Columnist

นักการเมืองทำอะไรในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

12 มีนาคม 2020 เวลา 20:31
นักการเมืองทำอะไรในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19
เปิดอ่าน 3,397
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

สถานการณ์โรคระบาด แทบไม่เห็นข้อเสนอจาก"นักการเมือง"ในการร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปให้ได้

“ใช่จังหวะหรือเปล่าออกมาไล่ รัฐบาล “ลุงตู่”  ในตอนนี้”   

อาจเป็นคำถามลอยๆ จากผู้คนที่กำลังเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  ส่งถึงบรรดานักการเมือง ที่วันๆ ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการส่งเสียงปลุกระดมแต่หาได้มีข้อเสนอแนวคิดดีๆ ร่วมไม้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปให้ได้

ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ กำลังกรำศึกอย่างหนัก หรือแม้แต่คนหน้าด่าน อย่างตม. ต้องคอยคัดกรอง ผู้คนเดินทางเข้าออกประเทศ แทบไม่ได้พักผ่อน กระทั่งพบการติดเชื้อแล้วสองราย  ซึ่งควรจะหันกลับมาตระหนักในการให้ความดูแลบุคลากรเหล่านี้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ปรากฎว่า แทบไม่ได้ยินได้ฟัง “บรรดาผู้เคยมาบริหารบ้านเมือง” จะเสนอแนวทางไอเดียใหม่ หรือติดตามสถานการณ์โลกว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว  เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทยหรอกที่กำลังวุ่นวายกับปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่เผชิญปัญหาเดียวกัน ต่างพยายามหาทางแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ    

นักการเมืองที่ถนัดแหกปากเรียกร้องประชาธิปไตยสามเวลาหลังอาหาร ทราบบ้างหรือไม่  บรรดาประเทศที่เจริญแล้วกำลังเผชิญสถานการณ์อย่างไรบ้าง ญี่ปุ่น โดยชินโซะ อาเบะ  อาจต้องตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน  อิตาลีกำลังประสบวิกฤติเมื่อยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 631 ราย หรือ อิหร่านที่มีบรรดานักการเมืองระดับสูงต้องเสียชีวิตเป็นใบไม้ร่วงจากพิษภัยโรคภัย   

นักการเมืองแต่ละประเทศ ไม่มีเวลาออกมาพ่นวาทกรรมโจมตีกันในเวลานี้เลย มีแต่ประเทศไทยนี้หล่ะครับ ที่นักการเมืองสัปปะรังเค ไม่ได้รู้สึกรู้สาหรือโรคร้ายยังไม่ถึงตัวกระมัง  จึงสนุกอยู่กับโหนกระแสความโหดร้ายโรคภัยโยงให้เป็นเรื่องการล่มสลายของรัฐบาลให้ได้  

     


Covid-19 กำลังเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนจะให้โอกาสรัฐบาล หากผลปรากฎความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล เช่นที่กำลังเกิดชึ้นในปัจจุบัน ผู้มีอำนาจคงมิอาจหลีกเลี่ยงผลที่จะต้องเผชิญ และเชื่อว่าสิ่งที่จะได้รับ จะเป็นผลตอบแทนที่ประชาชนจะมอบให้อย่างสาสม จาก ความไม่พึงพอใจของพี่น้องประชาชน  ต้องเผชิญกับวิกฤตที่จะส่งผลอันไม่อาจคาดคิด ถ้าไร้ความสามารถ ก็ควรเปิดหนทางให้สังคมไทย และคนไทยมีโอกาสตัดสินใจเลือกอนาคตของเขา ด้วยตัวเขาเองได้เวลานายกและกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะแสดงความกล้าหาญและแสดงความรับผิดชอบกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน.... ฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนใกล้จะขาดเต็มทีแล้วครับ"   ภูมิธรรม  เวชยชัย  ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย กล่าวไว้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.63  

เป็นตัวอย่างตามที่กล่าวข้างต้นนั่นหล่ะครับ  นักการเมืองบ้านเรามีความสามารถเพียงแค่สร้างวาทกรรมขับไล่ไปวันๆ เพื่อหวังจะกลับเข้ามาสู่อำนาจ  โดยไม่ได้คิดถึงวันวานอันขมขื่นที่ตนเองเคยบริหารบ้านเมืองจนสร้างความวิบัติให้แผ่นดินมาอย่างไรบ้างจนทหารต้องเข้ามายึดอำนาจ  

ก่อนหน้านั้น เคยมีคำเตือนของสังคมที่ยิงไปยังอดีตนายกรัฐมนตรีจากสาเเหรกชินวัตร ..พวกท่านรับฟังเสียงสะท้อนบ้างไหม..

มรดกบาป เช่น จำนำข้าว,นิรโทษกรรมสุดซอย,แปลงสัญญาสัมปทานเอื้อชินคอร์ป,ที่ดินอัลไพน์ฯลฯ)บังเกิดช่วงที่มีสร.1ถึงห้าคน (ทักษิณ ชินวัตร สองสมัย,สมัคร สุนทรเวช,สมชาย วงศ์สวัสดิ์,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)จากการลุเเก่อำนาจในยามที่มีส.ส.หนุนให้เป็นรัฐบาล(ไทยรักไทยสองสมัย,พลังประชาชน,เพื่อไทย)

 


หากพลพรรคคนเชียร์ชินวัตรออกมาเเสดงความเห็นเชิงลบกับ”ลุงตู่” เยี่ยงนี้ จะเข้าตำรา”ว่าเเต่เขา อิเหนาเป็นเอง”หรือไม่ในวันนี้ ? เหตุเมื่อวันวานพวกท่านก็เคยสวมบทนี้เเละดื้อดึงไปไม่เเพ้กัน เเละยังสร้างวาทกรรมที่ทำให้คนไทยเคยเเบ่งสีเสื้อกันมาเเล้ว

เพราะยามนั้นพวกท่านทรนงกับ19ล้านเสียงเเละสิบห้าล้านเสียงที่เชื่อว่าเป็นกองหนุนเก้าอี้สร.1โดยวันนั้นพวกท่านเเยเเสเสียงอีกส่วนหนึ่งในสังคมบ้างไหม?

วิงวอนว่าการเเสดงความเห็นใดๆทางการเมืองนั้น พวกท่านพินิจสักนิดเถิดว่าวันนี้จะติชมใดๆ ขอให้ยืนบนหลักที่ถูกต้อง มิใช่ใช้วาทกรรมสร้างกลเกมการเมืองรูปแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อทิ่มเเทงขั้วตรงข้ามโดยมิมองผลระยะยาวของบ้านแมือง

ขณะเดียวกัน พลพรรคขั้ว”ลุงตู่” ควรฟังเสียงเเละข้อเสนอเเนะของสังคมไว้ด้วย

ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากการทำงานของส.ส.เเละรมต.ชุดปัจจุบันเช่นกัน ดังนั้นวันที่ชาวประชาฝากความหวังไว้กับพวกท่าน ขอเพียงว่าพวกท่านในเพลานี้อย่าดื้อรั้นเเละประคองตัวอยู่บนฐานอำนาจเเบบมิฟังใคร

มิเช่นนั้นบทเรียนประวัติศาสตร์จะย้อนมาฉายภาพหลอนคนไทยอีกคราว



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน