Columnist

ยุบพรรคอนาคตใหม่...ย้อนรอยยุบพรรคไทยรักไทย?

10 ตุลาคม 2019 เวลา 19:59 น.
เปิดอ่าน 1970

สุวิชา เป้าอารีย์

พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคไทยรักไทย ทั้งสองพรรคมีจุดเริ่มต้นของฐานคะแนนไม่เหมือนกัน

ในช่วง 2 – 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวทางสังคม นักการเมืองและนักวิชาการออกมาวิเคราะห์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นหากพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินให้ยุบพรรค เช่น คุณไพศาล พืชมงคล  อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

ได้วิเคราะห์ไปในแนวทางเดียวกัน โดยพยายามจะบอกว่าแนวคิดหรือความพยายามในการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากตัวอย่างการยุบพรรคไทยรักไทยในอดีตที่ทำให้เกิดพรรคใหม่แต่ยังคงมีความเข้มแข็ง

 

ไม่ว่าจะเป็นในนามพรรคพลังประชาชน และต่อมาคือพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ทั้งคุณไพศาลและคุณสนธิบอกว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ ครองเสียงคนรุ่นใหม่จะทำให้ซ้ำรอยการยุบพรรคไทยรักไทย คนรุ่นใหม่จะเทความเห็นใจไปเอาใจช่วยพรรคอนาคตใหม่ และอาจจะทำให้พรรคอนาคตใหม่เติบโตขึ้นในนามพรรคใหม่

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมีความคิดเห็นไปในทางตรงข้าม ประเด็นแรก เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหากมีการมองว่าขณะนี้มีขบวนการที่จะหาเรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่ หรือบางคนเลยเถิดไปถึงขั้นกังวลว่าจะมีการตั้งธงไว้อยู่แล้วในการยุบพรรค

 

ในความเป็นจริงการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ เป็นเรื่องของพฤติกรรมของแกนนำพรรคว่าได้กระทำการสิ่งใดที่จะนำไปสู่การยุบพรรคบ้าง หากไม่มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายก็จะไม่มีใครฟ้องร้องให้ยุบพรรค หรือถึงแม้ว่าจะมีคนฟ้องร้องแต่ถ้าพรรคมั่นใจว่าไม่ได้กระทำสิ่งใดผิดก็ไม่ต้องกลัว ฉะนั้นในประเด็นนี้แกนนำพรรคอนาคตใหม่นั้นแหละที่จะต้องถามตนเองและไม่โกหกกับตัวเองว่าที่ผ่านมาได้ทำสิ่งใดไว้บ้าง ละเมิดกฎหมายหรือไม่

 

ประเด็นที่สอง ทำไมพรรคไทยรักไทยเมื่อถูกยุบแล้วยังคงความเข้มแข็งต่อไปได้ในนามพรรคที่ตั้งขึ้นมาใหม่

 

ข้อแรก พรรคไทยรักไทยมีฐานเสียงจาก สส. เขต ตราบใดที่ สส. ของพรรคยังคงอยู่กับกลุ่มเดิมในนามใหม่ของพรรค คะแนนนิยมจะติดตามไปกับตัว สส. และกับพรรคด้วย ด้วยเหตุนี้พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยจึงชนะการเลือกตั้ง มี สส. มากที่สุดในสภามาโดยตลอด

 

ข้อสอง แกนนำพรรคซึ่งอาจรวมถึงอดีตผู้นำพรรคที่เป็นนักโทษหนีคดีที่อยู่แดนไกล กล้าได้กล้าเสียในการทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงการเดินหมากทางการเมืองที่ทำให้พรรคสามารถเอาชนะคู่แข่ง

 

ข้อสาม คะแนนนิยมของอดีตผู้นำพรรคที่หนีคดีอยู่แดนไกล ซึ่งสร้างขึ้นมาในระหว่างการครองอำนาจด้วยนโยบายที่หลากหลาย รวมถึงนโยบายประชานิยมด้วย ทำให้ผู้สนับสนุนยังคงใฝ่ฝันหาอยู่เสมอและไม่ทิ้งพรรคไปไหนถึงแม้ว่าอาจจะตระหนักดีว่าบางนโยบายอาจจะทำความเสียหายให้กับประเทศอย่างมากก็ตาม

 

ในประเด็นนี้เมื่อย้อนหันมามองพรรคอนาคตใหม่กลับพบว่า การมี สส. เขตที่ไม่มากมายขนาดพรรคไทยรักไทยในอดีตทำให้ฐานเสียงของพรรคอนาคตใหม่ไม่ใหญ่พอที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ ในขณะที่ความกล้าได้กล้าเสียในการทุ่มสุดตัวระหว่างการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่อำนาจก็ไม่มีความชัดเจน นอกเหนือไปจากความพยายามสร้างภาพสร้างกระแสให้เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่เพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

 

แต่ในขณะเดียวกันหลังการเลือกตั้งแกนนำพรรคบางคนกลับมีพฤติกรรมย้อนแย้ง ใช้วิธีการทางการเมืองของนักการเมืองแบบเดิม ๆ ในการโจมตีผู้อื่นและปกป้องตนเอง สร้างภาพความเป็นนักประชาธิปไตย โจมตีฝ่ายทหาร อย่างไรก็ตามชัยชนะ 80 สส. ที่ได้มาอย่างเกินความคาดหมายทำให้แกนนำพรรคหลงระเริงไปกับคะแนนนิยมจนทำให้ดำเนินการทางการเมืองผิดพลาดเป็นประจำ

 

เช่น การออกมาให้สัมภาษณ์ที่ในท้ายที่สุดส่วนใหญ่จะส่งผลลบต่อพรรค ถ้าวิเคราะห์ความเก๋าทางการเมือง บอกตรง ๆ ว่าห่างชั้นกับพรรคเก่าแก่อย่างพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เป็นอย่างมาก

 

 

ข้อสี่ ในขณะที่ประชาชนเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ภัยทางธรรมชาติและปัญหาสังคมอื่น ๆ พรรคอนาคตใหม่ของคนรุ่นใหม่กลับไม่แสดงปัญญาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนเพื่อถามไถ่ในปัญหาและหาแนวทางแก้ไข ในทางตรงกันข้ามแกนนำพรรคอนาคตใหม่กลับทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่อง พูดแต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ การต่อต้านเผด็จการ การลดอำนาจกองทัพ อย่าลืมว่าคนไทยนั้นชอบอะไรที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมมากกว่าการขายฝันว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือปัญหาสังคมจะหมดไป

 

พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคไทยรักไทย ทั้งสองพรรคมีจุดเริ่มต้นของฐานคะแนนเสียงที่ไม่เหมือนกัน พฤติกรรมและวิธีการทางการเมืองในการสร้างคะแนนนิยมก็แตกต่างกัน

 

ที่สำคัญการจับผิดพรรคการเมืองและนักการเมืองในปัจจุบันง่ายและเร็วกว่าในอดีต ทำให้การหมกเม็ดทางการเมือง การพูดความจริงไม่หมดหรือการแถทางการเมืองถูกขุดคุ้ยได้ไม่ยาก หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจะเกิดพรรคใหม่ของคนกลุ่มเดิมแต่อาจไม่ใหญ่เท่าเดิมและจะไม่สามารถเป็นเหมือนพรรคไทยรักไทยในอดีตที่เปลี่ยนชื่อกี่ครั้งก็ยังคงชนะการเลือกตั้ง