Columnist

"เหยื่อบริสุทธิ์" ในกลเกมการเมือง"อำมหิต"

27 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 13:35
"เหยื่อบริสุทธิ์" ในกลเกมการเมือง"อำมหิต"
เปิดอ่าน 13,576
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

กลุ่มบุคคลเหล่านี้กำลังอาศัย"เหยื่อบริสุทธิ์ " ในการเดินหมากเกมการเมืองอำมหิต  

ไวรัสโควิด-19  กำลังแพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้หลายประเทศยกระดับมาตรการสกัดยับยั้งไม่ให้ขยายวงกว้าง ทั้งการออกแถลงการณ์ไม่เปิดรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเสี่ยงหนึ่งในนั้นมีประเทศไทย โดยหางเลขไปกับเขาด้วย  

หันกลับมาดูในส่วนของไทยสักหน่อย แม้กระทรวงสาธารณสุขมีมติให้ “ไวรัสโควิด-19” เป็นโรคอันตรายร้ายแรงลำดับที่ 14  โดยพยายามบอกว่า “ยังเอาอยู่”  ไม่ถึงขั้นประกาศการแพร่ระบาดระดับ 3 แต่เหตุการณ์ผู้ติดเชื้อเพิ่มเมื่อวันที่ 26 ก.พ.63   โดยไม่ยอมบอกประวัติต่อแพทย์ไปประเทศกลุ่มเสี่ยงมาก่อน  กระทั่งแพร่เชื้อไปถึงลูกหลาน เด็กก็ไปโรงเรียนอีก    หลักแหล่งอยู่ในเขตดอนเมือง ยิ่งทำให้สถานการณ์ในประเทศใกล้เข้าสู่การแพร่ระบาดระดับ 3 มากขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุขออกมาแถลงพอทำให้โล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง ว่า ผลการตรวจเช็คอาการผู้อยู่ในข่ายเฝ้าระวังในกลุ่มที่ใกล้ชิดคุณปู่ฮอกไกโด ตามมาได้ทั้งหมด 101 ราย ผลตรวจเป็นลบ 97 ราย อีก 4 ราย อยู่ระหว่างรอผลจากห้องปฏิบัติการ ก็ขอให้ได้รับข่าวดี ไม่ติดเชื้อแล้วกัน 

 


เอาหล่ะ! สถานการณ์ไวรัสล้างโลก มีประเด็นชวนคุยด้วยความเป็นห่วงกันอีกยาวทีเดียว แต่ดูเหมือนมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่ค่อยอินังขังขอบต่อสุขภาพชนสักเท่าไหร่

.......................

นั่นคือ กรณี”แฟลชม็อบ”  มีการส่งข้อความทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปตาม นักเรียน นักศึกษา คลับคล้ายคลับคลาซีรีย์หนังวัยรุ่นเรื่องหนึ่ง ที่มักใช้โทรศัพท์ส่งข้อความสื่อสาร เชิญชวนมาแสดงพลัง ไม่แต่งชุดนักเรียนบ้าง แต่งชุดสบายๆมาเรียนบ้าง วันดีคืนดีก็ใช้เครื่องมือสื่อสาร ติดแฮทแทก แสดงถึงการเข้าพวก มีกลุ่มก้อน นัดหมายรวมตัวต่อต้านครูบาอาจารย์   

ขนาดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวันก่อน นอ.อนุดิษฐ์  นาครทรรพ และเหล่าส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังเกาะเทรนด์ด้วยการเปิดไฟฉายโทรศัพท์ในห้องประชุมสภาระหว่างซักฟอก “ลุงตู่” หวังให้ติดพื้นที่ข่าว ตามที่พวกเขาต้องการเหมือนกัน

จับความเคลื่อนไหวปรากฎการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ "แฟลชม็อบ" กระจายตัวเหมือนโรคระบาดตามมหาวิทยาลัยต่างๆ  พร้อมเปิดเวทีปราศรัยทางการเมือง ขุดคุ้ยเรื่องมูลเหตุการร่วมงานของอดีตส.ส.พรรคสีส้มที่ย้ายขั้วไปขึ้นฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเปิดเผย 

มีความพยายามนำข้อมูลจากเหล่า”สามเกลอสีส้ม” ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา ไปขยายต่อให้เกิดความเกลียดชังรัฐบาล

ยิ่งมีการปูดข้อมูลลับของฝ่ายความมั่นคงเพื่อใช้ยุทธภูมิโลกไซเบอร์โต้กลับข่าวสารขั้วตรงข้ามนั้น..กระเเสนี้ยิ่งปั่นขึ้นไปง่ายขึ้นสำหรับเสนาธิการขั้วตรงข้าม”ลุงตู่”

กาลเวลาในวันวานนั้น หนังสือลับหรือหนังสือใต้ดินที่รัฐบาลสั่งห้ามตีพิมพ์เเละจำหน่าย คือสิ่งยั่วเย้าคนรุ่นใหม่เเละฝ่ายต้านอำนาจรัฐบาลยามนั้นมาอ่าน เมื่ออ่านเเล้วจะฮึกเหิมเละพร้อมออกไปชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่พวกเขามองว่าไม่ชอบธรรมให้ออกไป

วันนี้โลกไซเบอร์ถูกนำมาใช้เเทนหนังสือใต้ดินเเละน่าจะมีผลไวกว่าเดิมหลายร้อยเท่าตัว


กล่าวตรงไปตรงมากันเลย “คนเดือนตุลา” บางคนที่ยามนี้ผันกายไปเป็นกุนซือให้กลุ่มอนาคตใหม่วางเกมไว้ว่า เมื่อพรรคโดนยุบ บางส่วนของขุนพลเสื้อสีส้มที่ยังมีสิทธิในรัฐสภาก็ถล่ม”ลุงตู่” ในศึกซักฟอก

ส่วนการเมืองนอกสภาคือหมากอีกตัวหนึ่งที่ใช้เคียงข้างพรรคสีส้มใหม่ ที่จะเเจ้งเกิดในไม่กี่นาทีข้างหน้า

ตามที่ประเมินเเล้วว่าจะมีส.ส.เหลือติดตัวหลังทัพเเตกราว 40 คนขึ้นไปเเละยิ่งมีเเรงดูดเท่าใด..การปลุกกระเเสมวลชนย่อมทวีอัตราไปมากเท่านั้นเพราะการทลายความชอบธรรมของ”ลุงตู่”เเละคณะ กำลังถูกปั่นกระเเสที่มาจากข้อมูลลับซึ่งโดนปกปิดจากฝ่ายรัฐเเละถูกกระชากหน้ากากออกมา

จริงอยู่ ด้วยสภาพการณ์”ครม.ลุงตู่” พ้นภาวะปริ่มน้ำ เเละยังอยู่ได้หลายเพลาจากจำนวนผู้เเทนฯย้ายขั้ว เเต่ภาวะนั้นอาจอยู่ยากเพราะบางฝ่ายขยายผลความชอบธรรมเเน่นอนในช่วงปิดสมัยประชุมในไม่กี่วันข้างหน้า การเมืองนอกสภาเคลื่อนเต็มสูบ

เเม้ฝ่ายรัฐจะเตือนผู้เคลื่อนไหวให้เคารพกฎ เเต่จับอาการเบื้องต้นเเล้วนั้น พบว่า เร็ววันนี้การฝืนกฎจะบังเกิดเเละกระพือไกลหากเกิดการปะทะเเละจับกุม เพราะเเผลที่ขั้วตรงข้าม”ลุงตู่”เปิดสดยามนี้ เรียกเเขกให้ฮือมาชมเเบบเหนือการคาดคิด

ผู้นั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ อาจไม่เห็นความเป็นไปในที่ชุมนุม หากต้องเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ จะพบความจริงชนิดที่ไม่สามารถนำมาเผยแพร่ตรงนี้ได้  แต่ไม่เป็นไร หน่วยงานราชการ เก็บภาพรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว 

ทั้งป้ายผ้า ข้อความ บทสนทนา อันหมิ่นเหม่ลุกลามไปถึงสถาบันเบื้องสูง  นั่นคือ สัญญาณความเคลื่อนไหวของบางกลุ่มที่อยากให้เป็น กลุ่มที่พยายามเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แต่ทว่ากำลัง "ล้ำเส้น"

เป็นความพยายามล้ำเส้นที่เกิดจากการผ่องถ่ายข้อมูลกันมาเป็นเวลาช้านาน  ซึ่งโดยข้อเท็จจริงกลุ่มบุคคลเหล่านี้กำลังรอจังหวะ อาศัย"เหยื่อบริสุทธิ์ " ในการเดินกลเกมการเมืองอำมหิต  

   "...ทุกๆ มหาวิทยาลัย ช่วยเติมไฟแห่งความหวังและเป็นพลังมหาศาลให้กับผม..."  ข้อความตอนหนึ่งปรากฎในเพจ ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.63 

 

อย่าได้แปลกใจ คำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.63  จึงบังเกิดขึ้น 

" ผมต้องเตือนว่าขณะนี้ได้มีการนำเรื่องหมิ่นสถาบันเข้ามาไปขับเคลื่อนด้วย ยอมไหมละครับ ถ้าท่านยอมผมก็โอเคหละ ถ้าท่านเห็นว่าถูกต้องผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จำเป็นต้องว่าไปตามกฎหมาย อย่าไปทำอย่างนั้นนะครับ ผมขอโดยเด็ดขาด ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่เคารพสถาบัน ผมเชื่อมั่นอย่างนั้นนะครับ อย่าทำโดยเด็ดขาด ถ้าไปสู่ตรงนั้นจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างที่ท่านว่าเมื่อสักครู่นี้ "  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขบวนการนิสิตนักศึกษาคือ"ธงนำ"ในการระดมพลของขั้วตรงข้ามที่จะเดินเเถวหน้าลงสู่การเมืองนอกสภา โดยต้องรอยลอีกระยะว่าทีเด็ดของค่ายตรงข้ามที่เเว่วว่ามีอีกเพียบจะปล่อยของออกมาวันใดเเละประเด็นไหนบ้าง

ฝ่ายคลังสมองเเละเสนาธิการ”ลุงตู่” อย่าเมาหมัดเดินตามเกมเเละตกหลุมพรางที่ค่ายตรงข้ามวางไว้เเล้วกัน

เพราะเเว่วว่า งานนี้คือ”ศึกชิงเมือง”



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน