Columnist

ทำไมสวีเดนถึงไม่ “ล้มเจ้า” และสถาปนาสาธารณรัฐ ? (ตอนที่สาม)

12 ธันวาคม 2019 เวลา 7:25
ทำไมสวีเดนถึงไม่ “ล้มเจ้า” และสถาปนาสาธารณรัฐ ? (ตอนที่สาม)
เปิดอ่าน 1,542
พิพิธภัณฑ์ความคิด
ไชยันต์ ไชยพร

 คนเหล่านั้นยังไม่สามารถมีปฏิบัติการอะไรได้และผู้ต่อต้านต้องหลบไปสมคบคิดกันอย่างลับๆ

การเมืองสวีเดนในศตวรรษที่สิบแปดมีวิกฤตที่อภิชนบางกลุ่มคิดต่อต้านกษัตริย์  มีการเผยแพร่ข้อเขียนต่างๆที่สะท้อนให้เห็นความไม่พอใจที่มี กุสตาฟที่สาม กษัตริย์สวีเดนในขณะนั้น และข้อเขียนเหล่านั้นก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของกระแสการปฏิวัติในอเมริกาที่ชนชาวอเมริกันลุกฮือขึ้นต่อสู้ทำสงครามประกาศอิสรภาพต่อรัฐบาลอังกฤษภายใต้ George III  

 

 แม้ว่าการปฏิวัติในอเมริกาจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มอภิชนที่ต่อต้านกษัตริย์ในสวีเดน แต่การต่อต้านก็มีข้อจำกัด คือ คนเหล่านั้นต่อต้านเฉพาะตัวบุคคลแต่ไม่คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์  เหตุผลเป็นอย่างไร ผู้เขียนก็ได้กล่าวไปแล้วในตอนก่อน                                          


ขณะเดียวกัน นอกจากการปฏิวัติอเมริกาจะมีอิทธิพลต่อสวีเดนในแบบ “สวีเดนๆ”  (ผู้เขียนใช้คำว่า ‘สวีเดนๆ’ เพื่อจะล้อไปกับคำว่า ‘ไทยๆ’)   ในปลายรัชสมัยของ กุสตาฟที่สาม ยุโรปได้เกิดการปฏิวัติใหญ่ นั่นคือ การปฏิวัติฝรั่งเศสที่มีการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ของฝรั่งเศส  คำถามที่ตามมาคือ การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่มีอิทธิพลต่อฝ่ายต่อต้านเจ้าในสวีเดนหรือ ? ไม่ส่งผลให้คนเหล่านั้นคิดจะเป็น “สาธารณรัฐ” หรือ ? 

 

ดังที่ทราบกันว่า การปฏิวัติฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1789  นั่นคือ เมื่อเข้าสู่ปลายรัชสมัย กุสตาฟที่สาม  สภาสวีเดนในปี ค.ศ. 1778  เริ่มเปิดเผยให้เห็นถึงสัญญาณความไม่พอใจกษัตริย์ อันมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่ กุสตาฟที่สาม ใช้พระราชอำนาจมากเกินไปและไม่สนใจสภาและกติกาในรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1772  ที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ กุสตาฟที่สาม ทรงออกเองด้วย

 

ความขัดแย้งดังกล่าวได้ทำให้ กุสตาฟที่สาม ทรงออก พ.ร.บ. ความมั่นคงในปี ค.ศ. 1789 ที่นำไปสู่การรวบอำนาจไว้ที่พระองค์อย่างจริงจัง  ความไม่พอใจและความคิดต่อต้านกษัตริย์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การลอบปลงพระชนม์ กุสตาฟที่สาม  โดยการสมคบคิดของพวกอภิชน ใน ปี ค.ศ. 1792                       

 

ถ้าจะพิจารณากระแสความต่อต้านกษัตริย์ในช่วงเวลาได้กล่าวนี้ กล่าวได้ว่า ในช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ. 1788-1792  ได้เกิดกระแสต่อต้าน กุสตาฟที่สาม ขึ้น แต่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1788-1789  คนเหล่านั้นยังไม่สามารถมีปฏิบัติการอะไรได้ และบรรดาผู้ต่อต้านต้องหลบไปสมคบคิดกันอย่างลับๆ แต่ก็เกิดข่าวลืออยู่บ่อยๆว่าจะมีการลอบปลงพระชนม์ กุสตาฟที่สาม ขึ้นตั้งแต่ราว ค.ศ. 1789  และในปี ค.ศ. 1790 ได้การมีพูดคุยกันในฟินแลนด์ (คงไม่เกี่ยวอะไรกับปฏิญญาฟินแลนด์ในบ้านเรา ?!!)  ถึงแผนการทำรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองหากพระองค์สิ้นพระชนม์ลงหรือถูกจับกุมตัวไว้เป็นเชลยในขณะที่ทำสงครามกับรัสเซีย

 

หรืออาจจะต้องใช้กำลังในการกำจัดพระองค์  และในช่วงที่มีการประชุมสภา ได้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับแผนการสมคบคิดในลักษณะดังกล่าวหลายครั้งที่แผ่กระจายทั่วไปในสวีเดนและรวมทั้งในต่างแดนด้วย   

 


 

หลังจากที่สวีเดนได้ทำสนธิสัญญาสันติภาพ “the Treaty of    Värälä” ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1790  สนธิสัญญาดังกล่าวผูกพันในประเทศคู่สัญญาต้องช่วยเหลือทางการทหารซึ่งกันและกันในกรณีที่ประเทศใดประเทศหนึ่งได้รับการโจมตีจากประเทศอื่น  และการคาดการณ์ของประเทศคู่สัญญาในการทำสนธิสัญญาดังกล่าวนี้คือ การต่อต้านกระแสปฏิวัติของฝรั่งเศส ซึ่งการที่สวีเดนอาจจะต้องผูกมัดทำสงครามกับฝรั่งเศสนี้ได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลในบรรดาผู้ที่ต่อต้าน กุสตาฟที่สาม อย่างยิ่ง

 

เพราะขณะนั้น สวีเดนมีปัญหาด้านการเงินของประเทศอยู่แล้ว อีกทั้ง กุสตาฟที่สาม มีท่าทีที่จะเข้าร่วมสงครามกับฝรั่งเศส  คนส่วนใหญ่ในสวีเดนมีความวิตกกังวลกับปัญหาทางเศรษฐกิจและอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการอิงอยู่กับรัสเซีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสงครามกับฝรั่งเศสขณะนั้น ซึ่งฝรั่งเศสเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงกับฝ่ายต่อต้านกษัตริย์ที่มีแนวคิดที่เป็นอุดมคติในเรื่องเสรีภาพ  คนเหล่านี้มอง กุสตาฟที่สาม ว่าเป็นทรราช ทรยศต่อชาติ โหดร้ายและตกต่ำ   และมีผู้กล่าวถึงพวกที่ต่อต้านการปกครองของ กุสตาฟที่สาม ในช่วงเวลานั้นว่า       

                   

“จากการเผยให้เห็นเจตนาที่ต้องการทำสงครามกับฝรั่งเศสของ กุสตาฟที่สาม (พวกที่ต่อต้านกษัตริย์หวังว่า) จะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่ต่อต้านพระองค์มากขึ้น ไม่เพียงแต่ในกลุ่มมิตรสหายผู้รักปิตุภูมิแต่รวมถึงกลุ่มคนอื่นๆที่เพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน ที่ชื่นชมหลักการแห่งสภา แห่งชาติฝรั่งเศส ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในการปฏิวัติ ที่พวกเขาคาดหวังให้โลกและยุคทองแห่งเสรีภาพได้เกิดขึ้นอีกครั้ง....[พวกเขา] ประสบความสำเร็จในการปลุกเร้าความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใน..และในการกระจายความไม่พอใจต่อกษัตริย์ที่ถูกฉายภาพให้เป็นผู้ปกครองที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจที่เตรียมที่จะไปกดขี่ลิดรอนสิทธิ์ที่ผู้คนในประเทศนั้น (ฝรั่งเศส) เพิ่งได้รับกลับคืนมา เพื่อจะได้สามารถมากดขี่ผู้คนในประเทศของตนได้มากขึ้นอีก”

 


 

และภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวนี้ นายพลคาร์ล ฟริดริค เพเชลิน (Carl Fredrick Pechlin) ได้เป็นแกนกลางในบรรดาผู้ที่ไม่พอใจ กุสตาฟที่สาม  ในสตอคโฮล์ม  และจาคอบ ฟอน เอกเกสตรอม (Jacab von Engestrom) ยังได้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เตรียมไว้แล้ว

 

 ขณะเดียวกัน ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ต่อต้าน กุสตาฟที่สาม ก็ได้วางแผนเช่นกัน แต่ไม่ได้สัมพันธ์กับกลุ่มที่กล่าวไป กลุ่มดังกล่าวนี้เห็นว่า ไม่มีวิธีการใดที่จะจัดการกับ “ระบอบ Gustav” ได้นอกจากจะต้องลอบปลงพระชนม์ และผู้ที่มีบทบาทสำคัญคือจาคอบ โยฮัน เองคาสตรอม (Jacob Johan Anckarstrom) อดีตนายทหารรักษาพระองค์ ผู้ซึ่งเป็นอริทั้งในทางหลักการและมีความแค้นส่วนตัวกับ กุสตาฟที่สาม อย่างรุนแรง

 

เขาได้วางแผนที่จะลอบปลงพระชนม์ กุสตาฟที่สาม ด้วยน้ำมือของเขาเอง โดยมีผู้ร่วมรู้เห็นได้แก่ อภิชนหนุ่มคือ เคาน์ เคลเอส ฮอร์น (Count Claes Horn) และอดอล์ฟ ลุดวิก ริบบิง (Adolf Ludvig Ribbing) โดยแผนการที่คนกลุ่มนี้ได้วางไว้ก็คือ หลังจากปลงพระชนม์สำเร็จแล้ว พวกเขาก็จะยึดอำนาจโดยได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังทหารส่วนหนึ่งที่ไว้วางใจได้ และจะตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้กับมกุฎราชกุมาร เจ้าชายกุสตาฟ (Gustav ชื่อเดียวกัน)  ที่มีพระชนมายุสิบสามพรรษา โดยจะให้พระราชมารดาของพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการฯ และกำจัดบรรดาสมุนรับใช้ที่น่ารังเกียจออกไปจากรัฐบาลและราชสำนักและให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น  

 

จากข้างต้น จะสังเกตได้ว่า แม้ว่า การปฏิวัติฝรั่งเศสจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มคนที่ต่อต้าน กุสตาฟที่สาม จนถึงขนาดมีการวางแผนลอบปลงพระชนม์และประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ แต่คนเหล่านี้ก็ไม่มีเป้าหมายที่จะยกเลิกสถาบันกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐขึ้นในสวีเดน         

 

คำถามคือ ทำไมกลุ่มอภิชนที่ต่อต้าน กุสตาฟที่สาม จึงไม่คิดจะสถาปนาระบอบสาธารณรัฐตามแบบฝรั่งเศส ?  โปรดติดตามคำตอบในตอนต่อไป

 

(ส่วนหนึ่งจากโครงการวิจัย “การเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ: ศึกษากรณีสหราชอาณาจักร ราชอาณาจักรสวีเดนและราชอาณาจักรภูฏาน” ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปีงบประมาณ ๒๕๖๐)

 

กุสตาฟที่สาม

กุสตาฟที่สาม

 

จาคอบ โยฮัน เองคาสตรอม

จาคอบ โยฮัน เองคาสตรอม



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน