Columnist

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงการปกครองสวีเดน มีนาคม ค.ศ. 1809 (ตอนต่อ)

14 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:27 น.

เปิดอ่าน 103
พิพิธภัณฑ์ความคิด
ไชยันต์ ไชยพร

ภาพที่ปรากฏออกมาก็คือ มีกลุ่มสองกลุ่มในสวีเดนที่ต้องการแก้ไขวิกฤตชาติโดยการยึดอำนาจ

 

วิกฤตเศรษฐกิจและการสูญเสียดินแดนจากการพ่ายแพ้สงครามทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งไม่พอใจการปกครองของ Gustav IV กษัตริย์สวีเดนขณะนั้น  เพราะนอกจากจะดำเนินโยบายที่ผิดพลาดแล้ว พระองค์ยังไม่ทรงฟังเสียงสภาอีกด้วย นั่นคือ ทรงใช้พระราชอำนาจตามที่พระองค์ต้องการโดยไม่สนใจที่จะเรียกประชุมสภา

 

ในขณะที่พวกสภาก็ต้องการให้สวีเดนยุติการทำสงครามที่ไม่มีทางชนะ แต่ Gustav IV ก็กลับเดินหน้าทำสงคราม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณมหาศาล   นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเข้าไปก้าวก่ายในอำนาจตุลาการ ตัดสินโทษเหล่านายทหารที่พระองค์ทรงเห็นว่าต้องรับผิดชอบต่อการปราชัยในสงครามด้วย                                                                                                                                                      

สภาพการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการพลเรือนและทหาร  เริ่มเกิดความคิดที่จะแก้วิกฤตชาติโดยการเปลี่ยนตัวกษัตริย์และให้มีการเรียกประชุมสภาเพื่อหาทางออกร่วมกันต่ออนาคตของสวีเดน  

 

ประวัติศาสตร์สวีเดนได้บันทึกว่า มีคนสองกลุ่มที่น่าจะมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ค.ศ. 1809  กลุ่มแรกเป็นกลุ่มข้าราชการที่อยู่ในกรุงสตอคโฮล์ม มีการเอ่ยชื่อของ Jacob Cederstrom ในฐานะที่เป็นแกนกลาง

 

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มของนายทหารที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดนสวีเดน-นอร์เวย์ และมีชื่อของนายพันโท Georg Adlersparre เป็นผู้นำ  ซึ่งต่อมาทั้งสองกลุ่มนี้มีการประสานงานกัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1809 กลุ่มสตอคโฮล์มวางแผนที่จะจับกุมตัว Gustav IV ในเส้นทางที่พระองค์จะต้องเสด็จเป็นประจำทุกวัน แต่แผนดังกล่าวกลับไม่บังเกิดผล คาดว่าน่าจะเป็นเพราะกล้าคิดมากกว่ากล้าทำ 

                                                                                                                                                          

ต่อมาในราวต้นเดือนมีนาคม ค.ศ. 1809  Aldersparre ได้ตัดสินใจออกแถลงการณ์ที่เมือง Karlstad และได้ลงนามในแถลงการณ์นั้น พร้อมประกาศเคลื่อนกองกำลังจากชายแดนตะวันตกมุ่งสู่กรุงสตอคโฮล์ม โดยมีระยะทางประมาณสองร้อยกว่ากิโลเมตร  ในขณะที่ฝ่าย Adlersparre กำลังยกกองกำลังมานั้น ทางกลุ่มสตอคโฮล์มได้ปรับแผน โดยได้เชิญนายพล Adlercreutz (อายุ 52 ปี) ให้มาเป็นหัวหน้ากลุ่มแทน Jacob Cederstrom และ Adlercreutz ได้ตัดสินใจนำลูกทีมอีกหกคน บุกเข้าไปในพระราชวังเพื่อจับตัว Gustav IV  ไว้   

                                                                                                                                                                                     

มีบันทึกเล่าถึงสาเหตุที่กลุ่มสตอคโฮล์มตัดสินใจรีบจับกุมตัว Gustav IV เพราะทราบข่าวมาว่า Gustav IV ทรงทราบถึงการเคลื่อนกองกำลังของ Adlersparre และตระหนักว่า นั่นคือ การพยายามทำรัฐประหารยึดอำนาจ พระองค์ได้ทรงออกประกาศตัดสินโทษประหารชีวิต Adlersparre และทรงตั้งพระทัยจะรีบเสด็จไปยัง Skane ที่อยู่ทางตอนใต้ของสวีเดน เพราะที่นั่นมีกองกำลังทหารที่จงรักภักดีต่อพระองค์และจะได้ยึดเป็นฐานที่มั่นในการต่อต้านพวกกบฏ 

 

และด้วยเหตุนี้เองที่กลุ่มสตอคโฮล์มภายใต้การนำของนายพล Adlercreutz จึงต้องการจับกุมตัว Gustav IV เพื่อสกัดไม่ให้พระองค์เสด็จหนีไปตั้งหลักได้ เพราะหากปล่อยไป การช่วงชิงอำนาจก็จะเกิดปัญหาและนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้                                                

 

 

หากฟังเรื่องราวมาดังนี้ ก็ไม่น่าจะมีข้อสงสัยอะไรมากนัก เพราะภาพที่ปรากฏออกมาก็คือ มีกลุ่มสองกลุ่มในสวีเดนที่ต้องการแก้ไขวิกฤตชาติโดยการยึดอำนาจจากกษัตริย์  และทั้งสองกลุ่มนี้ก็ทำงานประสานกัน นั่นคือ เมื่อฝ่าย Adlersparre เคลื่อนกองกำลังมา แต่ฝ่ายกษัตริย์ไหวตัว กลุ่มในสตอคโฮล์มก็รีบตัดไฟแต่ต้นลม จับกุมตัวกษัตริย์ไว้ และเมื่อกองกำลังของ Adlersparre มาถึง ก็ถือว่าการยึดอำนาจสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น                                                                                                                                                         

 

แต่เรื่องมันไม่ได้มีแค่นี้  เพราะยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งชี้ว่า    หลังจากที่นายพล Adlercreutz จับตัว Gustav IV ไว้ได้แล้ว และกองกำลังของ Adlersparre กำลังใกล้จะถึงกรุงสตอคโฮล์ม ทางฝ่าย  Adlercreutz กลับแจ้งไปยังฝ่าย Adlersparre ว่าไม่จำเป็นต้องยกกองกำลังเข้าเมืองแล้ว เพราะการยึดอำนาจสำเร็จเรียบร้อยแล้ว หากยกกองกำลังเข้ามา อาจจะทำให้เกิดความแตกตื่นสับสนวุ่นวายภายในเมืองได้   !                

 

แต่ตอนนั้น แม้ว่าจะ Gustav IV จะถูกจับกุมตัวไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้ว ใครจะขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทนพระองค์ หรือจะมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะมีกษัตริย์ต่อไปอย่างไรหรือไม่ ? แต่ที่แน่ๆก็คือ Adlersparre เป็นคนเดียวที่ถูกประกาศตัดสินประหารชีวิต                                                                                 

 

เมื่อท่านผู้อ่านได้ฟังข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่มีการห้ามไม่ให้ Adlersparre ยกกองกำลังเข้ากรุงสตอคโฮล์ม ท่านคิดอย่างไร ?                                                                                                                                                       

 

ถ้าท่านเป็น Adlersparre ท่านจะเชื่อนายพล Adlercreutz และยุติการเคลื่อนกองกังเข้ากรุงสตอคโฮล์มเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้  หรือ ท่านจะตัดสินใจเดินหน้านำกองกำลังเข้ากรุงสตอคโฮล์ม ? และอย่าลืมว่า ขณะนี้ ตัวท่านในฐานะ Adlersparre มีโทษประหารชีวิตในฐานะกบฏรอท่าอยู่ !!!

                                             

                                

                                                           

(ส่วนหนึ่งจากโครงการวิจัย “การเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ: ศึกษากรณีสหราชอาณาจักร ราชอาณาจักรสวีเดนและราชอาณาจักรภูฏาน” ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปีงบประมาณ ๒๕๖๐)