Columnist

เอ่ยคำว่า"ถอดบทเรียนความรุนแรง"กันอีกสักกี่ครั้ง

10 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 12:10
เอ่ยคำว่า"ถอดบทเรียนความรุนแรง"กันอีกสักกี่ครั้ง
เปิดอ่าน 721
คิดทวนกระแส
สถิตย์ ธรรม

“ถึงเวลาหรือยังที่ควรถอดบทเรียนจากกรณีการก่อเหตุความรุนแรงที่มีมากขึ้นและมากขึ้น”

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความไว้อาลัยจากการสูญเสียเจ้าหน้าที่ ประชาชน ในเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงในพื้นที่จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ บาดเจ็บ 53  ราย

แม้…สถิตย์ ธรรม…ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวดองแต่ในฐานะเป็นคนไทยร่วมชาติจึงต้องให้กำลังใจ ห่วงใยซึ่งกันและกันต่อญาติพี่น้อง ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอเชิดชูชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติการคลี่คลายสถานการณ์ ทุกท่านทำหน้าที่ได้อย่างสมความภาคภูมิ 

ถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงนำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญของประเทศอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ?!?

 


จำความได้ จากการติดตามทำข่าว เคยผ่านเหตุการณ์ใหญ่ๆ เมื่อ 20 ปีที่แล้วหรือประมาณปี 2542-43  กรณีกลุ่มกระเหรี่ยง ในนาม”กองกำลังก็อดอามี่”  ทั้งบุกสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย จับเจ้าหน้าที่สถานทูตและประชาชนเป็นตัวประกัน โดยรัฐบาลต้องระดมสรรพกำลังเจรจาคลี่คลาย  

ผ่านไปไม่นาน”ก็อดอาร์มี” กลับมาบุกยึดรพ.ศูนย์ราชบุรี จ.ราชบุรี อีกครั้ง พร้อมจี้จับ แพทย์ คนไข้ เป็นตัวประกันรวม 1,000 คน ฝ่ายไทยตั้งชุดเจรจาต่อรองให้ปล่อยตัวประกันอย่างปลอดภัย แต่การยึดคืนพื้นที่ยืดเยื้อ ในที่สุดต้องส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเปิดฉากยิงปะทะทำให้กลุ่มก็อดอาร์มี่เสียชีวิต 10  คน

นั่นเป็นกรณีกลุ่มคนบ้านใกล้เรือนเคียงข้ามฝั่งมาก่อเหตุถูกบันทึกเป็นแฟ้มคดีสำคัญในประวัติศาสตร์  แต่สำหรับครั้งนี้ กลับเป็นกรณีนายทหารไทยก่อสถานการณ์ยืดเยื้อข้ามวันในที่สุดต้องมาสิ้นชีพในห้างเทอร์มินัล 21 โคราช 

จากปมการตามไปทวงหนี้ผู้บังคับบัญชาตกลงกันไม่ได้ ต้องตัดสินด้วยเสียงปืนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทว่าเหตุใดถึงบานปลายให้ประชาชนผู้บริสุทธ์ ต้องบาดเจ็บล้มตายอีกจำนวนมาก ประเด็นนี้จึงต้องตามแกะปมอันพิศวง

...สถิตย์  ธรรม... ทราบว่า  พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะเปิดแถลงข่าวที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหากำลังพล ในวันที่ 11 ก.พ.นี้  อยากให้ท่านได้เปิดเผยออกมาให้ละเอียด พร้อมแนวทางแก้ไข  

............

พฤติกรรมคนร้ายกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นใบไม้ร่วงแบบนี้ ส่วนใหญ่เห็นจากรายงานข่าวทางยุโรป สหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นกลุ่มก่อการร้าย หรือไม่ก็ประชาชน นักศึกษาหัวรุนแรงได้รับแนวคิดผิดๆ จนสร้างความตื่นกลัวไปทั่วโลก  

ทุกครั้งที่ปรากฎข่าวความรุนแรงสังหารหมู่  บอกกับตัวเองคงไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทยหรอก เพราะไม่ใช่ประเทศคู่กรณีความขัดแย้ง เป็นสยามเมืองยิ้ม รักสงบ ทว่ามันเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่เป็นคนละบริบท

เป็นการเกิดขึ้นจาก นายทหารที่ได้รับแรงกดดันจากการตามทวงหนี้ผู้บังคับบัญชาตามด้วยการกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์!?!

   


ขณะเดียวกัน พฤติกรรมใช้ความรุนแรงดังกล่าว เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ห่างจากคดี ผู้ต้องหาที่มีอาชีพเป็นครู ก่อเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.ลพบุรี พร้อมกับไล่ยิงประชาชนเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 4 ราย

ความน่าบังเอิญ คนร้ายรายนี้มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธสงคราม ชอบยิงปืนเหมือนกับ อดีตครูปล้นร้านทอง  

การสื่อสารผ่านโลกโซเชียลมีบทบาทอย่างปฏิเสธไม่ได้  ดังเห็นจากระหว่างก่อเหตุ นายทหารรายนี้มีการโพสต์ข้อความเป็นระยะๆ และถ้าย้อนกลับไปดูโปรไฟล์เก่า ชอบนำเสนอภาพเกี่ยวกับอาวุธสงคราม โพสต์คลิปฝึกยิงปืน แม้แต่ชอบเล่นเกมส์เกี่ยวกับการยิงสังหาร มีตัวละครเป็น”โรโบคอป” หรือนายตำรวจเหล็กเป็นไอดอล 

ด้วยข้อมูลองค์ประกอบเหล่านี้จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกันกับการยิงกราดประชาชน แต่นั้น คือโปรไฟล์คนร้ายซึ่งนำเสนอในโลกโซเชียล  เพื่อให้เพื่อนๆสมาชิกได้รู้จัก ให้สื่อสาธารณะได้รู้จักความเป็น"ตัวตน"ของเขา จากการสร้างขึ้น  

เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงหลังเหตุการณ์สงบ ควรต้องมาวิเคราะห์พฤติกรรมคนร้ายว่าเหตุใดจึงก่อเหตุความรุนแรงเช่นนี้

"ใช่ครับเป็นสิ่งที่สังคมต้องการคำตอบ"

ไม่ใช่แค่ต้องการรับรู้พฤติกรรมแท้จริงของนายทหารคลั่งเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกมากมายหลายคำถามโดยเฉพาะคำถามว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรถอดบทเรียนจากกรณีการก่อเหตุความรุนแรงที่มีมากขึ้นและมากขึ้น”

มิพักกล่าวถึง คำถามยอดฮิตไม่ว่าจะเป็น “ทำไมหาปืนมาครอบครองได้ง่ายจัง”  “ทำไมไม่มีโทษประหารสำหรับฆาตกรผู้เหี้ยมโหด” 

แม้แต่การทำหน้าที่สื่อ "ทำไมต้องไลฟ์สดเผยแพร่ภาพความรุนแรงกันขนาดนี้ "  "ต้องการเรียกยอดไลค์ ยอดวิวกันเหรอ"   พวกสื่อไร้จรรยาบรรณ เมื่อไหร่ควรได้รับมาตรการลงโทษสักที” เป็นต้น 

ล้วนเป็นคำถามวนเวียนซ้ำซากเมื่อมีสถานการณ์ความรุนแรง 

โลกยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์ มีกี่เคสกี่กรณีแล้วที่นำเสนอการใช้ความรุนแรงให้ผู้อื่นได้เสพติดตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆไปจนถึงผู้มีการศึกษาหลุดหลงเข้าไปจนเกิดลัทธิเลียนแบบเอาอย่าง  

ตั้งแต่ไลฟ์สดเหตุทะเลาะเบาะแว้งไปจนถึงการถ่ายทอดฆ่าตัวตาย  การสร้างตัวตนให้เป็นผู้นำทางผิดๆ ในโลกโซเชียล

เป็นอีกคำถามให้ชวนถอดบทเรียนหาทางป้องกัน

ถึงเวลาที่ต้องมีเจ้าภาพในการรวบรวมปัญหาเหล่านี้มาหารือแก้ไขอย่างจริงจังสักที 

เจ้าภาพนั้น ก็คือ ....รัฐบาล....



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน