Columnist

ปีศาจข้างถนนกำลัง ทำให้ 65 ชีวิตอนค.เริ่มไม่ไว้วางใจ

24 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 18:20
ปีศาจข้างถนนกำลัง ทำให้ 65 ชีวิตอนค.เริ่มไม่ไว้วางใจ
เปิดอ่าน 2,919
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

ความผิดพลาดซ้ำซากของ"3เกลอ"ส้มหวานส่งผลให้65 ชีวิตไม่แน่ใจ หากให้คนเหล่านี้มากุมสภาพ

จากหนึ่งหัวหน้าพรรค “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กระเด็นหลุดเก้าอี้ส.ส.ก่อนใครเพื่อน ด้วยคดีถือครองหุ้นสื่อขัดต่อคุณสมบัติความเป็นส.ส.จนมาถึงคดีเงินกู้ 191.2 ล้านบาทของ”พ่อหนุ่มอะไหล่ยนต์” ที่มีมือกฎหมายขมองอิ่มตีความแบบข้างๆคูๆ ในที่สุดนำพา”พรรคอนาคตใหม่” ต้องถูกยุบ ทำให้สามเกลอหัวส้ม “เอก ป๊อก ช่อ” ลากกก.บห.ที่เป็นส.ส.ด้วยอีกสิบกว่าชีวิตออกมาเตะฝุ่นสมใจ

ทีนี้เหลือ ผู้ที่มีสถานะเป็นส.ส. อีก 65 คนซึ่งมีเวลา 60 วันหรือสองเดือนในการหาพรรคสังกัด แต่โอกาสที่จะผนึกกำลังแบบเลือดสุพรรณ มาด้วยกันไปด้วยกัน คงเป็นเรื่องยากลำบากอยู่พอสมควร

เหตุผลมาจาก “หัวจ่าย” ยังพร้อมเปิดวาวล์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกหรือไม่ อย่าลืมว่าลำพังอดีตหัวหน้าพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองถึง 10 ปี  มิพักจะมีคดีทางอาญาตามมาภายหลัง  ไหนต้องคอยกำกับอยู่หลังฉาก อีกทั้งจะไปเคลื่อนไหวข้างถนน  

งานนี้บอกเลยว่า  การเดินเกมสองขา จำเป็นต้องอาศัยวัตถุปัจจัยชนิดทุ่มทุนสร้าง แต่การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ไม่เห็นเป้าหมายความสำเร็จอะไรเลย เสียแรงเปล่าๆปลี้ๆ      

      


ขณะเดียวกันการส่งมอบเข็มกลัดหัวหน้าพรรคให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” มารับไม้ต่อคุมพรรคอะไหล่ คนต่อไป ย่อมมีข้อแตกต่างจาก”พ่อฟ้า”ลิบลับ

จริงอยู่มีความโดดเด่นด้วยใบหน้า อภิปรายได้ไพเราะเสนาะจิตมาครั้งหนึ่งเมื่อตอนอภิปรายนโยบายรัฐบาล แต่หลังจากนั้น”พิธา”ไม่ต่างอะไรกับการจุดพลุยิงพุ่งสูงดังเปรี้ยงปร้างแล้วหายไป  

ส่วนบรรดาคนแถวสองรายอื่นยังละอ่อนพรรษาทางการเมือง ครั้นจะหวังพึ่งมือกฎหมายขมองอิ่มอย่างอาจารย์” ป๊อกซ่าส์ “มาคอยชี้แนะวางหมากเกมในสภา ตรงนี้ก็เป็นประเด็นในแง่การให้ความไว้วางใจกันอีก

เนื่องจากหลายคนเริ่มลังเลมือกฎหมายรายนี้  ต้องยอมรับส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญด้วยทำให้พรรคเดินมาสู่เส้นทางอวสาน เพราะพึ่งบริการสำนักกฎหมายฉบับปิยบุตรมากเกินไปจนพาเข้ารกเข้าพง

“สำหรับบางคนในพรรคถือว่ารับกรรมที่ตนเองก่อไว้  เคยทำอย่างไรกับคนอื่นไว้ วันนี้ถูกกระทำเหมือนวันนั้น บางเรื่องเกิดจากตัวกรรมการบริหารพรรคที่ทำให้พรรคมาอยู่จุดนี้ เพราะหลายคนชอบทำงานด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล จึงไม่มีความระมัดระวังในการทำงานจึงทำให้พรรคถึงจุดจบ” ความตอนหนึ่งของ ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 63  อดีตลูกพรรคที่ไม่ก้มหัวให้กับมติอัปยศตามบัญชาของดร.ปิยบุตรให้คว่ำพรก.รักษาพระองค์ จนในที่สุด ศรีนวลและเพื่อนส.ส. อีกสามคนถูกขับออกจากพรรค

ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการบัญชาเกมในพรรคด้วยคนไม่กี่คน มันผิดพลาดมหันต์ตลอดมา แล้วจะให้ซ้ำรอยกันอีกหรือ ดังนั้นด้วยสภาพการณ์ 65 ชีวิต ที่เหลืออยู่ ฟันธงได้เลย “ผึ้งแตกรัง”

 


สำหรับคนที่เข้ามาเล่นการเมืองจะมีลักษณะพิเศษ คือรับรู้สัญญาณล่วงหน้าต้องตระเตรียมบันไดหนีไฟไว้ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น พรรคการเมืองหนึ่งในฟากฝั่งรัฐบาลจึงทาบทามชาวอนาคตหมดล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 10-20  คน 

สอดคล้องกับพรรคการเมืองขนาดเล็กอย่างพรรคท้องถิ่นไท ของชัชวาลล์ คงอุดม หรือ เฮียชัช เตาปูน หัวหน้าพรรคถึงกับออกมาเปิดเผย “ได้รับการติดต่อจากอดีตส.ส.อนาคตใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 คน แต่ยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจัง”  นี่ยังไม่นับรวมพรรคภูมิใจไทยและพรรคอื่นๆอีก    

เมื่อพิจารณาสูตรคณิตศาสตร์การเมืองคร่าวๆ  จำนวนส.ส.อนาคตใหม่ 65 ชีวิต บวกรวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลืออยู่ จะมีจำนวนเสียง224 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนพื้นอยู่ที่ 263 ที่นั่ง ทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีเสียงเลยปริ่มน้ำไปแล้ว

หากปฏิบัติการผึ้งแตกรังอุบัติ บินเข้ารังพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลต่างๆ อีกสัก 20-30 ที่นั่ง จำนวนเสียงรัฐบาลทิ้งห่างฝ่ายค้านออกไปอีก ทำนองเดียวกันจะทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเหลืออยู่ประมาณ 190-200 เสียงและอาจมีจำนวนต่ำลงไปอีก

ขอให้จับตาพวกประกาศปาวๆ เป็นพรรครุ่นใหม่มีอุดมการณ์มั่นคงแน่วแน่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ แต่มาถึงนาทีนี้ จงอย่าลืมสัจธรรมที่ว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”   “เลือกเป็นรัฐบาลไม่อดอยากปากแห้งเหมือนเช่นฝ่ายค้าน” ตรงนี้ยังคงใช้ได้ดี … เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ…

       



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน