยชนะที่ได้มานั้นอาจจะเรียกได้ว่าเกินความคาดหมาย

 

ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสที่ถูกปั่นในหมู่คนรุ่นใหม่ว่าเป็นวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ต้องเลือกพรรคนี้ การใช้วิธีการหาเสียงรูปแบบใหม่ การยกประเด็นใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งลงคะแนนให้เพราะเบื่อการเมืองแบบเดิม ๆ ของพรรคการเมืองเดิม ๆ และที่สำคัญสุดคือการได้คะแนนจากพรรคการเมืองที่ถูกยุบไป ซึ่งหากไม่มีการยุบพรรคการเมืองนั้น พรรคของคนรุ่นใหม่อาจไม่ได้คะแนนมากขนาดนี้ก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด

 

เมื่อได้รับกระแสความนิยมสูงเกินคาดขนาดนี้ แกนนำพรรคบางคนก็เริ่มเกิดอาการสามล้อถูกหวย คิดว่าตัวเองแน่ ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไร ผิดหรือถูกก็ไม่สน เพราะเชื่อว่าคะแนนนิยมอันล้นเหลือนี้จะคงอยู่ตลอดไป (อาจรวมไปถึงการคาดว่าคะแนนนิยมจะสูงขึ้นด้วย)

 

 นอกจากพยายามจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายและประเพณีสำคัญที่ประเทศดำเนินการมาเป็นเวลานาน และท้าทายกลุ่มต่าง ๆในสังคม อยู่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ แกนนำพรรคก็ผลัดกันก่อเรื่องให้ตนเองเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถือครองหุ้นสื่อ การให้พรรคยืมเงินหาเสียง การวิจารณ์ สส. ที่ชอบไปงานศพงานบวชว่าเป็นพวกตลาดล่าง มีการพูดจาแบบเอาสีข้างเข้าถูในการตอบโต้กับฝ่ายตรงข้ามในประเด็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในอดีตของแกนนำพรรคบางคน

 

ทั้งนี้ยังไม่รวมที่มีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อบังคับพรรค และการพูดของแกนนำพรรคที่คล้ายกับพยายามปลุกระดมประชาชนให้ยืนเคียงข้างตนเองและพรรคตนเองหากเกิดกรณีวิกฤติกับพรรคหรือแกนนำพรรค

 

"ชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา" นี้คือนำคำพูดของผู้ที่เป็นตำนานสามล้อถูกหวย ที่ถูกนำมาใช้เตือนสติผู้ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ว่าอย่าเหลิงในสิ่งที่ตนได้มาหรือประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถูกหวยทางการเมือง

 

จงสำนึกไว้ว่า คะแนนนิยมของพรรคการเมืองนั้นมีความไม่แน่นอนสูงมาก พรรคที่เคยได้ 14 ล้านเสียงในอดีตยังเหลือแค่ 7 ล้านเสียง พรรคที่เคยเป็นอันดับหนึ่งในกรุงเทพก็เกิดอาการ shock โดยไม่เหลือเลยสักเก้าอี้ในกรุงเทพ พรรคที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตกลับกลายเป็นพรรคต่ำ 20 หรือ บางพรรคไปไกลขนาดเป็นพรรคต่ำ 10

 

คะแนนนิยมทางการเมืองที่ไม่คาดฝันอาจเปรียบเสมือนการถูกหวยทางการเมือง หากใช้ไม่เป็นก็อาจจะไม่ต่างกับสามล้อถูกหวยที่ในท้ายที่สุดก็ไม่เหลืออะไรเลย...เตือนแล้วนะ