Columnist

กฎหมายพรรคการเมืองอังกฤษ (ตอนที่สี่)

2 เมษายน 2020 เวลา 7:05
กฎหมายพรรคการเมืองอังกฤษ (ตอนที่สี่)
เปิดอ่าน 779
พิพิธภัณฑ์ความคิด
ไชยันต์ ไชยพร

อังกฤษกับไทยต่างกันตรงที่ของไทย ไม่ค่อยจะเห็นนักการเมืองพยายามเข็นกฎหมายแบบนี้ออกมา

อย่างที่กล่าวไปในตอนที่แล้ว  การเมืองอังกฤษก็ไม่ได้มีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมมาตั้งแต่ต้น  ผู้คนและนักการเมืองของเขาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเรา มีปัญหาคล้ายๆกัน เพียงแต่เมื่อมีปัญหา ก็มีความพยายามที่จะออกกฎหมายกันออกมาป้องกัน คนของเขาไม่ได้มีสายพันธุ์พิเศษที่เมื่อมีเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองจะไม่ใช้วิธีการสกปรก และประชาชนจะไม่ขายเสียง                         

ก่อนหน้าปี ค.ศ. ๑๘๗๒  หรือ พ.ศ. ๒๔๑๕  การเลือกตั้งในอังกฤษยังไม่เป็นการลงคะแนนแบบลับ  นั่นคือ เวลาประชาชนไปลงคะแนน ทุกคนจะเห็นว่า เขาลงให้ใคร  กฎหมายเลือกตั้งยังไม่ได้กำหนดให้เป็นการลงคะแนนลับที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าใครลงให้ใครนอกจากเจ้าตัวผู้ลงคะแนน  สิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ. ๑๘๘๓ ก็คือ นักการเมืองใช้วิธีการต่างๆในการที่จะให้ประชาชนลงคะแนนให้ตน เช่น การข่มขู่และใช้อิทธิพลในลักษณะต่างๆ เช่น มีนักเลงอันธพาลคอยประกบติดตามดูที่หน่วยเลือกตั้งเลือกต่อหน้าต่อตา  

นอกจากการข่มขู่ก็มีวิธีการต่างๆ เช่น เมื่อถึงวันเลือกตั้ง มีการเกณฑ์ผู้คนเข้าไปในร้าน (ผับ/pub) ที่มีการเตรียมเหล้ายาปลาปิ้งเต็มที่ หลังจากเลี้ยงดูปูเสื่อแล้ว ก็มีการประกบกันไปที่หน่วยเลือกตั้งดูแลให้ผู้คนเหล่านั้นลงคะแนนให้ตนเป็นที่เรียบร้อย หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ ซื้อเสียงกันจะๆไปเลย  มีการซื้อเสียงกันแบบยกเขต ยกครัวเรือน   ซึ่งการเลือกตั้งในช่วงนั้นดูจะคล้ายงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง             


การข่มขู่หรือกรรโชกในอังกฤษช่วงนั้น มีบันทึกไว้ว่า ถ้าใครที่มีกิ๊ก จะถูกกรรโชกว่า หากไม่ไปลงคะแนนให้ จะนำเรื่องกิ๊กไปเปิดเผยให้เมียรู้ !!      

สภาพการณ์แบบนี้ส่งผลให้นักการเมืองจำนวนหนึ่งเห็นว่า ระเบียบวิธีการเลือกตั้งที่ใช้อยู่นั้นไม่สุจริตเที่ยงธรรม  แต่ก็มีนักการเมืองอีกมากที่เห็นว่า ไม่เป็นไร !   เพราะวิธีการ “หาเสียง” แบบนั้น มันทำให้พวกเขาได้เข้าไปนั่งในสภา  เงินที่จัดเลี้ยงหรือซื้อเสียงก็เป็นเงินของเขาเอง  การข่มขู่ประกบตัวก็อาจจำเป็นเพราะว่า ต้องการให้แน่ใจว่าเมื่อเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าหรือแจกเงินไปแล้ว ประชาชนเหล่านั้นจะบิดพลิ้วไม่ได้ อีกทั้งการเข้าไปทำงานเป็น ส.ส. ในสมัยนั้น ก็ไม่ได้เงินเดือนอะไรด้วย  เพราะกว่า ส.ส. อังกฤษจะเริ่มมีเงินเดือนครั้งแรกก็ในปี ค.ศ. ๑๙๑๑ นี่เอง  เริ่มต้นจากปีละ ๔๐๐ ปอนด์                     

แต่ฝ่ายที่เห็นว่า สภาพการณ์การเลือกตั้งแบบนี้ไม่ชอบธรรม ก็พยายามผลักดันออกกฎหมายที่มุ่งจะแก้ปัญหานี้ออกมาได้ นั่นคือ พ.ร.บ. การลงคะแนนเสียง ค.ศ. ๑๘๗๒ (the Ballot Act 1872)  ที่กำหนดให้การลงคะแนนเสียงเป็นการลงคะแนนลับ เพื่อทำให้ผู้ลงคะแนนสามารถลงคะแนนได้อย่างอิสระเสรี  ลดการข่มขู่ ซื้อเสียง เลี้ยงดูปูเสื่อ  เปลี่ยนให้การเลือกตั้งที่เคยดูเหมือนกับจะเป็นเทศกาลรื่นเริงมาเป็นการเลือกตั้งที่เคร่งครัดจริงจัง                                                 

ดังนั้น ภายใต้กฎหมายลงคะแนนเสียงลับนี้  นักการเมืองที่เคยใช้เงินซื้อเสียงให้สินบาทคาดสินบนหรือข่มขู่เริ่มไม่แน่ใจว่า การลงทุนซื้อเสียงไปแล้วนั้นจะได้ผลจริงๆจังๆมากน้อยแค่ไหน   แต่แน่นอนว่า การจัดเลี้ยง ซื้อเสียงก็ยังดำเนินต่อไป เพียงแต่นักการเมืองมีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน             

หลังจาก ทดลองใช้ คือ พ.ร.บ. การลงคะแนนเสียง ค.ศ. ๑๘๗๒    ไปสักพักหนึ่ง นักการเมืองฝ่ายน้ำดีก็เห็นว่า มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้การเลือกตั้งของอังกฤษสุจริตเที่ยงธรรมได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ เพราะ พ.ร.บ. การลงคะแนนเสียง ค.ศ. ๑๘๗๒ สามารถลดทอนการคอร์รัปชั่นในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น  แต่ยังมีนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่ยังคงใช้เงินจำนวนมากในการจูงใจให้คนลงคะแนนเสียงให้พวกเขา   ดังนั้น อีก ๑๑ ปีต่อมา      


นักการเมืองชั้นนำและเป็นนักการเมืองน้ำดีของอังกฤษที่ชื่อ วิลเลียม แกลดสโตน (William Gladstone) เห็นว่า การหาเสียงที่เป็นอยู่ของอังกฤษยังไม่เป็นธรรม เมื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. ๑๘๘๓   เขาได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้อำนาจเงินในการเข้ามาเป็น ส.ส.  นั่นคือ การออก พ.ร.บ. การกระทำที่ทุจริต ที่เรียกว่า “Corrupt Practices Act 1883” ที่กำหนดอัตราการใช้เงินของผู้สมัครฯในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และประกาศห้ามไม่ให้มีการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มแจกแก่ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน พ.ร.บ. นี้มีข้อกำหนดถึงขนาดที่ว่า จำกัดจำนวนพาหนะที่ใช้ในการขนผู้คนไปที่หน่วยเลือกตั้ง  

อีกทั้ง ยังมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดที่ทำผิด พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้   มีทั้งโทษปรับและจำคุก  จำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐๐ ปอนด์ (ลองเทียบดูเองว่า เงินเดือน ส.ส. อังกฤษมีเงินเดือนครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๙๑๑  โดยได้ปีละ ๔๐๐ ปอนด์)  แถมอาจจะมีโทษให้มีการต้องใช้แรงงานหนักด้วยก็ได้  การใช้แรงงานหนักที่ว่านี้ในกฎหมายอังกฤษสมัยนั้นได้แก่ ไปเป็นคนงานในเหมือง, ขุดดินทุบหิน, สร้างถนน, ทำงานในอู่ต่อเรือ เป็นต้น แถมยังถูกตัดสินทางการเมืองเป็นเวลา ๗ ปีด้วย                                      

ขณะเดียวกัน พัฒนาการกฎหมายเลือกตั้งของอังกฤษก็ไม่ได้จบลงแค่ พ.ร.บ. ปี ค.ศ. ๑๘๘๓  อังกฤษยังจำเป็นต้องออกกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาอีกหลายฉบับเพื่อทำให้การเลือกตั้งของเขาสุจริตเที่ยงธรรมจริงๆ  และเมื่อมีปัญหาทุจริตใหม่ๆเกิดขึ้นมา ก็ต้องออกกฎหมายใหม่ๆตามมา เพราะนักการเมืองบางกลุ่มก็พัฒนาเล่ห์กลของพวกเขาด้วยเช่นกัน  แน่นอนว่า กว่าอังกฤษจะออกกฎหมายพัฒนาการเลือกตั้งของเขาได้แต่ละฉบับ ก็ยากเย็นแสนเข็ญพอดู   เพราะมีผู้เสียประโยชน์คอยคัดค้าน          

ขณะเดียวกัน อังกฤษกับไทยต่างกันตรงที่ ของไทยเรา ไม่ค่อยจะเห็นนักการเมืองพยายามเข็นกฎหมายแบบนี้ออกมา  แต่ต้องรอให้รัฐประหารแล้วค่อยออก เลยมีข้อเกี่ยงงอนว่าคนออกไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ออก ! (ตอนหน้าจะกล่าวถึงกฎหมายการเงินพรรคการเมืองสวีเดน)

รูปภาพการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบลับครั้งแรกของอังกฤษ อันเป็นผลจาก พ ร บ ลงคะแนนลับ ค.ศ. 1872



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน