Columnist

กลยุทธ์หลี่ตายแทนถาว กับ กรณี คุณไพบูลย์ นิติตะวัน

19 กันยายน 2019 เวลา 05:04 น.
เปิดอ่าน 7

สุวิชา เป้าอารีย์

นอกเหนือจากตำราพิชัยสงครามของซุนวูแล้ว ตำราพิชัยสงครามของจีนอีกเล่มหนึ่งที่มีชื่อเสียงและได้รับการกล่าวขานถึงอยู่เสมอคือ ตำราพิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์ ที่ได้อธิบายถึงวิธีการอันหลักแหลมและการใช้เลห์เหลี่ยมในการเอาชนะคู่ต่อสู้ โดยกลยุทธ์ทั้ง 36 นี้ คนไทยอาจเคยได้ยินชื่อมาบ้างจากการดูภาพยนตร์จีน หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ไทยบางเรื่องก็มีการกล่าวถึง เช่น ยืมดาบฆ่าคน ซ่อนดาบในรอยยิ้ม ตีหญ้าให้งูตื่น ล่อเสือออกจากถ้ำ จับโจรเอาหัวโจก ปิดประตูจับโจร กลยุทธ์สาวงาม และสุดยอดกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดที่นักการเมืองไทยจำนวนหนึ่งนิยมใช้เมื่อโดนคดีความถึงที่สุด นั้นคือ “หนี” เพราะการหนีไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่การยอมจำนนคือความพ่ายแพ้

 

กลยุทธ์หนึ่งใน 36 กลยุทธ์ที่คนไทยอาจไม่ค่อยจะได้ยินนักคือ กลยุทธ์หลี่ตายแทนถาว ในตำราภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Sacrifice the plum tree to preserve the peach tree” ในตำราพิชัยยุทธ์บอกว่า ต้น plum และ ต้น peach เป็นเพื่อนกัน และเมื่อฝ่ายใดอยู่ในอันตราย อีกฝ่ายหนึ่งก็พร้อมที่จะทำอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยอีกฝ่ายหนึ่งให้อยู่รอดปลอดภัย ในตำราอธิบายว่าเป็นการใช้ภาวะเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เสียเปรียบหรือไม่เป็นผลดีต่อตนให้เกิดการได้เปรียบ ด้วยการยอมเสียเฉพาะส่วนเพื่อผลประโยชน์ที่มากยิ่งกว่าหรือเพื่อชัยชนะทั้งหมด

 

ตอนที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสองคนนี้ท่ามกลางสาธารณชนอาจไม่ชัดเจนว่าสนิทสนมกันแค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ คือต้องเป็นพันธมิตรกันแน่นอน เหมือนต้น plum และ ต้น peach ที่พร้อมจะช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ

 

เป็นที่เข้าใจกันดีว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หากมีการขยับเขยื้อนที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในหมู่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล โอกาสที่เรือเหล็กซึ่งแปรสภาพมาจากเรือแป๊ะก็อาจล่มลงได้ จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไขปัญหาความไม่แน่นอนนี้ และแน่นอนการเสี่ยงเสียสละหนึ่งเสียงของคุณไพบูลย์  (หรืออาจจะไม่เสียเลยก็ได้) อาจจะสามารถทำให้ได้คะแนนเสียงสนับสนุนในสภาที่เพิ่มมากขึ้น

 

การประกาศยุบพรรคประชาชนปฏิรูปของคุณไพบูลย์เป็นปรากฏการณ์ใหม่ทางการเมืองไทย โดยอาศัยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ที่เกี่ยวกับการหาพรรคใหม่อยู่หากพรรคการเมืองเดิมของตนถูกยุบพรรค และ พรบ. พรรคการเมือง มาตรา 91 ที่พูดถึงการสิ้นสภาพของพรรคการเมืองและการคุ้มครองสมาชิกภาพของ สส.

 

อย่างไรก็ตามปัญหา (ที่อาจจะกลายเป็นโอกาส) ก็คือคุณไพบูลย์เป็น สส. ในระบบบัญชีรายชื่อ ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทั่วประเทศที่เลือกพรรคประชาชนปฏิรูปและสัดส่วนของคะแนนเพียงพอที่จะได้ สส. ระบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน ฉะนั้นจึงเป็นคำถามว่า การยุบพรรคตนเองและย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐเป็นการเอาคะแนนของผู้เลือกพรรคประชาชนปฏิรูปไปให้พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ สมาชิกภาพความเป็น สส. ของคุณไพบูลย์ยังคงอยู่หรือไม่ (แม้ว่า กกต. มิได้ว่าอะไร) และกกต. จำเป็นต้องคำนวณสัดส่วนของ สส. ระบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรคใหม่อีกรอบหรือไม่ สุดท้ายแล้วคำตอบอาจต้องอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

 

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม พรรคพลังประชารัฐและรัฐบาลพลเอกประยุทธ์คือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากหมากเกมส์นี้ หากทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยที่สุด พรรคพลังประชารัฐก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งเสียงและอาจหมายถึงมากกว่าหนี่งเสียงหากมีการยุบพรรคเล็กอื่น ๆ ในรูปแบบเดียวกันเพื่อให้ สส. ระบบบัญชีรายชื่อเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ หรืออาจรวมถึงการเริ่มมองหางูเห่าจาก สส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคฝ่ายค้าน (ที่อาจกำลังลอกคราบอยู่) ให้มาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล จากช่องของกฎหมายที่เปิดไว้ให้

 

อีกกรณีหนึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คุณไพบูลย์ หลุดจากตำแหน่ง สส. เนื่องจากเป็น สส. ระบบบัญชีรายชื่อจึงไม่สามารถย้ายออกจากพรรคการเมืองที่ทำให้ตนเองได้รับเลือกเป็น สส. ไปอยู่กับพรรคอื่นได้ กรณีนี้การเสียคุณไพบูลย์ไปหนึ่งเสียงอาจหมายถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึงโอกาสของพรรคพลังประชารัฐในการได้ จำนวน สส. ระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นหากมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรคถูกตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคและคะแนน สส. ระบบบัญชีรายชื่ออาจจะต้องถูกนำมาคำนวณใหม่ แน่นอนพรรคขนาดใหญ่ย่อมได้เปรียบ

 

คุณไพบูลย์ อาจเปรียบเหมือน ต้น plum ที่ทำทุกอย่างและยอมเสียสละเพื่อให้ ต้น peach อย่างรัฐนาวาพลเอกประยุทธ์ อยู่รอดต่อไปอีกยาว

 

ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย พลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐได้ประโยชน์ เต็ม ๆ ในเกมส์นี้